2008/May/28

* หมายเหตุ *
เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ใช่เรื่องจริงแต่อย่างใด

Story : Deep-rooted
Author : JaeSun
Paring: YunJae / YooSu
Rate: NC-1

 

 วันสิ้นสุดของวันหยุดสุดสัปดาห์ นั่นหมายถึงว่าวันต่อไป คือ วันแรกแห่งการทำงาน... ชั่วโมงแห่งความวุ่นวายเริ่มขึ้นตั้งแต่เช้า... เช่นเดียวกับชีวิตของผู้บริหารหนุ่มอย่าง ชอง ยุนโฮ...

“แจจุง วันนี้กลับเองนะ”
ยุนโฮรีบเร่งเดินตรงไปยังรถยนต์คันงามที่จอดไว้ในภายในคอนโดของเขา มือหนึ่งถือโทรศัพท์สีดำกรอกเสียงไปตามสาย ส่วนอีกมือที่ว่างนั้นมีเสื้อสูทราคาแพงพาดไว้อยู่

“ขอร้องล่ะ กลับเองได้มั๊ย วันนี้มีธุระตอนเย็นจริงๆ”
ร่างสูงเปิดประตูรถเข้าไปนั่งประจำที่นั่งคนขับ พาดสูทตัวเก่งไว้เบาะข้างๆ ก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วขับเคลื่อนออกไปในทันที ทั้งๆที่มือหนึ่งยังคงถือโทรศัพท์ค้างไว้ เนื่องจากแจจุงยังคงพูดไม่รู้เรื่อง ดื้อรั้นจะให้เขาไปรับหลังเลิกงานท่าเดียว

เมื่อคืนยุนโฮออกจากบ้านแจจุงก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว กว่าจะถึงคอนโดของตัวเอง... กว่าจะทำอะไรเสร็จสรรพแล้วเข้านอนได้ ก็ปาเข้าไปเกือบตี 1 แล้ว... แถมต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำงาน... ต้นอาทิตย์อย่างวันจันทร์นั้นเป็นที่รู้ๆกันว่าการจราจรติดขัดแค่ไหน มันเป็นเรื่องที่น่าวุ่นวายสำหรับชีวิตคนทำงานอย่างยุนโฮ แต่เท่านั้นไม่พอ... ร่างสูงกลับต้องมาเจอกับความงอแงของคนรักที่โทรมาตื๊อให้ไปรับหลังเลิกงาน ทั้งๆที่เย็นนี้เขามีนัด... นัดเจอลูกค้าคนสำคัญ ขนาดที่ว่าปลีกตัวออกมาไม่ได้ แต่อธิบายให้แจจุงฟังเท่าไหร่ ร่างบางก็ยังคงความดื้อรั้นไม่เลิก

...ทำตัวงี่เง่าแบบนี้อีกแล้ว...

“แจจุง ฟังนะ เย็นนี้ฉันไปรับไม่ได้จริงๆ นายจะดื้อยังไงฉันก็ไปรับนายไม่ได้... ถ้านายอยากรอ ก็รอไปเองละกัน ฉันไปไม่ได้จริงๆ แค่นี้นะ!” มือถือเครื่องเล็กถูกปิดแล้วโยนลงเบาะนั่งข้างคนขับอย่างไม่สนใจใยดี

...มีเรื่องให้ปวดหัวแต่เช้าอีกแล้ว...
...พักนี้แจจุงเอาแต่ใจขึ้นเรื่อยๆ และไม่แม้แต่จะฟังเหตุผล...
...แจจุงกำลังเดินล้ำเส้น...
...เส้นที่แบ่งอาณาเขตของความเป็นส่วนตัว ระหว่างแจจุงและยุนโฮ...

“ยุนโฮ!! ยุนโฮ!!”

แจจุงกรอกเสียงเรียกชื่อคนรักผ่านทางมือถือเครื่องเล็ก แต่ทว่าปลายสายกลับถูกตัดไปอย่างไร้ความใยดี ยุนโฮปิดเครื่องหนีไปในที่สุด ทิ้งให้ร่างบางนั่งหงุดหงิดอยู่บนโต๊ะทำงานของตน แผ่นกระดาษมากมายที่เต็มไปด้วยลายขีดเขียนโครงสร้างต่างๆถูกปัดตกไปจากบนโต๊ะเพื่อเป็นการระบายอารมณ์ด้วยฝีมือผู้สร้างชิ้นงานเหล่านั้น แจจุงมองงานของตนที่ถูกปัดลงไปกองบนพื้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ

...ยุนโฮทำแบบนี้อีกแล้ว... ไม่สนใจเขาอีกแล้ว...
...ยุนโฮกำลังเปลี่ยนไป...
...หรือว่ายุนโฮ... กำลังมีคนอื่น?...

ในขณะที่ร่างบางนั่งคิดอะไรเลยเถิดอยู่ภายในห้องทำงานสี่เหลี่ยมเล็กๆนั้น เสียงเคาะประตู 2 – 3 ทีดังขึ้นเรียกสติ ร่างบางจึงจำต้องปรับอารมณ์ให้ดูเป็นปกติที่สุด เพราะยังไงเสียนี่ก็เป็นเวลางาน หากจะเอาเรื่องส่วนตัวเข้ามาปนกันก็ดูจะไม่ใช่เรื่องดีนัก

“เชิญ”
ร่างบางตะโกนอนุญาตก่อนจะก้มลงเก็บชิ้นงานบนพื้นขึ้นมาเสียใหม่ หากแต่ว่าร่างบางก็ต้องตกใจ เมื่อพอเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบผู้มาเยือนที่มีใบหน้าคุ้นตา หากแต่ว่าไม่ได้พบกันมามากกว่า 5 ปีแล้ว

...เพื่อนสนิทคนสำคัญของเขา...

...ปาร์ค ยูชอน...

“เฮ้ย! ยูชอน กลับมาได้ไง?!” น้ำเสียงแจจุงดูตื่นเต้นเป็นพิเศษเมื่อพบว่ายูชอนยืนอยู่ตรงหน้า ในขณะอีกฝ่ายได้แต่ยิ้มให้ด้วยท่าทียียวนไม่เคยเปลี่ยน
“ทำไม? กลับมาไม่ได้เหรอ? นี่มันบริษัทฉันนะเว้ย! ถ้าไม่ให้กลับมาเลยเดี๋ยวเกิดสถาปนิกคนเก่งอย่างนายฮุบบริษัทฉันขึ้นมาล่ะทำไง” ผู้ชายที่ชื่อยูชอนพูดขึ้นติดตลก ก่อนจะเชิญตัวเองให้นั่งลงยังเก้าอี้ตรงข้ามสถาปนิกคนเก่งของบริษัทในเครือตระกูลปาร์ค

แจจุงไม่ได้พูดอะไรตอบ... ร่างบางได้แต่มองเพื่อนคนสำคัญด้วยสีหน้าที่ดูแปลกใจระคนดีใจ การพบเจอเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันนานมันทำให้เขารู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกเลยจริงๆ
แจจุงกับยูชอนสนิทกันตั้งแต่ทั้งคู่เรียนอยู่มัธยมปลายด้วยกัน จนกระทั่งแจจุงเข้ามาทำงานในบริษัทของยูชอน ทั้งคู่เพิ่งจะแยกจากกันเมื่อ 5 ปีก่อน เพราะยูชอนต้องการไปเรียนเพิ่มเติมทางด้านการดีไซน์ที่ฝรั่งเศส บริษัทของยูชอนคือบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ในเครือตระกูลปาร์คที่มีแจจุงเป็นสถาปนิกมือหนึ่ง พูดได้ว่ากำไรที่งดงามของตระกูลปาร์คส่วนหนึ่งนั้นได้มากจากฝีมือการนำเสนองานอันเยี่ยมยอดของแจจุงก็ไม่ผิด

“กลับมาจากฝรั่งเศสมีของมาฝากฉันรึป่าว?” ร่างบางทวงของฝากจากเพื่อนร่างสูงทันที
“ไม่มี” อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างทันควัน หน้าตาไม่รู้สึกสะทกสะท้านของยูชอน ทำให้แจจุงรู้สึกหมันไส้ จนอดไม่ได้ที่จะตรงเข้าตีแขนเพื่อนรักสักทีสองที

“เฮ้ย! เย็นนี้ไปกินข้าวกันนะ มีเรื่องต้องคุยกันยาว คิดถึงนายโคตรๆอะ” ยูชอนเอ่ยชวนแจจุงไปทานข้าวในตอนเย็น ร่างบางหยุดคิดสักนิดหนึ่ง ก่อนจะนึกถึงเรื่องที่ถูกยุนโฮปฏิเสธขึ้นมาได้... ยิ่งนึกก็ยิ่งเจ็บใจ

...ดีล่ะ ชอง ยุนโฮ... ในเมื่อนายไม่สนใจฉัน ฉันก็ไม่ง้อนายหรอก...

“โอเค หลังเลิกงานเจอกัน เอารถนายไปนะ”
“ได้เลยเพื่อน งั้นฉันกลับห้องก่อนล่ะ ตั้งใจทำงานนะเว่ย อย่ามัวแต่งนั่งหายใจทิ้งกินเงินเดือนฟรีๆ”
แจจุงเพียงแต่พนักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะนั่งจมกับความคิดของตัวเองต่อหลังจากที่ยูชอนเดินออกจากห้องไป...

...ป่านนี้ยุนโฮกำลังทำอะไรอยู่? จะรู้มั๊ยนะว่าเขารู้สึกน้อยใจแค่ไหน?...

 

ตะวันคล้อยต่ำใกล้ตกดินเต็มที่... ยูชอนและแจจุงนัดพบกันบริเวณชั้นล่างของตัวตึก ก่อนที่พนักงานจะขับรถของยูชอนมาส่ง แล้วร่างทั้งสอง จึงขึ้นไปนั่งบนรถยนต์คันหรูนั้น แล้วขับเคลื่อนออกไป

“กินอะไรดีวะแจจุง?” ยูชอนพูดขึ้น ในขณะที่นั่งอยู่ในรถ
“ไม่รู้ ตามใจนายละกัน” แจจุงตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์... ดูเหมือนว่าร่างบางจะอารมณ์เสียขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเหลือบมองเวลาแล้วพบว่า อันที่จริงแล้วเวลานี้คนที่ควรมารับเขาน่าจะเป็นยุนโฮมากกว่ายูชอน

“เป็นอะไรของนายเนี่ย? นั่งหน้าเซ็งแบบนี้มาตั้งแต่เช้าแล้วนะแจจุง” ยูชอนที่คอยลอบมองปฏิกิริยาเพื่อนร่างบางเอ่ยถามออกไปในที่สุด เพราะเห็นแจจุงนั่งหน้างอ ถอนหายใจมามากกว่าสิบรอบแล้ว

แจจุงหันไปสบตาเพื่อนสนิทเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ดวงตากลมโตมองทอดออกไปนอกกระจกรถด้วยความหงุดหงิดระคนน้อยใจ ในใจคิดถึงแต่ยุนโฮ ที่วันนี้ทั้งวันไม่โทรหาเขาเลยซักสาย แม้แต่ข้อความง้อขอคืนดีซักข้อความก็ไม่มี

“เหอะ นายไม่เข้าใจหรอกยูชอน... มันเป็นเรื่องของคนมีแฟน” แจจุงว่า ในขณะที่ปาร์ค ยูชอนนั้นค้อนให้เพื่อนร่างบางทีหนึ่งด้วยความหมันไส้
“อะไรๆ นายมาพูดแบบนี้ก็ไม่ถูก ถึงตอนนี้ฉันจะไม่มีแฟน แต่ฉันก็เคยมีนะเว่ย ความรักน่ะฉันรู้จักดี” ยูชอนพูดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้

...เจ้าแจจุงบ้า นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนกันมาหลายปี ฉันดีดนายลงจากรถแน่ๆ...

“ว่าแต่... นายมีเรื่องอะไรหรือไง? ทะเลาะกะแฟน?” ยูชอนวกกลับเข้าเรื่องเดิม
“ไม่รู้สิ... พักนี้ยุนโฮทำตัวห่างเหินจากฉันยังไงก็ไม่รู้” ร่างบางหลุบตาลงต่ำ ริมฝีปากบางเบะออกนิดๆเมื่อคิดถึงการกระทำของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรัก

“เหรอ? ยุนโฮดูไม่น่าจะใช่คนแบบนั้นนะ นายคิดไปเองรึป่าว เมื่อตอนที่ฉันเจอหมอนั่น ก็ดูรักนายดีออก” ยูชอนว่า พลางนึกถึงหน้าคนรักร่างสูงของเพื่อน

เขาเคยเจอยุนโฮเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ไปฝรั่งเศสแรกๆแล้วแวะกลับมาจัดการธุระที่เกาหลี... ตอนนั้นดูเหมือนว่ายุนโฮเพิ่งจะคบกับแจจุงได้ไม่นาน แต่ดูจากท่าทางแล้วผู้ชายคนนั้นก็ดูจะรักเพื่อนของเขาเป็นอย่างดี รูปร่างหน้าตาก็จัดว่าใช้ได้ ฐานะหน้าที่การงานก็ดีไม่เป็นรองใคร เป็นถึงหนึ่งในผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์รายใหญ่ของเกาหลี ถ้าไม่เรียกว่ารวยก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว... แต่เรื่องที่นอกเหนือจากนั้นสำหรับยูชอนแล้ว การที่ได้รู้จักกับยุนโฮนั้นยังถือว่าเป็นการรู้จักแค่ผิวเผิน เจอกันแค่ครั้งสองครั้ง ส่วนที่เหลือก็ฟังเอาจากคำบอกเล่าของแจจุงเอา... ไม่ได้สนิทสนมอะไรเลย

“ช่างมันเหอะ โอ๊ย ปวดหัว ขี้เกียจคิด” อยู่ดีๆแจจุงก็ตัดบทโดยการอ้างว่าปวดหัวเสียอย่างนั้น ยูชอนได้แต่มองเพื่อนร่างบางที่แสนจะแปรปรวน แล้วต้องส่ายหัวให้กับการกระทำที่เหมือนเด็กไม่รู้จักโตด้วยความเอ็นดู

...แจจุงดูใสซื่อบริสุทธิ์เสมอ... จะกี่ปีผ่านไปก็ไม่เคยเปลี่ยน...

ยูชอนพาแจจุงมายังร้านอาหารสไตล์อิตาลีที่ตกแต่งด้วยศิลปะสไตล์ยุโรป ซึ่งดูจะเป็นที่ถูกอกถูกใจสถาปนิกร่างบางอย่างแจจุงอยู่ไม่น้อย ทั้งแจจุงและยูชอนถูกพนักงานเดินพามายังโต๊ะเล็กๆในมุมสงบของร้าน นักดนตรีบรรเลงเพลงหวานซึ้งเข้ากับบรรยากาศ จนแจจุงแอบจินตนาการไปไม่ได้ว่าหากได้มาทานอาหารที่นี่กับยุนโฮก็คงจะดีไม่น้อย แต่ว่า...

...ทำไมต้องไปนึกถึงคนบ้างานคนนั้นด้วยนะ ฮึ่มมม!!...

“แจจุง สั่งเลย เดี๋ยวฉันมานะไปห้องน้ำแป๊บนึง” ยูชอนหยิบยื่นเมนูอาหารให้แก่เพื่อนร่างบาง ก่อนจะขอตัวไปยังห้องน้ำเพื่อสูดนิโคตินเข้าปอด

“โอ๊ะ!”
“อุ๊!”

ร่างของยูชอนปะทะเข้ากับใครอีกคนที่เดินสวนกันบริเวณทางเข้าห้องน้ำ ใครคนนั้นเอ่ยขอโทษยูชอนในทันทีที่ร่างกายของเขาชนเข้ากับร่างของยูชอน

“ขอโทษครับ” ฝ่ายนั้นพูดขึ้น ยูชอนเองก็ได้แต่ค้อมหัวให้นิดๆเป็นการขอโทษเช่นกัน
หนุ่มนักเรียนนอกเงยหน้ามองคนร่างสูงแว๊บหนึ่ง... มีอะไรบางอย่างทำให้ยูชอนรู้สึกติดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกทันทีที่เห็นใบหน้าของคนที่เดินชนเขาเมื่อครู่ ความรู้สึกคุ้นๆเหมือนเคยพบเจอที่ไหนมาก่อน...
ด้วยความระแคะระคายใจนี้ เป็นเหตุให้ยูชอนเปลี่ยนทิศทางจากการเข้าห้องน้ำ เป็นเดินตามคนร่างสูงกว่าไป

“มากับผู้หญิง...?”
ยูชอนพึมพำกับตัวเองเบาๆ เมื่อพบว่าชายคนนั้นหยุดลงที่โต๊ะอาหารซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะของเขาและแจจุงนัก ผู้ชายคนนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งดินเนอร์ร่วมโต๊ะ

“สวยด้วยแฮะ”
ยูชอนพูดขึ้นอีกที เมื่อเห็นใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นอย่างชัดเจน... ดวงตาเรียวพยายามเพ่งเล็งไปที่ชายหนุ่มที่โต๊ะนั้นอีกครั้ง ความมั่นใจเริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆเมื่อได้เห็นท่าทางของเขา

...ไม่ผิดแน่... ต้องเป็นนายจริงๆ...

 

“ยูชอน ฉันสั่งเสร็จแล้วนะ นายสั่งสิ” แจจุงพูดขึ้นเมื่อยูชอนเดินกลับมาที่โต๊ะ ร่างสูงได้แต่ยิ้มให้เพื่อนร่างบางก่อนจะหยิบเมนูขึ้นมา สั่งอาหารสองสามอย่างแล้วให้บริกรเก็บเมนูไป

“มีอะไรเหรอ? จ้องหน้าฉันทำไมวะยูชอน?” แจจุงถามขึ้น เมื่อเห็นยูชอนที่อยู่ดีๆก็จ้องหน้าเขาแบบแปลกๆ
คิ้วหนาของยูชอนขมวดมุ่นราวกับคนมีเรื่องทุกข์ใจ ในใจของหนุ่มนักเรียนนอกรู้สึกสับสน มองหน้าเพื่อนร่างบางตรงหน้า สลับกับมือสองข้างของตัวเองที่ประสาทเข้าหากัน เหมือนเป็นการชั่งใจ

...เอาวะ... เพื่อความแน่ใจ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด...

“นี่แจจุง...” ยูชอนเรียกชื่อเพื่อนสนิทตรงหน้า อีกฝ่ายเอียงหัวน้อยๆรับคำ เป็นเชิงถามว่ามีอะไร
“ว่าไงยูชอน?” แจจุงเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงใสซื่อ... แววตาที่ไร้เดียงสาของแจจุงทำให้เขาอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขากำลังจะกระทำนั้นเป็นผลดีหรือไม่... ในใจสับสน... วุ่นวาย... บอกไม่ถูก...

“นี่... มีอะไรเหรอ? เป็นอะไรไปยูชอน?” แจจุงเอื้อมมือมาจับมือของยูชอนไว้ ร่างสูงได้แต่มองเพื่อนรักตรงหน้าด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน มือยาวคล่อยๆดึงออกจากการกอบกุมของเพื่อนหน้าหวาน ก่อนที่นิ้วโป้งจากมือขวาของยูชอนจะเป็นตัวชี้นำอะไรบางอย่าง

“ผู้ชายโต๊ะนั้น... ใช่แฟนนายรึป่าว?”

ยูชอนพูดขึ้น... ชายหนุ่มนิ้วโป้งของเขาชี้ไปทางโต๊ะที่อยู่ไม่ไกลจากตัวที่เขาและแจจุงนั่งอยู่อย่างมีมารยาทโดยเกรงว่าอีกฝ่ายจะเห็น ร่างบางได้แต่มองตามทิศทางนิ้วของเพื่อนสนิท มองไปยังโต๊ะๆนั้น และพบว่า...

“ยุนโฮ!!”

แจจุงเรียกชื่อคนรักดังลั่น แต่โชคดีที่โต๊ะของยุนโฮอยู่ไกลเกินกว่าที่จะได้ยินเสียงของแจจุง จะมีก็แต่โต๊ะรอบข้าง 2 – 3 โต๊ะที่ได้ยินและพากันหันมองมาที่โต๊ะ แต่เวลานี้ แจจุงไม่สนใจอะไรแล้ว... ดวงตาสวยจ้องมองไปที่โต๊ะซึ่งอยู่ไม่ไกลด้วยแววตาแข็งกร้าว มือเล็กกำแน่นด้วยความโมโห เล็บแหลมที่เจ้าตัวไว้เริ่มจิกลงบนฝ่ามือบางลึก โดยที่เจ้าตัวเองไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย และยูชอนก็ไม่ได้สังเกต

“เฮ้ย! ฉันไม่คิดว่าจะใช่นะแจจุง แต่ก็รู้สึกคุ้นๆ เอาเป็นว่า นายอย่าเพิ่งคิดอะไรไปไกลนะ มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้...” ยูชอนพยายามพูดจาปลอบโลมเพื่อนร่างบาง ที่ตอนนี้... น้ำตาเม็ดใสค่อยๆไหลออกจากดวงตาสวยแล้ว

แจจุงยังคงมองไปที่โต๊ะของยุนโฮนิ่ง... ยุนโฮที่กำลังยิ้มให้กับผู้หญิงหน้าตาสะสวยที่ร่วมโต๊ะคนนั้น รอยยิ้มที่ระยะหลังแจจุงแทบจะไม่ได้รับจากคนรักร่างสูงคนนี้เลยสักนิด หากแต่ยุนโฮกลับยิ้มให้กับใครอื่นได้อย่างง่ายดาย

...ใครคนนั้น... ที่ไม่ใช่แจจุง...

“เฮ้ย! แจจุงเดี๋ยว!”

ไม่ทันที่ยูชอนจะได้รั้งร่างของเพื่อนคนสนิทไว้... แจจุงเดินตรงไปยังโต๊ะของยุนโฮแล้วจัดการฟาดฝ่ามือลงไปกลางโต๊ะอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งที่จะตามมาใดใด ไม่ว่าจะเป็นเสียงนินทาจากคนรอบข้าง หรือแววตาแข็งกระด้างจากคนรัก...

*ปึง*

เสียงฝ่ามือบางที่ฟาดลงบนกลางโต๊ะอาหาร ทำเอายุนโฮและผู้ร่วมโต๊ะสาวถึงกับสะดุ้ง ใบหน้าของแจจุงที่เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ หันไปมองหน้าหญิงสาวผู้ร่วมโต๊ะอาหารกับยุนโฮแว๊บหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าคนรักด้วยใบหน้าเป็นเดือดเป็นแค้น
ในขณะที่อีกฝ่ายก็ไม่ต่างกัน... ยุนโฮกำลังหัวเสียสุดๆกับการกระทำของคนรัก...

...การกระทำที่ดูไม่มีมารยาทเอาซะเลย...

“แจจุง!” ยุนโฮเรียกชื่อแจจุงเสียงต่ำ พยายามใช้น้ำเสียงเตือนสติคนรักร่างบางที่ตอนนี้ใบหน้าแดงกร่ำ คราคร่ำไปด้วยคราบน้ำตาปนความโกรธ

“นี่เหรอ? นี่คือเหตุผลที่นายมารับฉันไม่ได้ใช่มั๊ย ชอง ยุนโฮ?” แจจุงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ร่างทั้งร่างสั่นไหวไปด้วยแรงสะอื้นเล็กๆ น้ำตาเม็ดใสพรั่งพรูออกมาอย่างห้ามไม่ได้ สิ่งที่แจจุงเห็นมันเหมือนกับมีดนับพันเล่มที่กำลังเสียบแทงร่างบางอย่างจงใจ

...ยุนโฮโกหก...

...คนที่เขารักที่สุด... โกหก !...

“คุณยุนโฮคะ ดิฉันว่าคุณจัดการธุระของคุณให้เรียบร้อยเถอะค่ะ ทางนี้ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเข้าใจ” หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามยุนโฮพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัวๆ แจจุงไม่ได้หันไปมองทางฝ่ายนั้นแต่อย่างใด ดวงตากลมใสยังคงจ้องมองคนรักอย่างยุนโฮนิ่ง

“ครับ... ขอบโทษนะครับคุณดาน่า ผมขอตัวก่อน” ยุนโฮค้อมหัวให้กับหญิงสาวตรงหน้า ก่อนลุกขึ้นหันมามองแจจุงด้วยแววตาเย็นชา

“ไป! เรามีเรื่องต้องคุยกัน!”
ยุนโฮกระชากแขนแจจุงออกจากร้านไปทันที โดยมีร่างบางปลิวติดแขนยุนโฮไปอย่างขัดมิได้ ยูชอนที่หลบดูสถานการณ์อยู่ห่างๆก้าวตามคนทั้งคู่ไปไม่ทัน หนุ่มนักเรียนนอกได้แต่ภาวนาให้เพื่อนรักและคนรักของเพื่อนทำความเข้าใจกันได้เร็วๆ

...ขอให้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดก็แล้วกัน...

 

ร่างของแจจุงถูกเหสี่ยงเข้าไปนั่งในตัวรถยนต์คันหรูก่อนที่ยุนโฮจะเดินย้อนกลับมานั่งยังที่นั่งประจำคนขับ รถยนต์คันงามถูกเหยียบคันเร่งทะยานออกไปจากบริเวณร้านอาหารหรูอย่างรวดเร็ว บรรยากาศภายในรถปกคลุมไปด้วยความเงียบ แจจุงได้แต่นั่งหันหน้าไปจ้องยุนโฮนิ่ง น้ำตาใสยังคงไหลรินไม่ขาดสายจากใบหน้าหวาน

ยุนโฮขับรถมาหยุดลงที่คอนโดของเขา แล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูดึงร่างคนรักที่ยังร้องไห้ไม่หยุดออกจากตัวรถ แล้วตรงไปยังห้องของเขา ยุนโฮเหวี่ยงแขนแจจุงทิ้งเมื่อถึงห้อง... ร่างสูงหันมาสบตาคนรักร่างบางที่เอาแต่ร้องไห้ ก่อนถอนหายใจออกมาแรงๆอย่างหมดความอดทน

“ทำแบบนี้ทำไม?” นี่คือสิ่งแรกที่ยุนโฮพูดกับแจจุง แววตาของชายหนุ่มดูเย็นชาจนน่ากลัว
“แล้วที่นายทำอยู่ล่ะยุนโฮ..?” ร่างบางถามขึ้นบ้าง พยายามเค้นเสียงออกมาเพื่อพูดกับคนรักภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดัน

“ฉันทำอะไรแจจุง? ฉันมาทานข้าวกับลูกค้า ฉันเองก็บอกนายไปแล้วว่ามีนัด นายนั่นแหละที่ไม่ฟังอะไรเลยแล้วก็คิดเองเออเอง!” น้ำเสียงของยุนโฮเริ่มแปลเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและดุดัน
“ลูกค้าเหรอ?! นายจำเป็นต้องทำแบบนั้นกับลูกค้าด้วยเหรอ? นายยังหัวเราะให้เธอ ยิ้มให้เธอ ในขณะที่คนรักอย่างฉันไม่เคยได้รับสิ่งเหล่านั้นเลย ชอง ยุนโฮ... ที่นายพูดมามันเป็นเรื่องจริงหรือคำแก้ตัวกันแน่!” แจจุงตะคอกใส่ร่างสูงอย่างหมดความอดทน น้ำตามากมายยังคงไหลรินโดนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด อาการสะอื้นเริ่มหนักขึ้นจนเนื้อตัวบอบบางต้องสั่นไหวไปตามแรง เล็บแหลมยังคงจิกฝังเข้ากับฝ่ามือบางจนถึงตอนนี้ เลือดสีสดเริ่มซึมออกมาเล็กๆ
ยุนโฮมองดูฝ่ามือบางของคนรัก ก่อนจะตรงเข้าคว้ามือนั้นให้แบออก ไม่อยากเห็นแจจุงต้องทำร้ายตัวเองแบบนี้เลย...

“แจจุง! อย่าทำแบบนี้!” ยุนโฮเริ่มลงเสียงหนัก ยิ่งเห็นแจจุงทำร้ายตัวเองเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกไม่ดี
แต่ถึงกระนั้น ร่างสูงที่เพิ่งคว้าข้อมือบางไว้ได้ กลับถูกเจ้าของมือบางนั้นสะบัดออกอย่างแรง แจจุงมองยุนโฮด้วยแววตาที่ประดังไปด้วยความโกรธ เสียใจ และน้อยใจ...

“ปล่อยฉัน! นายเคยสนใจฉันด้วยเหรอยุนโฮ! ถ้านายสนใจฉัน แล้วนายทำแบบนั้นทำไม?! นายเคยคิดถึงใจฉันบ้างมั๊ย?!”

“นายไม่เคยเชื่อใจฉันเลยแจจุง...”

ยุนโฮพูดขึ้นทันทีโดยไม่รอให้แจจุงได้พูดอะไรต่อ... หากแต่คราวนี้ความดุดันภายใต้กล่องเสียงของยุนโฮนั้นกลับลดน้อยลง เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างเรียบเฉย ยากที่จะคาดเดาความรู้สึก แต่แววตาคมนั้นกลับแสดงออกอย่างชัดเจนว่า เขากำลังเสียใจ... ในวันนี้ยุนโฮรู้แล้วว่า...

...ที่ผ่านมา แจจุงไม่เคยเชื่อใจเขาเลย...

“เชื่อใจเหรอยุนโฮ? ฉันเชื่อใจนายแล้วนายทำกับฉันแบบนี้เหรอ?!” แจจุงเริ่มออกอาการโวยวาย มือเล็กยังคงกำแน่นจนฝ่ามือเป็นรอยเล็บฝังลึก... ลึกเสียจนช้ำเป็นรอยเขียว

ประโยคที่ถูกเปล่งออกมาด้วยอาการตะคอกซ้ำๆ ทำให้ยุนโฮต้องหลับตาลงด้วยความอดทน อดกลั้น ไม่อยากมองภาพตรงหน้า... ไม่อยากได้ยินอะไรทั้งสิ้น...
เสียงสะอื้นของร่างบางยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยุนโฮได้แต่หลับตานิ่งไม่อยากรับรู้เรื่องราวความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้น คิ้วหนาขมวดติดกันดูยุ่งเหยิงราวกับใช้ความคิดอย่างหนัก ก่อนที่ดวงตาเรียวจะเปิดขึ้นช้าๆ จ้องไปที่คนรักร่างบางด้วยแววตาที่ปราศจากความรู้สึก


“แจจุง... เราเลิกกันเถอะ...”


To be con

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
กูว่าละ ว่าต้องเลิกกันตอนนี้แหละ ชอบว่ะ อึดอัดดี
อย่างนี้แปลว่าอีกไม่นานหุ้นจะขึ้นแล้วใช่มั้ย ฮาๆๆ

พี่ไก่ป่าคู่กูนะ 5555555

ต่อเร็วๆจะอ่าน..

ไม่ได้บังคับแต่สั่ง 55555555

#1  by  เป้ไก่ป่า (125.24.226.219) At 2008-05-28 23:09, 
กลับมาแล้วน๊าาา...ดีจัง
รู้สึกเหมือนจขบ.หายไปนานเลยค่ะ
อ่าน3ตอนรวดเลยค่ะ รู้สึกบีบๆแปลกๆ
แต่ก็สนุกดีค่ะ ยอดเยี่ยมเหมือนเดิม
#2  by  DoT (210.213.1.250) At 2008-05-29 09:22, 
เจ็บอ่ะ ไม่รู้ว่าใครผิดเลย แต่เอาใจช่วยทั้งคู่นะ อย่าเลิกกันเลย หวังว่าเค้าคงไม่เลิกกันเพราะเหตุผลแค่นี้นะ แล้วก็มีเฮียไก่โผล่มาแล้ว เด๋วก็ต้องมีคู่เฮียไก่ชัวร์
อิยะ 55 ชอบนะคะ มาแปะไว ๆ น้ามารอหน้าคอม
ทุกวันเลยนะเนียะ
#3  by  จุนจัง (125.25.209.247) At 2008-05-29 11:09, 
เป็นสิ่งที่ไม่อยากจะได้ยินเลย ยุน แล้วไงเนียจะเป็นไง ในเมื่อรักเริ่มไม่เข้าใจ มันห่างไกลกันมากไป 2 คนที่เริ่มไม่เข้าใจกัน 5555 ขำหรอ ขำไม่ออกหลอกนะ สงสารอะ
#4  by   (124.157.184.110) At 2008-06-09 18:12, 
แวะมาอ่านตอนนี้ก่อนนะ เด๋วกลับมาอ่านต่อนะ ตอนนี้แบบว่าตีหนึ่งแล้วน้องรัก ห้าห้า อ่านแบบตาเดียวอยู่นะเนี่ย ห้าห้า

ยุนแจไม่เข้าใจกันสักทีอ่ะ มันไม่มีใครผิดสักคนนะ แต่ว่ามันเกิดจากความไม่เข้าใจกันอ่ะ เฮ้ออ ไม่รู้สงสารใครดี เอาเป็นว่าสงสารมิคแล้วกันนะ แบบว่าโดนเพือ่นทิ้งให้กินข้าวคนเดียวเลยงี้ ห้าห้า
#5  by   (58.9.45.72) At 2008-06-11 00:58, 
ห้าห้า ลืมลงชื่ออ่ะ

จากพี่สาวน้องสาวเอง พี่เจคร้าบบ
#6  by  howdy (58.9.45.72) At 2008-06-11 00:58, 

<< Home