Story : BETRAY
Authors : JaeSun
Race : Romantic Drama
Pair : Yunho*Jaejoong / Yuuchun*Junsu
.
.
เสียงสัญญาณหมดคาบที่สองดังขึ้นพร้อมกับเสียงเหล่านักศึกษาที่พากันกร่นร้องคลายความอึดอัดตลอดชั่วโมงเรียน... ยูชอนฟุบตัวเองลงบนโต๊ะตัวหลังสุดของห้อง สุดท้ายแล้ววันนี้เขาก็มาเรียนคาบเช้าจนได้ ทั้งๆที่กะว่าจะนอนจนถึงคาบบ่าย... เป็นเพราะคนตัวเล็กที่กลายมาเป็นเพื่อนข้างห้องคนนั้นคนเดียว
“ไปเร็ว ยูชอน... เราต้องย้ายห้องแล้ว” ชางมินใช้สมุดตีเบาๆลงที่แขนของยูชอนเพื่อเรียกให้ลุกขึ้นย้ายห้องเรียน ยูชอนพยักหน้าสองสามทีก่อนจะลุกขึ้นบิดรอบแล้วลุกเดินตามชางมินออกไป
ระหว่างทางที่เดินผ่าน ยูชอนและชางมินหยุดมองกลุ่มนักศึกษาทั้งหญิงชายที่พากันมุงดูอะไรบางอย่างที่บริเวณสนามฟุตบอล
“อะไรน่ะ?” ยูชอนถามขึ้นลอยๆ ชางมินเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนพวกนั้นกำลังมุงดูอะไรกันอยู่ ทั้งชางมินและยูชอนจึงพากันเดินไปยังที่ตรงนั้น นักศึกษาที่พากันจดจ้องไปในสนามฟุตบอลนั้น บ้างหันมากรี๊ดยูชอนเมื่อเห็นสุดหล่อแห่งคณะวิทยาศาตร์เดินตรงเข้ามา
ยูชอนและชางมินมองไปในสนามฟุตบอล ภาพที่เห็นทำให้ยูชอนต้องขมวดคิ้วมุ่น เมื่อไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่ผิด
แปลก ก็แค่นักศึกษาชายที่พากันเตะบอล เหมือนปกติทุกวันไม่ใช่หรือไร?
“นี่ชางมิน คนพวกนี้เค้ากรี๊ดอะไรกันแน่?” ยูชอนสะกิดถามชางมินเบาๆ แต่ไม่ได้รับคำตอบ ยูชอนหันหน้าไปมองชางมินและต้องพบว่า ดวงตาคมของชางมินนั้นกำลังมองไปยังในสนามไม่วางตา
“เฮ่ย! ชางมิน!” ยูชอนใช้ศอกกระทุ้งชางมินเบาๆเพื่อเรียกสติ
“อะ? หา? อะไรเหรอ?” ชางมินตอบแบบเบลอๆ หลังจากถูกยูชอนสะกิดเรียก
“ดูอะไรน่ะ? ไม่เห็นมันจะมีอะไรเลยไม่ใช่เหรอ?” ยูชอนถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ ใบหน้าหล่อดูเบื่อหน่ายอย่างถึงที่สุด แต่ชางมินกลับหัวเราะขึ้นเบาๆ ก่อนจะชี้ไปที่สนาม ปลายนิ้วที่กำลังชี้ไปเน้นร่างของใครคนหนึ่งให้ยูชอนจับจ้องตาม
“นายเห็นคนตัวเล็กๆ ที่วิ่งไวไวอยู่ตรงนั้นมั๊ย?” ชางมินชี้นักศึกษาชายร่างเล็กที่กำลังวิ่งเลี้ยงลูกฟุตบอลด้วยความไวอยู่ในสนาม
“ไหน?”
“คนนั้นไง... เสื้อเบอร์ 8 เห็นรึยัง นั่นล่ะๆ อ๊ะ ไวชะมัด” ชางมินชี้นิ้วไปตามทิศทางการวิ่งของคนตัวเล็กในสนามโดยมียูชอนมองตาม
ยูชอนพยายามเพ่งมองร่างเล็กที่กำลังแย่งลูกบอลอยู่ในสนาม พลันต้องดีดนิ้วดังเป๊าะ เมื่อนึกออก
“อ๊ะ! นั่นมันคนที่เราเจอที่หอเมื่อวานนี่” ยูชอนบอกกับชางมิน เขาจำได้ว่าเจ้าของเสื้อเบอร์ 8 ที่ชางมินกำลังชี้นั้น คือคนร่างเล็กที่พวกเจอเมื่อวานนี้ แถมหมอนี่ยังทำใบขับขี่ตกไว้อีกต่างหาก
“อ้าวเหรอ? มิน่าถึงว่าทำไมคุ้นหน้าจัง” ชางมินว่า
“เล่นบอลเก่งแฮะ มิน่าคนถึงกรี๊ดเยอะขนาดนี้ จะว่าไปหน้าตาก็น่ารักใช้ได้เลยนะ” ชางมินพูดขึ้นอย่างชื่นชม ยูชอนหันกลับไปมองคนร่างเล็กที่กำลังเลี้ยงลูกฟุตบอลอยู่อีกครั้ง ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา
“ฮ่าๆ ท่าทางเหมือนลิงแบบนั้นเนี่ยนะน่ารัก? ฮ่าๆ ชางมินสเป๊คนายแปลกมาก ฮ่าๆๆ” ยูชอนเดินหัวเราะออกไปอย่างอารมณ์ดี
“เฮ้ย อะไรยูชอน เดี๋ยวก่อนดิ รอด้วย” ชางมินวิ่งตามยูชอนที่กำลังออกไป แต่ก็ไม่วายจะหันกลับมาดูที่สนามอีกครั้ง อยากจะดูต่อแต่ก็ติดที่ว่าคาบต่อไปเขายังมีเรียน... น่าเสียดายจริงๆ
ที่โต๊ะหินเล็กๆภายใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสนามฟุตบอล ยุนโฮกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงนั้น โดยมีแจจุงนั่งเขียนรายงานอยู่ข้างๆ
“โอ๊ยยยย คิดไม่ออก” แจจุงสบถออกมาอย่างหมดความอดกลั้น ใบหน้าหวานงอง้ำด้วยอารมณ์หงุดหงิดจนยุนโฮต้องละสายตาจากหนังสือตรงหน้ามาให้ความสนใจกับคนรักร่างบางที่กำลังออกอาการโวยวาย
“เป็นอะไรไปครับ? หืม?” ยุนโฮเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง มือยาวยกขึ้นลูบไรผมคนรักอย่างเอาใจ
“ฉันทำไม่ได้อ่ะยุนโฮ มันยากมากเลย คิดจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว” แจจุงโวยวาย ตั้งท่าจะฉีกรายงานภาษาอังกฤษตรงหน้าทิ้งอีกครั้ง แต่ทว่ายุนโฮกลับหยุดมือบางเอาไว้เสียก่อน ขืนปล่อยให้แจจุงฉีกกระดาษแผ่นนี้ทิ้งอีก มีหวังรายงานชิ้นนี้คงไม่เสร็จเป็นแน่
“ไหน ขอฉันดูหน่อยซิ” ยุนโฮหยิบแผ่นกระดาษที่แจจุงขยำไปแล้วนิดหนึ่งกางออกมาดู ใบหน้าหล่อกวาดสายตาไปมาก่อนจะคลายยิ้มออกมาน้อยๆ
“ไม่เห็นยากเลย เรียบเรียงเป็นภาษาง่ายๆก่อนแล้วค่อยมาเกลาทีหลังก็ได้นี่” ยุนโฮพยายามอธิบาย แต่แจจุงนั้นเอาแต่นั่งส่ายหน้าไปมา เขาไม่เข้าใจในสิ่งที่ยุนโฮพูดเลยสักนิด คิดไม่ออก ทำไม่ได้... แจจุงเกลียดภาษาอังกฤษ และไม่คิดที่จะพยายามมากไปกว่านี้เพราะรู้ดีว่า สมองของเขาไม่ต้อนรับภาษานี้เลย
“ยุนโฮ~” เสียงหวานเรียกชื่อคนรักอย่างออดอ้อน ก่อนจะเอนหัวกลมๆซบลงบนไหล่หนาของยุนโฮ แจจุงช้อนตาขึ้นมองยุนโฮปริบๆ รอยยิ้มเล็กๆฉายขึ้นบนใบหน้าหวานอย่างออดอ้อน มือบางเกาะแขนคนรักอย่างเอาใจ
“ยุนโฮช่วยทำรายงานนี่ให้ฉันทีสิ... นะ... นะ นะ” แจจุงอ้อนให้คนรักช่วยทำรายงานให้ ยุนโฮเหล่ตามองคนรักด้วยท่าทางกวนๆนิดหนึ่งเหมือนกับจะไม่ยอมทำให้
“ยุนโฮ~~~ ถ้ายุนโฮไม่ช่วยฉัน ฉันต้องแย่แน่ๆเลย น้า~ ยุนโฮที่รัก... นะ” แจจุงอ้อนหนัก หน้าหวานๆแสดงอาการออดอ้อนระคนสายตาเว้าวอนทำเอายุนโฮใจสั่น เขาชอบเหลือเกินกับท่าทางของแจจุงที่ขี้อ้อนแบบนี้ มันดูน่ารักและยั่วยวนจนเขาแทบอดใจไม่ไหว อยากจะรวบร่างบางๆเข้ามากอดแม้อยู่ในที่สาธารณะ
ยุนโฮเหลือบมองคนรักพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนที่ใบหน้าหล่อจะพองลมไว้ที่ข้างแก้ม นิ้วเรียวยกขึ้นจิ้มที่แก้มของตนเป็นข้อแลกเปลี่ยน... แจจุงยิ้มให้กับคนรักอย่างอายๆ ก่อนที่จะใช้สันจมูกฝังลงไปบนแก้มของยุนโฮด้วยความไว
“ฮ่าๆๆ ตกลงครับ จะทำให้ออกมาดีที่สุดเลย” ยุนโฮรับปาก พร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ แจจุงได้แต่ยิ้มให้คนรักอย่างเขินๆ
ภาพของทั้งสองคนตกอยู่ในสายตาของนักศึกษาหลายต่อหลายคนที่เดินผ่านไปมาที่บริเวณนั้น เสียงซุบซิบดังขึ้นเหมือนปกติ สาวๆหลายคนที่พากันอิจฉาแจจุงจนแทบจะลงไปดิ้นตายกับภาพที่เห็นตรงหน้า... อยากเป็นคนที่ยุนโฮรักบ้าง อยากเป็นคนที่ยุนโฮหอมแก้ม อยากเป็นคนที่อยู่ข้างๆยุนโฮทุกเวลา... แต่ไม่มีทางเป็นไปได้เลย เพราะข้างกายของยุนโฮนั้น ตลอดเวลา มีแค่ คิมแจจุง เพียงคนเดียว
“ยุนโฮอ่านหนังสือไปนะ เดี๋ยวฉันไปซื้อกาแฟให้” แจจุงลุกขึ้นยืน... มือข้างหนึ่งของเขานั้นยังถูกยุนโฮกอบกุมเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ร่างบางจงใจลุกขึ้นยืนเพื่อให้พวกผู้หญิงที่หมายปองยุนโฮได้เห็นมือของยุนโฮที่ยื้อยุดกุมมือของเขาไว้... ให้พวกหล่อนได้รับรู้ว่ายุนโฮนั้นรักและต้องการเขามากแค่ไหน ย้ำให้พวกหล่อนเข้าใจอีกซักครั้ง ว่า ชองยุนโฮ ติด คิมแจจุง ชนิดที่ว่าขาดกันไม่ได้เลยทีเดียว
“ครับ แล้วรีบกลับมานะ” ยุนโฮค่อยๆปล่อยมือบางไป ส่งยิ้มให้คนรักอย่างอบอุ่น
แจจุงเดินออกจากโต๊ะหินตัวนั้น... ผ่านนักศึกษาสาวมากมายที่ชอบแอบตามยุนโฮ ทำตัวเหมือนสโตรกเกอร์ตามติดไม่ว่ายุนโฮจะไปไหน ทั้งๆที่รู้ว่ายุนโฮมีแฟนแล้วก็ยังจะตามตื๊ออย่างไม่อาย... ร่างบางแสยะยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่าเมื่อเดินผ่านกลุ่มของผู้หญิงพวกนั้น แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่คนเดียวที่หมายปองยุนโฮ นักศึกษาสาวหลายคนตั้งตัวเป็นศัตรูกับ คิมแจจุง อย่างเงียบๆ เพราะพวกเธอต่างพากันชอบพอ ชองยุนโฮ
“เฮ้ แจจุง” เสียงของใครบางคนตะโกนเรียก ขณะที่แจจุงกำลังจะเดินตรงไปยังตู้กดน้ำอัตโนมัติเพื่อกดกาแฟให้ยุนโฮ
“อ้าว ยูชอน” ร่างบางหันกลับไป พร้อมกับส่งยิ้มที่ดูงดงามให้กับเจ้าของเสียงทัก
ยูชอนเดินตรงเข้ามาหาแจจุง ก่อนจะหยุดลงแล้วใช้มือยีหัวเบาๆอย่างเอ็นดู
“ยุนโฮล่ะ?” ยูชอนถามหาเพื่อนสนิทของเขาอีกคน
“นั่งอ่านหนังสืออยู่น่ะ ฉันก็เลยลุกออกมาซื้อกาแฟให้” แจจุงตอบพร้อมกับส่งรอยยิ้มน่ารักๆให้กับยูชอนอีกครั้ง
“แล้วชางมินล่ะ? ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ?” แจจุงถามหาเพื่อนอีกคนที่ทักอยู่กับยูชอนเสมอๆ
“ขึ้นเรียนไปแล้ว แต่ฉันขี้เกียจก็เลยโดดออกมา” ยูชอนว่า แจจุงใช้นิ้วเล็กๆจิ้มไปที่หน้าผากของยูชอนเบาๆ
“นิสัยไม่ดี เด็กไม่ดีไม่ยอมเข้าเรียน” ท่าทางและคำพูดน่ารักๆของแจจุงทำเอายูชอนหัวเราะร่า มือหนายกขึ้นจับมือบางเอาไว้ เลื่อนมือที่กำลังใช้นิ้วจิ้มหน้าผากของตัวเองนั้นให้ลดต่ำลง โดยที่มือใหญ่ของยูชอนยังคงจับมือของแจจุงเอาไว้อย่างลืมตัว
ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อย รู้สึกถึงหัวใจที่ออกอาการเต้นเร็วขึ้นนิดๆเมื่อยูชอนยังคงจับมือของตัวเองเอาไว้ข้างหนึ่ง
“นี่ ยูชอน เย็นนี้ไปซื้อของขวัญให้ยุนโฮกันมั๊ย?” แจจุงออกปากชวนเพื่อนสนิทไปเดินซื้อของขวัญให้กับคนรัก อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดของยุนโฮแล้ว แจจุงยังไม่ได้ซื้ออะไรเตรียมไว้ให้เลย
“อ่า จริงสินะ ใกล้วันเกิดยุนโฮแล้วนี่... อืม... งั้น...” ไม่ทันที่ยูชอนจะให้คำตอบแก่แจจุง อยู่ๆก็มีเสียงเล็กๆดังแทรกขึ้นมา เรียกให้แจจุงและยูชอนต่างหันไปมองพร้อมกัน
“ยูชอน!!”
แจจุงและยูชอนหันไปทางต้นเสียง และพบว่าจุนซูกำลังยืนโบกไม้โบกมือส่งยิ้มหราอยู่ตรงนั้น... ยูชอนปล่อยมือของแจจุงลง แล้วเดินตรงไปหาจุนซู ทิ้งให้แจจุงยืนอยู่ที่เดิม แจจุงมองมือใหญ่ที่กำลังปล่อยมือตัวเอง แล้วหันไปทางคนร่างเล็กที่ไม่คุ้นตาด้วยความสงสัย
“ยูชอน ดีใจจังเลยที่เจอกัน ฮ่าๆ เมื่อเช้าฉันลืมถามว่ายูชอนเรียนคณะอะไรเหรอ?” จุนซูส่งยิ้มกว้างให้กับยูชอน แล้วชวนคุยด้วยความร่าเริง โดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่ายูชอนกำลังยืนคุยกับใครอยู่ก่อน
“อือ อยู่คณะวิทยาศาสตร์ ปี3 แล้วนายล่ะ?” ยูชอนถามกลับน้ำเสียงเรียบ
“โอ๊ะ! บังเอิญจังเลย ฉันก็อยู่วิทยาศาสตร์เหมือนกัน แต่ว่าต้องอยู่ ปี2 เพราะฉันโอนหน่วยกิตมา และมันยังขาดอยู่หลายวิชาเลยขึ้น ปี3 ไม่ได้น่ะสิ ว้า~ แย่จัง ไม่อย่างนั้นก็ได้เรียนกับยูชอนแล้ว” จุนซูพูดพร่าม ท่าทางน่ารักๆประกอบการพูดของจุนซูนั้นเรียกให้ใครต่อใครที่เดินผ่านไปมาพากันมองด้วยสายตาชื่นชมในความน่ารักของคนตัวเล็กนี่
“แล้วนี่นายจะไปไหน?” ยูชอนถามขึ้น ท่าทีนิ่งๆของเขาทำให้จุนซูรู้สึกว่าคนตรงหน้ามาดเยอะเสียเหลือเกิน แต่ในฐานะที่เป็นเพื่อนข้างห้อง ยังไงเสียก็คงต้องทำความรู้จักกันไว้ก่อน จุนซูอยากสนิทกับยูชอน และต้องทำให้ได้ด้วย การที่จะเป็นเพื่อนกับใครซักคน มันคงไม่ลำบากเกินความพยายามของ คิมจุนซู คนนี้หรอกนะ
“กำลังจะกลับไปที่หอ ฉันทำของหายน่ะ” จุนซูบอก พร้อมส่งยิ้มให้กับยูชอนอีกครั้ง
ร่างสูงนิ่งไปนิด ก่อนจะล้วงกระเป๋าเงินขึ้นมาแล้วหยิบบัตรใบเล็กๆขึ้นมาถือไว้ในมือ ชูให้จุนซูดู
“ของที่ว่าหาย ใช่ไอ้นี่รึป่าว?” ยูชอนชูใบขับขี่ของจุนซูที่เก็บได้เมื่อวาน
“อ๊ะ! ใช่เลย ใบขับขี่ของฉัน อ๊า! โชคดีจังเลย ขอบคุณมากนะยูชอน” จุนซูรับใบขับขี่ในมือยูชอนมาถือไว้ ด้วยความดีใจ คนตัวเล็กกระโดดคว้าคอยูชอนมากอดไว้รอบ ทำเอาทั้งยูชอน และแจจุงที่ยืนห่างออกไปถึงกับตกใจกับการกระทำของจุนซู
“อ๊ะ! ขอโทษๆๆ ฉันลืมตัวไปหน่อย ฮ่าๆ โทษทีนะยูชอน” จุนซูผละตัวเองออกเมื่อคิดได้ พลางขอโทษขอโพยเพื่อนข้างห้องเป็นการใหญ่ ใบหน้าขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดด้วยความเขิน... ทั้งเขิน ทั้งอาย... ดันดีใจจนลืมตัวไปกอดยูชอนเสียได้ น่าอายจริงๆ
“อะ เอ่อ ไม่เป็นไร...” ยูชอนตอบไปแบบเก้ๆกังๆ เขาเองก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันที่อยู่ดีๆก็ถูกคนตัวเล็กคว้าไปกอด
“เอาเป็นว่าฉันจะเลี้ยงข้าวยูชอนเป็นการขอบคุณดีมั๊ย เย็นนี้ยูชอนว่างรึป่าว?” จุนซูถามร่างสูงตรงหน้า ดวงตากลมจ้องมองอย่างรอคอยคำตอบ
ยูชอนหันไปทางแจจุงที่ปล่อยให้ยืนอยู่ตรงนั้น แจจุงกำลังยืนกอดอกก้มหน้ามองพื้น เขี่ยเท้าไปมา เพื่อรอคอยให้ยูชอนกลับไปให้คำตอบ... ยูชอนมองไปที่แจจุง แล้วหันกลับมาที่จุนซูอีกครั้ง
“โทษที วันนี้คงไม่ได้น่ะ พอดีว่าฉันนัดเพื่อนไว้ก่อนแล้ว” ยูชอนบอกกับจุนซูพลางชี้ไปที่แจจุง จุนซูมองไปที่แจจุงแว๊บหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมายิ้มให้ยูชอน
“งั้นไม่เป็นไร ไว้เมื่อไหร่ก็ได้ ยังไงเราก็อยู่ห้องติดกัน ไว้ฉันจะไปกวนยูชอนบ่อยๆนะ ฮ่าๆ” จุนซูพูดขึ้นด้วยท่าทีสดใส ยูชอนพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะขอตัวแยกไปหาแจจุงที่ยืนคอย
“โทษทีนะ ปล่อยให้ยืนคนเดียวนานเลย ไปซื้อกาแฟกันก่อนเถอะ เดี๋ยวยุนโฮจะรอนาน เราเดินไปคุยไปก็ได้” ยูชอนบอกกับแจจุง ใบหน้าหวานส่งยิ้มบางๆตอบกลับให้ ก่อนเดินตามยูชอนออกไป
แจจุงไม่วายที่จะหันหลังกลับมามองคนตัวเล็กที่เริ่มถูกรุมล้อมไปด้วยนักศึกษามากหน้าหลายตาที่พยายามตรงเข้ามาทำความรู้จัก แจจุงมองจุนซูนิ่ง ดวงตาสีนิลนั้นไม่บ่งบอกความรู้สึกใดใด เพียงแว๊บหนึ่งที่จุนซูเผลอเงยหน้าขึ้นสบตาแจจุงนั้น ร่างเล็กกลับต้องรู้สึกแปลกๆต่อสายตาเมื่อครู่ที่แจจุงส่งมา... แต่ทว่าจุนซูก็ยังส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร รอยยิ้มที่กลายเป็นรอยยิ้มเก้อๆ เมื่อแจจุงกลับไม่มีทีท่าใดใดตอบกลับ นอกจากยกมุมปากที่ถูกยกขึ้นน้อยๆเหมือนการแสยะยิ้ม
แจจุงหันกลับไป เดินตามยูชอนไปจนลับสายตา... จุนซูมองภาพตรงหน้าก่อนถอนหายใจออกมาอ่อนๆ เขาคงคิดมากไป รอยยิ้มที่เขาเห็นเมื่อครู่ อาจเป็นการตีความหมายผิดไปเอง เพราะไม่มีอะไรที่จะต้องทำให้เพื่อนหน้าสวยของยูชอนคนนั้นรู้สึกเกลียดเขาเลยนี่นา
แจจุงกลับมาที่โต๊ะหินอีกครั้ง... ยุนโฮเผลอฟุบหลับไปคาโต๊ะทั้งๆที่มือยังถือปากกาเอาไว้ แจจุงปัดปรอยผมที่ตกลงมาปกคลุมใบหน้าคนรักอย่างเอ็นดู ยุนโฮรู้สึกตัวขยับขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าหล่อที่ดูงัวเงียนั้นดูเซ็กซี่สุดๆ
“อ้าว? กลับมาแล้วเหรอ? ทำไมไปนานจัง?” ยุนโฮเอียงคอไปมา บิดตัวเล็กน้อยเพื่อคลายความง่วง
“พอดีเจอยูชอนระหว่างทางน่ะ เลยหยุดคุยกันแป๊บนึง” แจจุงตอบพร้อมกับยื่นกาแฟกระป๋องให้แก่คนรัก
“แล้วยูชอนไปไหนแล้ว หมอนั่นไม่มีเรียนเหรอ?” ยุนโฮรับกาแฟจากแจจุงมาดื่ม
“โดดเรียนกลับหอไปแล้วล่ะ” แจจุงว่าพลางยกกาแฟของตัวเองขึ้นดื่มบ้าง
“ยุนโฮ วันนี้ฉันไม่กลับกับยุนโฮนะ ไม่ต้องรอ” แจจุงบอกเสียงใส ใบหน้าหวานส่งยิ้มให้คนรักน้อยๆ
“ทำไมล่ะ?” ยุนโฮทำหน้ายุ่ง เมื่อรู้ว่าวันนี้จะไม่ได้ไปส่งคนรักถึงบ้าน
“ฉันสัญญากับยูชอนไว้ว่าจะไปช่วยเลือกของเป็นเพื่อนน่ะ” แจจุงบอกกับคนรักไป โดยที่ยุนโฮเองก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แจจุงกับยูชอนมักไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ ยุนโฮเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรกับการกระทำของเพื่อนสนิทและคนรัก เพราะความไว้เนื้อเชื่อใจ
“ยูชอนไปซื้ออะไรน่ะ? ซื้อของให้แฟนใหม่เหรอ? ฮะฮะ” ยุนโฮถามขึ้นเล่นๆ ไม่ได้ต้องการคำตอบ
“คงงั้นมั้ง” แจจุงตอบน้ำเสียงนิ่ง ไม่ได้ตอบไปตามความจริง หลีดที่จะตอบไปตามความจริงเพราะต้องการให้ยุนโฮรู้สึกเซอร์ไพรส์
เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน ยุนโฮเดินมาส่งแจจุงที่หอของยูชอนใกล้ๆมหาวิทยาลัย
“อย่ากลับดึกนะครับ” ยุนโฮใช้มือบีบจมูกคนรักร่างบางเบาๆ
“อื้อ รู้แล้ว ขับรถกลับบ้านดีๆนะ เดี๋ยวคืนนี้จะโทรไปหา” แจจุงว่าพลางโบกมือล่ำลาคนรัก มองส่งยุนโฮขับรถออกจากไป แล้วค่อยหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาเปิดประตูขึ้นไปยังห้องของยูชอน ร่างบางลงเคาะ 2 – 3 ทีที่หน้าประตู ก่อนที่เจ้าของห้องจะเดินมาเปิดในสภาพกางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว
“อ้าว เข้ามาก่อนแจจุง รอแป๊บนึงนะแต่งตัวใกล้เสร็จแล้ว” ยูชอนเดินนำเข้ามาในห้องโดยมีแจจุงเดินตามเข้ามา ร่างบางใบหน้าขึ้นสีเรื่อน้อยๆเมื่อเห็นสภาพเปลือยท่อนบนของยูชอน ทั้งๆที่ก็เห็นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่แจจุงก็ยังรู้สึกไม่ชินเสียที
ร่างบางพาตัวเองนั่งลงบนเตียงนุ่ม รื้อค้นหนังสือข้างหัวเตียงของยูชอนเหมือนทุกครั้งที่เคยมา... ยูชอนแต่งตัวอยู่หน้ากระจก ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบกางเกงยีนส์สีซีดขึ้นมาสวมใส่ ตามด้วยเสื้อยืดสีส้มสะดุดตา
“จะซื้ออะไรให้ยุนโฮล่ะ?” ยูชอนถามพลางฉีดพรมน้ำหอมตามเนื้อตัว
“ยังไม่รู้เหมือนกัน ไม่นาฬิกา ก็กระเป๋าเงินล่ะมั้ง” ดวงตาสวยไม่ได้หันไปมองยูชอนแต่อย่างใด ร่างบางเอาแต่นั่งก้มหน้าก้มตาดูสมุดสีขาวที่แต่งแต้มไปด้วยเนื้อเพลงมากมายที่ยูชอนเป็นคนแต่งขึ้น... แม้แจจุงจะสนิทกับยูชอนมากแค่ไหนก็ตาม แต่เมื่อต้องอยู่ด้วยกันสองต่อสองในที่ส่วนตัวแล้วล่ะก็แจจุงรู้สึกประหม่าทุกครั้ง ไม่กล้าสบตายูชอนตรงๆเพียงเพราะความรู้สึกบางอย่างที่แฝงอยู่ในหัวใจ
“แป๊บนึงนะแจจุง ฉันตากผ้าแป๊บนึง” ยูชอนที่เหลือบเห็นตะกร้าผ้าวางอยู่ไม่ไกลเลยนึกขึ้นมาได้ จะไม่ตากตอนนี้ก็เกรงว่าผ้าที่ซักไว้จะเหม็นอับ
“อื้อ เอาสิ” ร่างบางว่าพลางทิ้งตัวราบไปกับเตียงนุ่ม นอนคว่ำอ่านเนื้อเพลงที่ยูชอนแต่งขึ้นด้วยความชื่นชม... ยูชอนเป็นคนเก่ง หลายๆเพลงที่ยูชอนเขียนขึ้นนั้นเมื่อลองใส่ลงไปในท่วงทำนองแล้วยิ่งกลายเป็นเพลงที่น่าทึ่งเลยทีเดียว ดังนั้นจึงไม่แปลกหากวิชาดนตรีที่พวกเขาลงเป็นวิชาเลือกนั้น จะมียูชอนเป็นที่หนึ่งในวิชานั้นเสมอ
“นี่ยูชอน... คนที่เจอเมื่อตอนเช้านั่นใครเหรอ?” แจจุงส่งเยงถามยูชอนที่ตากผ้าอยู่ตรงระเบียงซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
“อ๋อ จุนซูน่ะเหรอ? คนรู้จักน่ะ” ยูชอนตอบไปตามความรู้สึก จะให้เรียกว่าเพื่อนก็คงจะยังไม่ใช่ เพราะเพิ่งคุยกันได้แค่สองวันเท่านั้น ยังไม่ได้ทำความรู้จักอย่างเป็นทางการกันเสียทีเดียว
“เหรอ? นึกว่าแฟนใหม่ซะอีก” แจจุงหยอก แต่แววตากลับเย็นชา
“บ้าเหรอ ไม่ใช่หรอก ท่าทางเหมือนลิงแบบนั้นไม่ใช่สเป๊คฉันเลยด้วยซ้ำ” ยูชอนพูดติดตลก
“เหรอ... ก็ดีแล้ว” เสียงในตอนท้ายของร่างบางที่จงใจแผ่วลงทำเอายูชอนต้องเอ่ยถามอีกครั้งเพราะได้ยินไม่ถนัดนัก
“หา? เมื่อกี๊พูดว่าอะไรนะ?”
“ป่าว... ไม่มีอะไร...” แจจุงส่งยิ้มให้กับเพื่อนร่างสูงเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินถือตะกร้าผ้าเข้ามาในห้อง
ยูชอนเก็บตะกร้าให้เข้าที่ ใช้มือสองข้างที่เลอะน้ำตบๆลงบนกางเกงยีนส์สองสามที ก่อนจะเดินเข้าไปหาแจจุง ฉุดมือเพื่อนร่างบางให้ลุกขึ้นจากเตียง
“ไปกันเถอะ เดี๋ยวดึกเกินแล้วจะไม่มีเวลาเดินซื้อของนะ” ยูชอนว่า แล้วเดินนำออกไปที่หน้าประตู

ยูชอนกับแจจุงเรียกแท็กซี่ออกไปยังห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิยาลัยของพวกเขา สวนกับชางมินที่เพิ่งเดินเข้ามา และจุนซูที่กำลังจะเดินออกจากหอ
“อ้าว นายนั่นเอง” ชางมินเอ่ยทักเมื่อเห็นจุนซูที่กำลังเดินสวนกัน
“อ๊ะ! คนใจดีเมื่อวานนี้นี่นา” จุนซูชี้หน้าชางมินอย่างจำได้ ใบหน้าจิ้มลิ้มฉีกรอยยิ้มกว้างส่งให้ร่างสูงหน้าคมที่เข้ามาทักทาย
“นายอยู่หอนี้เหรอ?” ชางมินเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้น โดยมีจุนซูพยักหน้าหงึกหงัก
“ใช่ๆ เพิ่งย้ายมาเมื่อวาน ฉันอยู่ห้องติดกับยูชอนเพื่อนของนายน่ะ” จุนซูเจื้อยแจ้ว บอกที่ตั้งของห้องตัวเองอย่างเสร็จสรรพ
“อ๊ะ จริงเหรอ งั้นเราก็อยู่ชั้นเดียวกันน่ะสิ” ชางมินบอกอย่างกระตือรือร้น ใบหน้าคมดูดีใจอยู่ไม่น้อยที่รู้ว่าคนตัวเล็กนี้ย้ายมาอยู่ที่ชั้นเดียวกับเขา
“อ๊ะ จริงเหรอ ว้าว! อย่างนี้ก็ดีเลย ไว้ฉันจะแวะไปเล่นห้องนายบ่อยๆนะ อ๊ะ! ว่าแต่ว่านายชื่ออะไรเหรอ?” จุนซูที่เพิ่งนึกได้ เอ่ยถามชื่อจากร่างสูงหน้าคมที่ยืนคุยด้วยมาตั้งนาน
“อ่า ฉัน ชิมชางมิน”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะชางมิน ฉันคิมจุนซู อยู่คณะวิทยาศาสตร์ ปี2” จุนซูแนะนำประวัติตัวเองคร่าวๆ
“โอ๊ะ! อยู่คณะเดียวกัน แต่เป็นรุ่นน้องหรอกเหรอ”
“ฉันเป็นนักศึกษาเทียบโอน แต่ว่ายังขาดอีกหลายตัวก็เลยยังต้องอยู่ ปี2 น่ะ” จุนซูแจกแจงเมื่อเห็นชางมินทำหน้างงๆ ร่างเล็กส่งยิ้มให้ร่างสูงจนตาแทบปิด
“เอ่อ... แล้วนี่นายจะไปไหนเหรอ?” ชางมินถามขึ้นเมื่อเห็นว่าจุนซูตั้งท่าจะออกไปข้างนอก
“อ๋อ จะไปซื้ออะไรกินหน่อยน่ะ” จุนซูยิ้ม
“อ้อ เหรอ... ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม?” ชางมินเสนอตัวขึ้น จุนซูพยักหน้ารับอย่างดีใจเมื่อรู้ว่ามีเพื่อนร่วมเดินไปหาอะไรกินด้วยกัน
ชางมินลอบมองใบหน้าจิ้มลิ้มของจุนซูเป็นระยะๆ คำพูดของยูชอนที่ว่าจุนซูนั้นเหมือนลิงผุดขึ้นมาในสมองของชางมินโดยบังเอิญ ทำเอาหนุ่มใบหน้าคมต้องเผลอหัวเราะออกมาน้อยๆให้กับความคิดและคำพูดของเพื่อนสนิท... จะว่ายูชอนพูดผิด ก็ไม่ผิดไปเสียทีเดียว เพราะดูบางมุมแล้วจุนซูนั้นก็ดูเหมือนลิงอย่างที่ยูชอนว่าอยู่เหมือนกัน ไม่ใช่ใบหน้าที่เหมือน หากแต่เป็นท่าทางที่ดูซนๆนั่นต่างหาก
ที่ห้างสรรพสินค้าเวลาสามทุ่มกว่า... ยูชอนและแจจุงยังคงเดินเล่นไปเรื่อยๆ แจจุงเลือกของขวัญวันเกิดให้กับยุนโฮได้แล้ว เขาเลือกกระเป๋าเงินสีดำที่ทำจากหนังราคาแพง ส่วนยูชอนนั้นเลือกปากกาด้ามหรูให้เป็นของขวัญวันเกิดแก่เพื่อนรัก
“แจจุง... จะกินอะไรก่อนกลับมั๊ย?” ยูชอนหันมาถามแจจุงที่เดินอยู่ข้างๆ ใบหน้าหวานส่งยิ้มให้เพ่อนร่างสูงก่อนจะพยักหน้ารับ
“กินสิๆ ฉันเริ่มหิวอีกแล้ว สงสัยว่าเราจะเดินจนเสียพลังงานไปเยอะแน่ๆเลย” ร่างบางเอียงคอด้วยท่าทางน่ารัก มือเล็กลูบท้องวนไปวนมาแสดงท่าทางว่าอยากหาอะไรรองเท้าเต็มที ยูชอนส่งยิ้มให้กับเพื่อนร่างบาง ก่อนจะเดินตรงเข้าไปโอบไหล่แจจุงไว้
“ไปสิ ไปหาอะไรกินกันเถอะ” ยูชอนก้าวเดินทั้งๆที่มือยาวยังโอบไหล่บางของแจจุงเอาไว้ ก้าวเดินไปเรื่อยๆเพื่อหาร้านอาหารที่นั่งสบายๆแล้วหาอะไรรองท้อง
ร้านอาหารริมทางเท้าที่ยูชอนพาแจจุงมากินนั้น ทำให้ร่างบางรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ข้างทาง มีพนักงานเสริฟและคนทำที่ใบหน้าชุ่มเหงื่อ ลูกค้าหลายคนส่งเสียงโหวกเหวก พอๆกับเด็กเสริฟที่ตะโกนรับส่งออเดอร์ให้กับคนทำเสียงดังลั่น จนบางครั้งร่างบางต้องสะดุ้งตกใจเพราะความไม่คุ้นเคย... ยุนโฮไม่เคยพาแจจุงมากินข้าวในสถานที่แบบนี้ ส่วนใหญ่ยุนโฮจะพาแจจุงไปกินข้าวในร้านอาหารดีๆมากกว่าร้านอาหารข้างทางอย่างที่ยูชอนพามา ดังนั้นจึงไม่แปลกที่แจจุงจะรู้สึกไม่ค่อยถูกโฉลกกับร้านอาหารข้างทางแบบนี้เท่าไหร่นัก แต่แจจุงรู้ดีว่ายูชอนชอบกินอาหารร้านข้างทางแบบนี้ เพื่อนคนดังแห่งคณะวิทยาศาสตร์นั้นชอบทำตัวติดดินอย่างที่ใครหลายๆคนรู้กัน แจจุงยอมตามยูชอนมากินข้าวในที่แบบนี้เพราะรู้ว่ายูชอนนั้นชอบ ร่างบางยอมทำตามทุกอย่างที่เป็นวิถีชีวิตของยูชอนอย่างเต็มใจ
// ครืดดดดด ครืดดดดด //
เสียงโทรศัพท์สั่นครืดๆอยู่ในกระเป๋ากางเกงของแจจุง... ร่างบางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูชื่อคนโทรเข้าแล้วแอบถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
* กำลังโทรเข้า... ยุนโฮ *
ร่างบางกดตัดสายทิ้งเพียงเพราะยังไม่อยากรับสายในตอนนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปแค่สองสามนาทีก็มีสายของยุนโฮโทรเข้าอีกครั้ง... แจจุงมองที่มือถือของตัวเองอีกครั้ง และกดตัดสายไปเหมือนเดิม
“ใครโทรมาเหรอ? ไม่รับเหรอ?” ยูชอนเอ่ยถามเมื่อเห็นเพื่อนร่างบางกดสายโทรศัพท์
“ช่างเถอะ ไม่สำคัญหรอก อย่าไปสนใจเลย” ร่างบางส่งยิ้มกว้างให้แก่ยูชอน

“โถ่เว๊ย!!”
เสียงสบถของยุนโฮดังขึ้น พร้อมกับที่มือถือราคาแพงที่ถูกโยนทิ้งลงบนเตียงนอนอย่างไร้ความใยดี... เขาใช้ความพยายามโทรหาแจจุงหลายต่อหลายครั้งแต่ถูกตัดสาย ยุนโฮเดินไปเดินมาอยู่ในห้องอย่างอยู่ไม่สุข คิดไปต่างๆนานาเกรงว่าคนรักร่างบางจะเป็นอะไรไป กลัวมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นกับคนรักที่อยู่ๆก็เกิดไม่รับสายเขาขึ้นมา หากมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับแจจุงจริงๆแล้วล่ะก็เขาจะทำยังไง?
ยุนโฮยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด ใบหน้าหล่อนั้นดูยุ่งเหยิง เต็มไปด้วยหงุดหงิดจนน่ากลัว เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรย้ำอีกหลายๆครั้ง จนกระทั่งแจจุงกดรับสาย
“แจจุง อยู่ที่ไหนน่ะ เป็นอะไรไปรึป่าว ทำไมไม่รับสาย” ยุนโฮกรอกเสียงลงปลายสายเป็นชุดด้วยความเป็นห่วง
“ยุนโฮ... เมื่อกี้ฉันถือของอยู่ ขอโทษนะที่ไม่ได้รับ” แจจุงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยคำขอโทษ
“อ่อ เหรอ... ฉันเป็นห่วงแจจุงแทบตาย นึกว่าเป็นอะไรไปแล้วซะอีก” ยุนโฮกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ด้วยความน้อยใจ
“ขอโทษนะยุนโฮ ขอโทษจริงๆ เดี๋ยวฉันโทรหาอีกทีนะ ตอนนี้ต้องวางแล้ว” ร่างบางง้อด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ก่อนต้องขอตัววางสาย
“ครับ... อย่าลืมโทรมานะ” ยุนโฮรับคำก่อนกดวางสายไป ใบหน้าหล่อที่เคยเคร่งเครียดดูคลายกังวลไปได้มากโขเมื่อรู้ว่าแจจุงปลอดภัยดี ร่างสูงทิ้งตัวล้มลงบนเตียงใหญ่ ก่อนจะเผลอหลับไปในที่สุด

“ไปกันเถอะแจจุง” ยูชอนส่งเสียงเรียกเพื่อนร่างบางหลังจากเดินกลับมาหลังจากที่เพิ่งเดินไปจ่ายเงินค่าอาหาร
แจจุงเก็บมือถือลงในกระเป๋ากางเกงก่อนลุกขึ้นเดินตามยูชอนออกไป
“แจจุง... จะกลับยังไง นี่ดึกแล้วให้ฉันไปส่งมั๊ย?” ยูชอนถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ปกติแล้วแจจุงจะกลับบ้านโดยมียุนโฮไปส่งทุกครั้ง แต่วันนี้เพื่อนร่างบางของเขานั้นต้องกลับเอง และเป็นที่ยูชอนรู้ดีว่าแจจุงนั้นไม่ชอบการกลับบ้านคนเดียวเป็นที่สุด จึงเอ่ยปากออกตัวจะไปส่ง แต่ทว่าแจจุงกลับส่ายหน้าน้อยๆเป็นการปฏิเสธ
“อ้าว? แล้วกลับเองได้เหรอ? ไหนว่าไม่ชอบกลับบ้านเองไม่ใช่หรือไง?” ยูชอนยกมือใหญ่วางไว้บนหัวกลมๆของเพื่อนร่างบางอย่างเอ็นดู แจจุงช้อนตาขึ้นมองยูชอน แก้มใสรู้สึกร้อนผ่าวกับดวงตาของยูชอนที่จ้องมองมา
“ก็... ไม่ชอบกลับบ้านเอง แต่ว่า... ก็ไม่ได้จะกลับบ้านนี่...” ใบหน้าสวยเบ้ปากให้ดูน่ารักน่าชัง ช้อนสายตาขึ้นสบตาเพื่อนร่างสูง
“อ้าว? ไม่กลับบ้านแล้วจะไปไหน ใจแตกแล้วนะเรา” ยูชอนกำมือพร้อมกับทุบลงบนหัวของแจจุงเบาๆเป็นการหยอก แจจุงยกมือขึ้นกุมหัวก่อนจะทิ้งค้อนให้ยูชอนน้อยๆแล้วทำปากจู๋
“ใจแตกอะไรกันเล่า ก็คืนนี้ฉันจะค้างหอนายไง...”
“ให้ฉันค้างกับนายนะยูชอน”
.
.
to be continue~