LONGING -1-

posted on 25 May 2011 20:48 by indies in LONGING

Story : LONGING
Author : Onda
Pairing : Kaoru x Toshiya [From Dir en grey]
Genre : Tragedy Drama
Warning : ฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเพียงแค่เรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ตัวละครแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

 

“นิ้วมือของคุณ.. อาจจะมีปัญหาในการขยับ ทางที่ดี คุณควรหลีกเลี่ยงการเล่นเครื่องดนตรีที่ใช้นิ้ว เพราะมันอาจจะทำให้อาการบาดเจ็บของนิ้วคุณแย่ลง.. ส่วนแขนของคุณ อีกประมาณหนึ่งอาทิตย์ก็คงจะหายเป็นปกติ..”

“ใช้เวลานานเท่าไหร่ผมถึงจะกลับมาเล่นดนตรีได้อีกครั้งครับหมอ?”

คำถามจากคนไข้ร่างสูงที่ได้รับบาดเจ็บช่วงแขนขวา เอ่ยปากถามคุณหมอวัยห้าสิบปลายๆด้วยความเป็นกังวล
สภาพภายในห้องพักพื้นตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกๆลมหายใจของห้าชีวิตที่อยู่ในที่นั้นต่างก็กำลังรอฟังคำตอบจากบุรุษในชุดกราวน์ พร้อมไปกับสวดภาวนาอยู่ในใจ..

“ไม่มีกำหนด..”

ความหวังของคนไข้ที่นั่งรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ถูกฉุดดึงรั้งลงสู่ห้วงเหวลึก

“พรุ่งนี้เช้าหมอจะเอาฟิล์มเอ็กซเรย์มาให้คุณดู พร้อมทั้งคำอธิบายและวิธีการดูแลรักษาอาการบาดเจ็บโดยละเอียด.. หมอขอตัวไปตรวจคนไข้รายอื่นก่อนนะครับ” ชายชุดกราวน์โค้งหัวน้อยๆให้กับชายหนุ่มผู้เป็นคนไข้ ก่อนจะโค้งหัวลงอีกครั้งให้แก่ชายหนุ่มอีกสามสี่คนที่มาเยี่ยมไข้ในที่นั้น..
สิ้นเสียงบานประตูถูกปิดสนิท.. ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความว่างเปล่า ไร้สุ้มเสียงหรือคำพูดใดใด ในเวลาที่ต่างฝ่ายต่างจุกไปทั้งอก

“ฮึก.. ฮึก... ฮึก..”

เสียงร่ำร้องจากคนบนเตียง ส่งเสียงดับความเงียบสงบภายในห้องที่ฟุ้งไปด้วยกลิ่นของแอลกอฮอลล์ มือทั้งสองข้างที่ถูกพันไปด้วยผ้าก๊อซและสายน้ำเกลือที่ระโยงระยาง ถูกยกขึ้นมาปิดบังใบหน้า ปกปิดคราบน้ำตาที่กำลังไหลออกมาอย่างน่าไม่อาย

“ไม่เอาน่ะโทชิยะ.. นายอย่าร้องสิ..” เสียงของคาโอรุดังปลอบประโลมอยู่บางเบา
“ฮึก.. ฮึก.. หมอกำลังจะบอกว่า.. ฉันคงกลับไปเล่นดนตรีไม่ได้อีกแล้ว.. ฮึก..” หากแต่มือเบสหนุ่มแห่ง DIR EN GRAY ยังคงร่ำไห้ออกมาด้วยความโศกเศร้า

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน.. โทชิยะ มือเบสของวง Dir en grey เผลอพลัดตกเวที.. ร่างทั้งร่างที่ยังคงสะพายเบสไว้กับตัวล้มทับไปยังแขนขวา และโชคไม่ดี ที่ลำโพงขนาดกลางซึ่งวางเรียงต่อชั้นกันอยู่บริเวณนั้น เกิดหล่นลงมาทับกับมือของเขา..
เริ่มแรกนั้นเต็มไปด้วยอาการเจ็บปวดที่ทำให้เจ้าตัวถึงกับร้องจ๊าก การแสดงบนเวทีถูกยุติเมื่อเคียว นักร้องนำของวงสังเกตเห็นว่าโทชิยะนั้นลุกขึ้นมาไม่ไหว.. ในเวลานั้นมือเบสหนุ่มเอาแต่นั่งกุมข้อมือของตัวเองเอาไว้ ใบหน้าที่เคยสดใสกลับกลายเป็นเต็มตื้นไปด้วยความเจ็บปวด..
อาการชาไปทั้งกล้ามเนื้อนั้นเริ่มขยับเข้าถามหา มือเบสหนุ่มพยายามที่จะขยับนิ้วมือของเขาทว่าไม่สามารถ สุดท้ายแล้วการแสดงสดในค่ำคืนนี้ถูกยุติลง รวมถึงตารางทัวร์ภายในอาทิตย์นี้

“โทชิยะ นายอย่าเพิ่งร้อง.. ที่จริงแล้วมันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ มันอาจจะเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่ง..”
“แต่เมื่อกี้คุณหมอพูดว่า.. ไม่มีกำหนด..” การทวนคำของโทชิยะทำให้มือกลองร่างบางอย่าง เทราจิ ชินยะ ถึงกับต้องกลืนคำพูดของตัวเองลงไปในคอ

สมาชิกทั้งหมดของ Dir en grey กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในช่วงเวลาสิบกว่าปีที่พวกเขาได้อยู่ด้วยกัน.. อาการของโทชิยะจากที่คุณหมอเจ้าของไข้พูดเมื่อก่อนหน้า ได้พาความหวังและเรี่ยวแรงของสมาชิกทั้งห้าตกลงไปสู่ก้นบึ้งของเหวลึก เมื่อพวกเขาทั้งหมดตีความได้เหมือนกัน..

มือขวาของโทชิยะไม่สามารถใช้การได้.. อีกต่อไป..

“แล้วทีนี้ฉันจะทำยังไง ฮึก.. ฮือ.. ฉันจะทำยังไงคาโอรุ? นายตอบฉันที ฮือๆ” เสียงของมือเบสหนุ่มร่ำร้องหนักขึ้นกว่าเก่า จนหัวหน้าวงอย่างคาโอรุต้องรีบปรี่เข้าไปตระกองกอดร่างระหงนี้ไว้ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตีโพยตีพายขยับเนื้อตัวมากไปกว่านี้
“อย่าทำแบบนี้สิโทชิยะ ใจเย็นๆก่อน ทุกๆอย่างต้องมีทางแก้” คาโอรุกระซิบบอกคนในอ้อมกอด มองดูโทชิยะที่กำลังร่ำร้องด้วยความรู้สึกที่ตัวเขาเอง.. ก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน..

“เคียว.. จะไปไหน..” ดาย เรียกรั้งเพื่อนร่วมวงเอาไว้ เมื่ออยู่ๆอีกฝ่ายผุดลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดจา

“เอ่อ คาโอรุ เดี๋ยวฉันออกไปดูเคียวหน่อยนะ..” ดายหันไปบอกกับหัวหน้าวงของเขา
“ฉันไปด้วย..” ในขณะที่ชินยะเองก็ร้องที่จะขอตามออกไปด้วย

โทชิยะมองดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจ..
การเห็นเคียวเดินออกไปจากห้อง ไม่อาจเดาได้เลยว่าเพื่อนของเขาคนนั้นกำลังรู้สึกเช่นไร ?
เคียวอาจจะเสียความรู้สึก ที่เขาเป็นตัวการทำให้ตารางทัวร์ของวงนั้นถูกยกเลิก และอาจจะแย่ไปกว่านั้น หากว่า Dir en grey อาจจะต้องหามือเบสคนใหม่…

“คาโอรุ.. ฮือ.. ฉันขอโทษ.. ฉันขอโทษ..” มือเบสหนุ่มกอดหัวหน้าวงตรงหน้าพร้อมเอ่ยปากร่ำร้อง
ในเวลานี้ไม่มีสิ่งใดที่หัวหน้าวงอย่างคาโอรุจะทำได้นอกจากกระชับอ้อมกอดเอาไว้ให้แน่น พร้อมกับลูบเส้นผมสีดำขลับนั้นด้วยความอ่อนโยน..

ปึง!!
“นี่คุณหมอกำลังจะบอกว่า.. เพื่อนผมจะกลายเป็นคนพิการอย่างนั้นเหรอ?!” นักร้องนำร่างเล็กทุบโต๊ะดังปึง! หลังจากตามมาพูดคุยกับคุณหมอเจ้าของไข้ของโทชิยะ
“สิ่งที่หมอพูดนั่น เป็นผลสรุปของอาการคนไข้ ไม่ใช่เรื่องที่หมอจะโกหกนะครับ”
“ฉันไม่เชื่อ! นี่หมอ! หมอเป็นหมอนะ! กะอีแค่นิ้วหักแค่นี้น่ะ หมอต้องรักษาได้สิ!” ความโกรธของเคียวมีมากเสียจนทำให้ใบหน้าของเขาขึ้นสีเลือด
“นายนั่งลงก่อนน่ะเคียว ใจเย็นๆ” ชินยะดึงมือเพื่อนร่วมวงให้ใจเย็น โดยมีดายหยักหน้าให้นักร้องนำเป็นเชิงขอร้อง

“หมออธิบายให้คุณฟังไปแล้วนะครับ ถ้าเกิดว่ามันเป็นแค่กระดูกหักอย่างที่คุณคิด หมอเข้าเฝือกรักษาให้ก็หายแล้ว แต่เคสของคุณโทชิยะบังเอิญโชคร้ายที่ดันไปมีปัญหากับเส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานตรงนิ้วมือ..”
“พอๆๆๆๆ! เลือกอธิบายอะไรซ้ำๆซากๆ! ผมถามหมอคำเดียว ว่ามีทางที่นิ้วของโทชิยะจะกลับมาใช้การได้เหมือนเดิมมั๊ย?!” นักร้องหนุ่มกระชากน้ำเสียงขึ้นตัดบท

“ถ้ากลับมาหยิบจับอะไรเบาๆได้ นั่นก็คงต้องพึ่งในเรื่องของกายภาพเป็นตัวช่วย แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการเล่นดนตรีแล้ว หมอคิดว่า.. คงจะเป็นไปได้ยาก..”

แผ่นหลังของนักร้องนำถูกทิ้งลงกับพนักพิงเก้าอี้อย่างหมดแรงหลังจากได้ยินคำตอบ เช่นเดียวกับชินยะและดายที่นั่งฟังอยู่ด้วย.. ความรู้สึกของพวกเขารู้สึกโหวงเหวงจนน่ากลัว เพียงแค่คิดว่า..

โทชิยะ.. จะไม่สามารถกลับมาเล่นเบสได้เหมือนอย่างเคย..

“วันนี้นายเหนื่อยแล้ว พักผ่อนให้มากๆ ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น..”
“แต่ว่างานพรุ่งนี้..”
“ทัวร์พรุ่งนี้ฉันยกเลิกไปหมดแล้ว ยาวไปทั้งอาทิตย์.. นายต้องพักผ่อนนะโทชิยะ อย่าเพิ่งไปคิดเรื่องอื่น ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับสุขภาพของนาย หมอบอกว่าร่างกายนายอ่อนเพลียมาก ต้องพักผ่อนเยอะๆ อย่าดื้อ..” คาโอรุพร่ำบอกความห่วงใยต่างๆให้มือเบสของเขาได้ฟัง หลังจากพยายามเกลี้ยกล่อมให้โทชิยะเอนกายนอนลงไปกับเตียงเพื่อรับการพักผ่อน

“คาโอรุ.. ถ้าเกิดว่าฉันไม่สามารถเล่นดนตรีได้อีกต่อไป...”

โทชิยะหยุดพูดไปเพียงแค่นั้น..
และคำพูดของเขา กำลังทำให้หัวใจของคาโอรุตกหล่นไปอยู่ที่พื้น..

ถ้าเกิดว่า Dir en grey ไม่มีโทชิยะน่ะเหรอ?
เขาไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย...

สำหรับหัวหน้าวงอย่างเขา.. แน่นอนว่า Dir en gery คือสิ่งสำคัญ และเปรียบเสมือนของมีค่าอย่างหนึ่งในชีวิตของเขา.. และสมาชิกทั้งหมดก็เปรียบเสมือนเพื่อนตาย และเป็นเหมือนพี่น้องของเขา

โดยเฉพาะ โทชิยะ...

ความสำคัญของโทชิยะต่างจาก ดาย เคียว และชินยะ..
เพราะนอกเหนือจากความเป็นเพื่อนที่มีให้ต่อกันแล้ว.. โทชิยะ ยังเป็นคนๆเดียวที่ทำให้หัวใจของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความขึงขังจริงจังอย่างคาโอรุ.. ยิ้มออกมาได้บ่อยครั้ง

โทชิยะ เป็น คนพิเศษ
สำหรับคาโอรุแล้ว.. โทชิยะมีความหมายแบบนั้น..

“เราอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้กันเลยโทชิยะ นายต้องหาย.. ท่องไว้แค่นี้ก็พอ..”

หัวหน้าวงระบายรอยยิ้มอันอบอุ่นให้กับมือเบสที่นอนจับมือเขาอยู่บนเตียง.. คาโอรุเอื้อมมือออกไปลูบหัวโทชิยะเบาๆ ส่งสายตามองดูคนป่วยตรงหน้าด้วยความห่วงใยจนไม่อยากจากไหน
แต่เสียดาย.. ที่คืนนี้พวกเขามีนัดให้สัมภาษณ์กับทางคลื่นวิทยุแห่งหนึ่ง.. แม้จะยกเลิกการแสดงสดไป หากแต่การออกรายการตามวิทยุนั้นพวกเขายังคงต้องทำต่อ

“ฉันไปก่อนนะ สามคนนั้นคงออกไปเตรียมตัวแล้ว นายนอนซะ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะรีบมาหาแต่เช้า..”

คาโอรุส่งรอยยิ้มให้โทชิยะบางๆ ก่อนจะผละออกห่างจากเตียงคนไข้ ครั้นจะเดินออกนอกประตูห้องผู้ป่วยไป ก็มิวายหันกลับมามองใบหน้าของเพื่อนร่วมวงบนเตียงนั่นอีกครั้ง..

“ฝันดี.. นอนซะ”

“อะ อือ.. ตั้งใจให้สัมภาษณ์ล่ะ..”

โทชิยะขยับรอยยิ้มตอบ ก่อนที่ร่างของหัวหน้าวงจะเดินพ้นออกไปจากประตู...

“พวกนายหายไปไหนกันมา ทิ้งโทชิยะไว้แบบนั้น หมอนั่นยิ่งคิดมากอยู่..” คาโอรุถามสมาชิกที่เหลือหลังจากพวกเขาทั้งสี่โดยสารอยู่บนรถตู้ กำลังออกเดินทางไปยังสถานีวิทยุโดยไร้ซึ่งมือเบส
“พวกฉันเปิดโอกาสให้นายอยู่กับโทชิยะสองคนไม่ดีหรือไง ฉันว่าเราทำถูกต้องแล้วนะ” คำเอ่ยแซวที่ดายพูดขึ้นเพื่อหวังคลายความเครียดให้กับสมาชิกในวง ได้รับรางวัลตอบแทนเป็นอาการค้นเบาๆจากหัวหน้าวงไปทีหนึ่ง
“ฉันไปถามหมอมาแล้ว.. เขาบอกว่ามือของโทชิยะจะไม่หาย..” เคียวตอบคำถามด้วยน้ำเสียงขาดห้วน ความเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บของโทชิยะกำลังตอกย้ำซ้ำเติมความรู้สึกของสมาชิกทั้งหมดในที่นั้น

“แล้วเราจะทำยังไงต่อไป จะยกเลิกทัวร์ไปก่อนรึเปล่า? หรือว่า.. จะหาใครมาเล่นแทน..”

ชินยะถามขึ้นด้วยความใสซื่อ.. หากแต่สิ่งที่ลงท้ายในตอนหลังของประโยคนั่น ทุกคนต่างรู้ดีว่าไม่มีใครอยากที่จะทำเช่นนั้น แม้แต่ตัวคนพูดเองก็ตาม..

“เลื่อนการแสดงออกไปก่อน ประกาศออกไปว่าโทชิยะได้รับบาดเจ็บ แฟนๆน่าจะเข้าใจ ส่วนพวกให้สัมภาษณ์ตามนิตยาสารหรือวิทยุ พวกเราไปกันแค่สี่คนก็ได้ ไว้โทชิยะรู้สึกดีกว่านี้เมื่อไหร่ ค่อยให้หมอนั่นทักทายกับแฟนๆทางโทรศัพท์” คาโอรุบอกแพลนงานตามที่เขาคิดคร่าวๆ และทุกคนก็ทำเพียงแค่รับฟังและพยักหน้าตอบรับไปอย่างไร้ชีวิตชีวา ในเมื่อความคิดทั้งหมดของทุกคน ล้วนจมอยู่กับอาการบาดเจ็บของโทชิยะ

“เคียว.. นายช่วยฉันคิดหน่อยสิ เราจะเอายังไงกันต่อไปดี..” คาโอรุพูดออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม
“ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามือของโทชิยะจะไม่หาย..” ชินยะพูดออกมาด้วยความแปลกใจ พวกเขาเป็นนักดนตรีมาเป็นสิบๆปี ผ่านอาการบาดเจ็บมาก็หลายต่อหลายครั้ง ที่ว่าดูเหมือนบางเบาก็กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปเสียได้

“พวกเรา.. คงไม่หยุดอยู่แค่ตรงนี้หรอกใช่ไหม?”

คำถามของดายนับว่าเป็นเรื่องอ่อนไหวและอันตรายถึงขีดสุด.. แต่ก็เปรียบเสมือนจุดไม้ขีดไฟลงไปในเหวลึก..

“ถ้าถามความคิดเห็นของฉัน...”

คาโอรุเป็นคนพูดขึ้นก่อน หลังจากคำถามของดายทำให้ทุกคนหยุดนิ่งไปพักใหญ่

“ฉันจะรอจนกว่าโทชิยะจะหายดี.. พวกเราอยู่ด้วยกันมานาน รู้ใจกันมากที่สุด ทำงานเข้าขากันโดยไม่ต้องเอ่ยปาก ไม่มีใครอื่นที่จะสามารถมาแทนที่ตรงนี้ได้.. เราจะไม่ทิ้งกัน..”

หัวหน้าวงเอ่ยปากบอกอย่างมาดมั่น

“เท่เป็นบ้าเลยว่ะคาโอรุ”
“สุดยอดจริงๆเลยหัวหน้าวง” ดายและชินยะระบายยิ้มออกมา เมื่อหากเปรียบ Dir en grey คือต้นไม้ใหญ่.. คำพูดของคาโอรุเมื่อครู่ก็เปรียบเสมือนน้ำสะอาดที่คอยหล่อเลี้ยงต้นไม้ให้ได้รับความชุ่มชื้น เช่นเดียวกับเคียวที่เพิ่งจะระบายรอยยิ้มแรกออกมา หลังจากเกิดอุบัติเหตุกับโทชิยะ

“นายคิดเหมือนฉันเลย.. คาโอรุ..”

เสียงล้อเหล็กเสียดไปตามทางเดินในช่วงเวลาเกือบเที่ยงคืนสะท้อนก้องไปยังรอบๆด้านเมื่อสภาพความจอแจเมื่อช่วงเวลาก่อนพระอาทิตย์ตกนั้นได้หายไป
คนป่วยแสนรั้นแอบพาตัวเองเดินออกจากห้องพักตรงไปยังดาดฟ้าของโรงพยาบาลเพื่อสูดอากาศและดูดบุหรี่ที่เปรียบเสมือนปัจจัยสี่ของชีวิต

“ใช้เวลานานเท่าไหร่ผมถึงจะกลับมาเล่นดนตรีได้อีกครั้งครับหมอ?”
“ไม่มีกำหนด...”

คำพูดของหมอเจ้าของไข้ดังย้อนกลับเข้ามาในหัวของมือเบสหน้าสวยอีกครา..
ควันบุหรี่ถูกอัดและพ่นออกโดยใช้เวลาเพียงแค่แว๊บเดียว ก้นบุหรี่ถูกทิ้งลงบนพื้นปูน ก่อนถูกบดขยี้ด้วยรองเท้าแตะราคาแพงที่มือเบสหนุ่มคนดังนี้สวมใส่..

“อึก! ดาวตก!”

สิ้นเสียงร้องทักจากแสงดวงดาวบนท้องฟ้า มือทั้งสองข้างของโทชิยะถูกยกขึ้นมาประสาน แม้ว่ามือข้างหนึ่งจะไร้ความรู้สึกไปแล้วก็ตาม..

‘ขอให้ผมได้กลับไปเล่นดนตรีอีกครั้ง...’

แม้ว่าเคยได้ยินเรื่องเล่าจากในนิยายโบร่ำโบราณ.. จริงเท็จเช่นไรก็ไม่อาจหาบทสรุปและข้อพิสูจน์มาอธิบายได้
หากแต่ในช่วงเวลาที่ทุกอย่างกำลังจมลงสู่ความมืดมิด และเส้นทางในวันข้างหน้ากำลังจะถูกตัดจนขาดสะบั้น

จะเป็น เรื่องโกหก หรือเป็นเพียงแค่ ความหวังลมๆแล้งๆ ก็ดี..

อย่างน้อยแล้ว.. สำหรับคนที่กำลังถึงจุดสูญสิ้นหรือหมดอาลัยตายอยากอย่างเช่นมือเบสหน้าสวย.. ก็ไม่วายที่จะคว้าไว้แม้แต่ความหวังจากแสงของดวงดาว.. ในเมื่อโลกทั้งใบที่ยืนอยู่ในตอนนี้.. มันช่างดูโหดร้ายเสียเหลือเกิน...

ร่างระหงพาตัวเองเดินลงจากดาดฟ้าของตึกเพื่อกลับไปพักผ่อน รอฟังรายการวิทยุที่สมาชิกร่วมวงของเขากำลังให้สัมภาษณ์ ทว่าเสียงคุยกันของพยาบาลที่เพิ่งพลัดกันเข้าเวรกำลังพูดถึงอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาต้องหยุดยืนฟังอยู่กับที่...

“นี่ๆ ตอนหัวค่ำฉันเห็นคนที่เป็นนักร้องของ Dir en grey มาอาละวาดกับคุณหมอด้วยแหละ” เสียงหนึ่งจากนางพยาบาลสาวพูดขึ้น โทชิยะหยุดฝีเท้าลงทันใด ไม่ยอมก้าวเดินเข้าไปในห้องเมื่อได้ยินเสียงนางพยาบาลสาวพูดถึงเพื่อนร่วมวงของเขา
“ทำไมเหรอ? เกิดอะไรขึ้น?”
“ก็โทชิยะ คนที่เล่นเบสน่ะสิ เห็นว่าตกเวทีมือหักมั้งนะ”
“เหรอ? แล้วเป็นอะไรมากรึเปล่า?”

ถึงตรงนี้.. หัวใจของคนป่วยที่ยืนแอบฟังนั้นดูหนักอึ้ง

“เป็นสิ เพราะเป็นนี่แหละอีตาเคียวนั่นถึงมาโวยวาย..” คำพูดของพยาบาลสาว ดูแล้วไม่ต่างอะไรจากเชือกฟางที่กำลังทำหน้าที่รัดคอของโทชิยะให้ขาดอากาศ
“ทำไมล่ะ? ก็แค่มือหักไม่ใช่เหรอ?”
“ใครบอกล่ะ รู้สึกว่าจะไปโดนถูกเส้นเลือดหรือเส้นประสาทนี่แหละ ฉันก็แอบฟังมา.. แต่ที่แน่ๆ..”

“ถึงกับพิการเชียวล่ะ”

ขาของมือเบสหนุ่มหมดแรงในทันใด.. โชคดีที่ร่างทั้งร่างล้มพิงไปกับกำแพงให้ช่วยรองรับ

“ต่อจากนี้ไปคงเล่นดนตรีไม่ได้แล้วล่ะ ดูเหมือนว่างานนี้ Dir en grey คงต้องเปลี่ยนสมาชิกใหม่”
“จริงเหรอ? น่าเสียดายจังเลยแฮะ ไปอยู่ยุโรปตั้งหลายปี พอกลับมาญี่ปุ่นทีนึงก็ได้เรื่องเลย..” นางพยาบาลทั้งสองยุติการพูดคุยถึงคนไข้นักดนตรีไปเพียงแค่นั้น..
หากแต่ว่าคนที่ยืนฟังกลับแทบล้มทั้งยืนเมื่อได้ยินว่าตัวเองกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ถูกพาดพิง และซ้ำร้าย ความหวังของเขาก็เหมือนจะถูกดับลงจนไม่เหลือแสงสว่างอะไรให้หวัง..

...คนพิการ..

...เล่นดนตรีไม่ได้...

จากนี้ไป เขาจะกลายเป็น โทชิยะ มือเบสของ Dir en grey ที่เล่นดนตรีไม่ได้อย่างนั้นเหรอ ?

“ฮึก... ฮึก... ฮึก...” อีกครั้งแล้วที่น้ำตามากมายหลั่งไหลออกจากดวงตาที่เคยมีแต่ความสดใส
โทชิยะพยายามพาร่างของตัวเองกลับเข้ามาภายในห้อง.. ร่างทั้งร่างทรุดฮวบลงกับพื้นอันเย็นเยียบทันทีที่ประตูห้องนั้นปิดลง..

“สวัสดีครับ พวกเรา Dir en grey”
“เคียว..”
“คาโอรุครับ”
“ดายครับ..”
“และชินยะครับ..”

“มือเบสของเรา โทชิยะ.. ประสบอุบัติเหตุเล็กน้อยครับเลยไม่สามารถมารายการวิทยุได้ในวันนี้ ยังไงก็ต้องขอโทษแฟนๆด้วย แต่ว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ.. เพราะโทชิยะ.. จะกลับมา.. เร็วๆนี้..”

เสียงของคาโอรุที่กำลังพูดถึงชื่อมือเบสของ Dir en grey กำลังทำให้เจ้าของชื่อร่ำไห้ราวกับจะขาดใจ

เหตุใดพระเจ้าต้องเล่นตลกกับพวกเขา ?
ทั้งๆที่สู้อุตส่าห์ทะยานไกล มีชื่อเสียงไปทั่วทั้งยุโรป
ทั้งๆที่อยุ่เป็นวงดนตรีที่โลดแล่นอยู่ในวงการเพลงญี่ปุ่นมายาวนานเป็นสิบๆปี
ทั้งๆที่พวกเขายังมีแรง มีพลัง มีกำลังใจ และพอใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ในโลกดนตรีอย่างนี้
แต่ทำไมพระเจ้า... ต้องทำให้พวกเขาต้องพบจุดหักเหดั่งเช่นตอนนี้ ?

ฮาระ โทชิยะ... กำลังกลายเป็นตัวถ่วงของ Dir en grey

“ฮืออ.. ฉันกลับไปไม่ได้แล้วคาโอรุ.. ฉันเล่นดนตรีให้ Dir en grey ไม่ได้แล้วจริงๆ...”

 

 

to be continue ...