* หมายเหตุ *
เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ใช่เรื่องจริงแต่อย่างใด
Story : Deep-rooted [PART 4]
Author : JaeSun
Paring: YunJae / YooSu
Rate: NC-18
ผมคิดมาเสมอว่า “เขา” คือ คนที่จะอยู่เคียงข้างผมตลอดไป
ผมมั่นใจมาก... ว่าเขาคือคนที่พระเจ้าส่งมาให้เป็นของขวัญ... เป็นรางวัลแก่ชีวิต
...มันไม่ได้ทำให้ผมเฉลียวใจเลยสักนิด...
...ผมคิดอะไรง่ายเกินไป...
...จนลืมคิดไปเสียสนิทว่า คนอย่างยุนโฮ... ก็รู้จักคำว่า “หมดความอดทน”...
“แจจุง... เราเลิกกันเถอะ...”
ราวกับหัวใจหยุดเต้นไป ณ นาทีนั้น ทันทีที่ได้ยินยุนโฮเอ่ยถ้อยคำที่ร้ายกาจออกมาด้วยใบหน้าและแววตาที่แสนเย็นชา... คำพูดที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ แจจุงก็ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินมันออกจากปากชายคนรัก... ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างยุนโฮจะพูดคำนี้ออกมา... ไม่เคยคิดเลยจริงๆ...
อาการสะอื้นหยุดลงในชั่วพริบตา ร่างบางที่เมื่อครู่ร่ำร้องสะอื้นอย่างหนัก กลับหยุดอาการลงอย่างฉับพลันเพราะสิ่งที่ได้ยิน... บัดนี้แจจุงได้แต่เบิกตากว้างด้วยความตกใจกับสิ่งที่คนรักของเขาพูดขึ้น
...ยุนโฮกำลังบอกเลิกเขา...
“ยะ... ยุนโฮ... นะ... เมื่อกี้... นายพูดอะไร?” แจจุงพูดขึ้น ใบหน้าหวานดูตื่นตระหนกสุดๆราวกับเจอเรื่องไม่คาดฝัน หน้าอกด้านซ้ายเริ่มมีอาการเจ็บแปลบๆขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก พอมองไปที่คนรักร่างสูง ก็ยังคงพบแต่แววตาที่ไร้ความรู้สึก... มันยิ่งทำให้แจจุงรู้สึกเจ็บเหลือเกิน
ยุนโฮยกมือขึ้นบีบขมับแรงๆ ราวกับต้องการให้ความปวดตุบๆในสมองนั้นจางหาย ร่างสูงเหลือบมองคนรักที่จ้องตัวเองด้วยแววตาน่าสงสาร ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง แล้วพูดประโยคเดิม ประโยคเดียวกับเมื่อครู่
“ฉันบอกว่า... เราเลิกกันเถอะ”
เสียงทุ้มพูดประโยคเดิม แต่ความแข็งกระด้างที่เคลือบแฝงในประโยคนั้นได้จางหายไป...
แจจุงทรุดลงกับพื้นทันทีที่ยุนโฮพูดประโยคนั้นขึ้นมาอีกครั้ง... ยุนโฮบอกเลิกเขา... ยุนโฮพูดแบบนั้นจริงๆ
“ทำไมล่ะยุนโฮ? เพราะเธอ? หรือเพราะฉัน?” แจจุงเอ่ยถามชายคนรักที่ยืนค้ำหัวอยู่อย่างสะอื้น น้ำตามากมายพรั่งพรูออกมาอีกครั้ง... น้ำตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดกับการถูกคนรักตัวเองรักบอกเลิก...
“ไม่ใช่เธอ... ไม่ใช่คุณดาน่า... คุณดาน่าเป็นแค่ลูกค้าที่บริษัท...” ยุนโฮเอ่ยย้ำอีกครั้ง ร่างสูงดูออกอาการหงุดหงิดขึ้นมานิดๆเมื่อแจจุงพาดพิงถึงบุคคลที่ 3... บุคคลอื่นที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาเลย ไม่ว่าทั้งในชีวิตหรือหัวใจ...
“งั้นเป็นเพราะฉัน? ใช่มั๊ย?” แจจุงถามขึ้นมาอีกครั้งด้วยความยากลำบาก ร่างบางกัดริมฝีปากตัวเองด้วยความขื่นขม... เพราะถึงแม้ต้นเหตุจะไม่ได้เป็นเพราะผู้หญิงคนนั้น แต่ถ้าเป็นเพราะตัวแจจุงเอง ร่างบางก็รู้สึกเจ็บใจเหมือนกัน...
...เจ็บใจตัวเอง... แค่คนรักที่ดียังเป็นไม่ได้...
“ไม่ใช่หรอกแจจุง... ไม่ใช่เพราะนาย... มันไม่ใช่แค่นายคนเดียว... แต่ฉัน... ฉันเองก็รู้สึกว่าความรักของเรามันแย่ลง... แย่ลงเรื่อยๆ...” ยุนโฮว่า... จะโทษแจจุงคนเดียวก็ไม่ถูก เพราะหากว่าความรักของเขากับแจจุงมีอันต้องล่มลงจริงๆ ตัวเขาเองก็มีส่วนที่ทำให้มันจบลง...
สาเหตุนั้นรู้อยู่เต็มอก... มันมาจากคำว่า “เบื่อ” แค่คำนี้คำเดียว ก็พาลให้อะไรๆมันดูแย่ไปเสียหมด แต่ถึงกระนั้น ยุนโฮเองก็ยังไม่สามารถหาที่มาของความเบื่อนั้นได้จริงๆ สุดท้ายแล้วก็ทำได้เพียงแต่โทษกันไปโทษกันมา โทษเวลา โทษฟ้าดิน...
...เอาแต่โทษตัวเองและสิ่งรอบข้าง โดยที่ไม่เคยคิดจะปรับหรือเปลี่ยนแปลงอะไรเลย...
ความเงียบก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้เสียงสะอื้นของร่างบางที่ดูจะอ่อนแรงลงไปเยอะกว่าตอนแรก... ยุนโฮไม่ได้หันไปมองแจจุงที่กำลังร้องไห้จนเกือบหมดแรงเลยแม้แต่น้อย เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนุ่ม สายตามองทอดออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย ในหัวคิดถึง ตัวเขา... แจจุง... และความรักที่ผ่านมา 4 ปี...
...ความรัก ที่เขากำลังจะจบมันด้วยตัวเอง...
ยุนโฮตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงนุ่ม สุดท้ายแล้วเขาก็เลือกที่จะหนีปัญหาด้วยการเดินออกจากห้องไป... ยุนโฮลุกขึ้นยืนและก้าวเดินออกจากห้อง หากแต่ว่าชายหนุ่มกลับถูกรั้งไว้ด้วยฝีมือของคนรักร่างบางที่ยังนั่งกองอยู่บนพื้นเย็น
*หมับ*
แจจุงคว้าขายุนโฮที่กำลังจะเดินออกจากห้องไปได้ข้างหนึ่ง
“ยุนโฮ!! อย่าไป... อย่าไปเลย...!!” แจจุงรั้งขายุนโฮไว้ กอดขาคนรักไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย
ความรู้สึกของแจจุงบอกกับตัวเองว่า หากเขาปล่อยให้ยุนโฮเดินออกจากห้องนี้ไปในสถานการณ์แบบนี้ นั่นอาจจะหมายความว่า เขาและยุนโฮ จะต้องแยกทางกันอย่างสมบูรณ์
...แจจุง... เลือกที่จะรั้งความรักเอาไว้...
ความต้องการที่อยากให้ยุนโฮมาง้อ อ้อนวอน หรือเอ่ยคำขอโทษ กลับถูกโยนทิ้งไปเมื่อเริ่มมองเห็นอนาคตอันใกล้... ยุนโฮกำลังจะเดินจากไป...
“อย่าไป... ฮืออออ... ยุนโฮ อย่าไป... ฉันขอโทษ... แจจุงขอโทษ... ฮืออออ ยุนโฮอย่าทิ้งฉัน... ฉันรักนาย… ฮืออ” เสียงสะอื้นที่พร่ำบอกคำรัก และร้องขอของแจจุง ทำให้ยุนโฮต้องยกมือทั้งสองขึ้นปิดหน้า
เขาไม่เคยเห็นแจจุงเป็นแบบนี้... และไม่เคยคิดว่าเรื่องราวระหว่างเขาและแจจุงจะออกมาในรูปแบบนี้...
แจจุงที่ดื้อรั้น และมักต้องการเอาชนะเสมอ... มาบัดนี้ แจจุงที่แสนเอาแต่ใจคนนั้น กลับนั่งกองอยู่กับพื้น มือบางรั้งทึ้ง พยายามเหนี่ยวรั้งขาของเขาไว้ อ้อนวอนไม่ให้เขาจากไปด้วยใบหน้าที่อาบไปด้วยคราบน้ำตา...
...แจจุงที่น่าสงสาร...
ยุนโฮยืนนิ่ง หากแต่ในใจนั้นสับสนวุ่นวาย ความรู้สึกมากมายตีกันอย่างยุ่งเหยิงในใจ... ภาพเก่าๆกลับผุดขึ้น จากที่เลือนลางกลายเป็นชัดเจน ราวกับต้องการแสดงเจตนารมณ์ให้กับสมองและหัวใจได้ประมวลผล
...ภาพในวันแรกที่ได้พบกัน...
...วันครบรอบการคบกันในแต่ละปี...
...ของขวัญชิ้นแรก...
...จูบแรก...
...อาหารฝีมือเยี่ยม ที่แสนอร่อย...
...ร่างบางที่อดหลับอดนอนเพื่อเฝ้าไข้เขา ยามล้มป่วย...
...การได้เป็นหนึ่งเดียวกัน...
...สถาปนิกหน้าหวานที่มักทำงานจนดึกดื่น แต่ก็ยังมีเวลามาดูแลเขา...
...ทุกๆเหตุการณ์ ล้วนมีภาพของ คิม แจจุง ร่วมเป็นตัวแสดงด้วยเสมอ...
สุดท้ายแล้ว... กำแพงในใจของยุนโฮก็ต้องถูกทลายลงไป... ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ยุนโฮแค่รู้สึกว่าไม่อาจทนเห็นแจจุงในสภาพแบบนี้ ไม่อยากเห็นแจจุงต้องร้องไห้ หรือเป็นแบบนี้เลยจริงๆ...
ร่างสูงลดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น มือทั้งสองจับแขนของแจจุงไว้ แล้วโอบร่างบางนั้นเข้าหาตัว แจจุงต้องปล่อยโฮอีกครั้งเมื่อยุนโฮรั้งร่างของตัวเองเข้าสู่อ้อมกอด ถึงแม้ไม่รู้ว่ายุนโฮจะยอมคืนดีหรือไม่ แต่เพียงแค่อ้อมกอดนี้
...แค่อ้อมกอดของยุนโฮเท่านั้นที่โหยหา...
...อย่างน้อย... ความอบอุ่นของยุนโฮ ก็มีภูมิคุ้มกันมากพอที่จะทำให้แจจุงรู้สึกเจ็บน้อยลง...
“ผมขอโทษ... แจจุง... ผมขอโทษ...” ร่างสูงเอ่ยคำขอโทษ มือข้างหนึ่งลูบหัวคนรักในอ้อมกอดอย่างแผ่วเบา
แจจุงยังคงร้องไห้ภายใต้อ้อมกอดของยุนโฮ... ผู้ชายที่เขารักที่สุด
เหนื่อย... เหนื่อยเหลือเกิน... ถึงจะรู้ว่าการรักยุนโฮเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกเหนื่อย แต่แจจุงก็เลือกที่จะไขว่คว้าและรั้งมันไว้... แม้จะเหนื่อย แม้จะเจ็บ แม้จะต้องแลกด้วยอะไรก็ยอมทั้งนั้น... และทั้งหมดก็เป็นเพราะคำๆเดียว...
...รัก...
“ยุนโฮ...” แจจุงยังคงสะอื้น มือบางกำเสื้อเชิ้ตของยุนโฮแน่น ในสมองคิดมีแต่ชื่อผู้ชายที่ตัวเองรักที่สุด
“ยุนโฮฉันขอโทษ... ฉันจะไม่ทำตัวงี่เง่า ไม่ดื้อ ไม่เอาแต่ใจ ไม่โวยวายอีก... ขอร้อง นายอย่าทิ้งฉันไป อย่าทิ้งฉันไปเลย...” ริมฝีปากบางอ้อนวอนคนรัก แม้น้ำเสียงฟังดูเลือนรางแต่ก็ยังฝืนที่จะพูดต่อไป
ยุนโฮกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ร่างของแจจุงภายใต้อ้อมกอดของเขานั้นสั่นระริก ราวกับลูกนกที่กำลังหวาดกลัวอะไรสักอย่าง... ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเกิดขึ้นในใจ... ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทั้งๆที่ความสัมพันธ์ของเขาและแจจุงเริ่มต้นด้วย “ความรัก”
แล้วตอนนี้ล่ะ?
ความรักที่มีค่าเหล่านั้นอยู่ที่ไหน?
“แจจุง...”
ยุนโฮเรียกร่างบางในอ้อมกอดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แจจุงเงยหน้าขึ้นมา ตากลมใสที่บวมเป่งจากการร้องไห้จ้องมองยุนโฮอย่างมีความหวัง และรอคอยประโยคที่กำลังจะหลุดออกจากปากคนรักร่างสูง
“เรา... มาเริ่มกันใหม่นะ...”
ยุนโฮพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มบางๆที่ดูอ่อนโยนและใจดี ราวกับเทวดาหนุ่มผู้งดงาม... แจจุงโผเข้ากอดยุนโฮแน่น โดยที่ร่างสูงเองก็กอดตอบกลับเช่นกัน ยุนโฮระบายยิ้มออกมาน้อยๆให้กับตัวเอง อย่างน้อย... ก็สามารถทำให้ร่างบางในอ้อมกอดสามารถยิ้มออกมาได้อีกครั้ง
ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัดสินใจถูกหรือผิด... ไม่ว่าอนาคตจะเป็นยังไงก็ตาม แต่กับวันนี้... จะลองฝืนดูอีกซักตั้ง...
...ความรักของเรา... มันน่าจะเหลือไว้บ้างแหละนะ...

“ว่าไง แจจุง นายโอเคแล้วใช่มั๊ย?” ยูชอนกรอกเสียงลงตามสายโทรศัพท์ แจจุงโทรมาหาเขาหลังจากเหตุการณ์วุ่นๆวันนั้นได้ผ่านพ้นไป... กว่าจะได้รับการติดต่อจากแจจุง นี่ก็เลยมา 3 วันแล้ว
“หา? ทำความเข้าใจ? แน่ใจนะ?”
เสียงของผู้บริหารหนุ่มนักเรียนนอกฟังดูฉงน คิ้วเข้มที่ขมวดติดกัน บวกกับใบหน้าเหยเกแล้ว... แจจุงคงกำลังพูดเรื่องที่ทำให้ยูชอนรู้สึกประหลาดอยู่เป็นแน่
“เออๆ เอาให้ดีแล้วกัน... ฉันดีใจที่ตอนนี้นายโอเค เออใช่ อีกไม่กี่วันฉันจะแนะนำคนๆนึงให้นายรู้จัก... เออ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้... อืม... แค่นี้นะ ดูแลตัวเองด้วยล่ะ” ยูชอนเออออทางโทรศัพท์ก่อนที่บทสนทนาถูกตัดไป...
ยูชอนเองได้แต่ระบายลมหายใจออกมาเบาๆ หลังจากฟังเหตุการณ์ความรักที่น่าปวดหัวของเพื่อนรัก... ดีใจที่แจจุงกับยุนโฮคืนดีกัน แต่อีกใจก็รู้สึกระเหี่ยใจเหลือเกินกับเรื่องราวที่ได้ฟังจากเพื่อนร่างบาง
แจจุงกับยุนโฮทำข้อตกลงปากเปล่ากันไว้ หลังจากทะเลาะกันอย่างรุนแรงจนยุนโฮเอ่ยปากขอแยกทาง... ก็ยังถือว่าเป็นโชคดีของแจจุงที่ยังสามารถเหนี่ยวรั้งความรักเอาไว้ได้ หากแต่ต่อจากนี้ก็ไม่รู้ว่าความรักของยุนโฮกับแจจุงจะดำเนินไปได้นานแค่ไหน... ตลอดไป ? หรือแค่ช่วงเวลาหนึ่ง ?
ข้อตกลงที่ว่า แจจุงต้องไม่ทำตัวน่ารำคาญ ต้องให้อิสระกับยุนโฮทั้งเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัวบ้างนิดหน่อย ส่วนยุนโฮเองก็ต้องมีเวลาให้กับแจจุงบ้าง... แค่นั้นที่ร่างบางเรียกร้อง
สำหรับยูชอนแล้ว ข้อตกลงของแจจุงและยุนโฮฟังดูเป็นเรื่องไร้สาระเหมือนเด็กเล่นขายของ...
ความรักเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและลึกซึ้งมากเกินกว่าที่เราจะกำหนดได้
เคยได้ยินรึป่าวล่ะ กับสำนวนยอดฮิตที่ใช้ได้ตลอดกาล... “ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน”
อะไรๆก็เกิดขึ้นได้เสมอ ไม่เว้นแม้แต่ในเรื่องของความรัก
// ตี๊ด //
เสียงข้อความเข้าดังจากมือถือเครื่องน้อย เรียกให้ยูชอนตื่นจากภวังค์ความคิดของตัวเอง
* ฉันมาถึงแล้ว... อยู่ที่โรงแรมแอร์พอร์ต มารับฉันด้วยนะคนบ้า............................ จุนซู *
ใบหน้าหล่อแย้มยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่ออ่านข้อความจบ... คนที่เขารอคอย ในที่สุดก็มาถึงแล้ว...
...คิม จุนซู ที่น่ารักของเขา...
-โรงแรมแอร์พอร์ต...สนามบิน-
“ยูชอนนนนนน!!”
เสียงแหลมตะโกนเรียกชื่อใครบางคนที่กำลังยืนเก้ๆกังๆอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรม... จุนซูโบกมือเป็นสัญญาณให้กับยูชอน ก่อนที่ร่างสูงจะเดินตรงมายังบริเวณโซฟาเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลจากที่ที่ร่างเล็กยกมือโบกไปมา
“ขอกอดทีนึงสิ” ยูชอนพูดขึ้นกับคนตัวเล็กพร้อมกับกางแขนออก หวังจะได้กอดร่างเล็กตรงหน้าให้เต็มมือ หากแต่มือหนากลับถูกตีดังเพียะด้วยฝีมือของคนตัวเล็ก
“อะไรกันจุนซู... ฉันอุตส่าห์มารับถึงนี่ไม่คิดจะให้รางวัลกันเหรอไง น่าน้อยใจชะมัด” ยูชอนพูดขึ้น ใบหน้าหล่อพองลมไว้ที่ข้างแก้ม หวังเรียกความเอ็นดูจากอีกฝ่าย ในขณะที่จุนซูได้แต่ค้อนให้คนขี้อ้อนมือไวอย่างหมันไส้
“อะไรกันเล่า ก็นายบอกเองว่าถ้าฉันมาเกาหลีเมื่อไหร่นายจะคอยเป็นสารถีให้ฉันไง” จุนซูพูดขึ้น สองมือกอดอกอย่างมีมาด
“อะไรกัน เห็นฉันเป็นสารถีหรอกเหรอ? น่าน้อยใจชะมัด” ยูชอนเบะปาก ทำท่าเหมือนเด็กๆเวลาไม่ได้ดั่งใจ
จุนซูได้แต่หัวเราะออกมาอย่างร่าเริง... ยูชอนคนนี้ทำให้ร่างเล็กรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้
เหมือนเพื่อน... เหมือนพี่ชาย... หรืออาจจะมากกว่านั้น ?
จุนซูกับยูชอนเจอกันที่ฝรั่งเศส... ทั้งคู่เรียนต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่อยู่คนละคณะ... ยูชอนเรียนเกี่ยวกับด้านออกแบบ ในขณะที่จุนซูนั้นบินไปที่ฝรั่งเศสเพื่อเรียนภาษาเพิ่มเติม ครอบครัวของจุนซูทำธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับเครื่องเพชร ต้นตระกูลของเขาเป็นพ่อค้าเพชรส่งออกรายใหญ่ และนั่นเป็นสาเหตุให้ร่างเล็กจำต้องมีความรู้หลายๆภาษาเพื่อทำการติดต่อค้าขาย...
“คิดถึงฉันเหรอเลยบินกลับมาเร็วก่อนกำหนด?” ยูชอนกระเซ้าร่างเล็กตรงหน้า มือหนึ่งช่วยจุนซูถือกระเป๋าใบย่อมเดินนำออกไปที่รถของเขา
“นายเป็นอะไรกับฉัน? ทำไมฉันต้องคิดถึงนาย?” จุนซูพูดขึ้นอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ร่างเล็กมองตรงไปตามทางข้างหน้า ก้าวเดินไปเรื่อยๆโดยไม่หันไปมองหน้ายูชอนที่เดินเคียงข้าง มุมปากเรียวที่ยกยิ้มขึ้นนิดๆ ทำให้ใบหน้าของจุนซูดูยียวนไม่น้อย
“ฉันเหรอ? ฉันก็คือคนที่กำลังจีบนายอยู่ไง” ยูชอนว่าอย่างไม่สะทกสะท้าน... แต่ใช่ว่าไม่รู้สึก...
แน่นอนล่ะ ว่าในใจก็รู้สึกเสียหน้าอยู่ไม่น้อย... แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องที่ยูชอนเองก็ชินเสียแล้ว
ยูชอนตามจีบจุนซูมาตั้งแต่เรียนที่ฝรั่งเศส แต่จีบยังไงก็ไม่ติดซักที... แต่ถึงจะไม่ติด และไม่มีทีท่าว่าจะติด ยูชอนก็ไม่คิดที่จะล้มเลิก... อาจเป็นเพราะ คิม จุนซู ไม่เหมือนคนอื่น... ความหยิ่งยะโส และอารมณ์ร้ายตามแบบฉบับลูกคุณหนู นี่แหละที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดใจยูชอนได้เป็นอย่างดี
“จุนซู ไม่เห็นใจฉันบ้างเหรอ ตามจีบนายจนเหนื่อยแล้วนะเนี่ย” ยูชอนแกล้งพูดขึ้น น้ำเสียงออดอ้อนดูไม่เหมาะกับมาดเจ้าของบริษัทก่อสร้างรายใหญ่เอาซะเลย
“เหนื่อยเหรอ? ก็หยุดสิ... คนบ้าอย่างนายใครได้เป็นแฟนต้องปวดหัวตายแน่ๆ” จุนซูพูดขึ้น ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วสะบัดหน้าใส่ยูชอนทีหนึ่ง แล้วค่อยลงไปนั่ง
ยูชอนยิ้มกรุ้มกริ่มกับอาการของร่างเล็กที่ดูมาดเยอะเสียเหลือเกิน
...จุนซูที่ปากร้ายนิดๆนี่แหละ น่ารักไม่เบา...
หลังจากพายุฝนผ่านไป... ท้องฟ้าที่มักสดใส... ไม่ได้หมายความว่ามันจะงดงามเช่นนี้เสมอไป...
“แจจุง พรุ่งนี้ไปเที่ยวกันมั๊ย?” ยุนโฮที่กำลังนอนดูโทรทัศน์เอ่ยชวนคนรคักร่างบางที่วันนี้มาค้างที่ห้อง
“ไปไหน? พรุ่งนี้ต้องทำงาน ไม่ใช่วันหยุดซะหน่อย” แจจุงว่า... พอนึกถึงตารางงานพรุ่งนี้แล้วก็พาลจะร้องไห้
ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อไปเคลียร์งานที่เหลือ สายหน่อยต้องออกไปเสนองานให้กับลูกค้า ก่อนจะต้องกลับมาที่บริษัทแล้วรอพบลูกค้าคนสำคัญที่ยูชอนฝากให้ดูแลเป็นพิเศษ... พอตอนค่ำๆก็ต้องพบใครอีกคน ที่ยูชอนบอกจะแนะนำให้รู้จัก... วันพรุ่งนี้ของแจจุง ช่วงดูวุ่นวายเหลือเกิน
“เหรอ? เสียดายจัง...” ยุนโฮพูดขึ้น ใบหน้าคมหล่อมองไปยังคนรักที่กำลังเตรียมชุดสำหรับทำงานในวันพรุ่งนี้
“แจจุง~” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกคนรักร่างบางที่กำลังเลือกชุดทำงานในวันพรุ่ง... ร่างสูงย่องเดินตรงไปที่ร่างบางเงียบๆ ก่อนที่สองมือจะล้วงเข้าไปยังเสื้อกล้ามตัวน้อยของแจจุงจากทางด้านหลัง
“อื้อ... ยุนโฮ ไม่เอา พรุ่งนี้ฉันต้องตื่นเช้า” แจจุงปรามคนรักมือไว แต่ยุนโฮยังคงดื้อรั้น ไม่ฟังเสียงต่อต้านแต่อย่างใด มือยาวยังคงพัวพันอยู่ในเสื้อ ลูบไล้ไปมาอย่างคลั่งไคล้... กลิ่นแชมพูของแจจุงกระตุ้นความรู้สึกทุกครั้งที่ร่างสูงได้กลิ่น... ทั้งหอมหวาน และยั่วยวน...
ยุนโฮพลิกร่างแจจุงให้หันมาเผชิญหน้า มือยาวเอื้อมไปหยิบชุดทำงานที่แขวนอยู่ในมือของร่างบาง โยนมันลงบนเตียงแล้วรวบสองมือของแจจุงมาไว้ในมือของตน ใบหน้าหล่อยื่นออกไปแตะจูบลงบนริมฝีปากบาง ก่อนจะส่งลิ้นริ้นเข้าไปควานหาความอ่อนหวาน อย่างหลงใหล และคลั่งใคล้
สองมือของร่างบางถูกรวบไว้อยู่ในมือข้างหนึ่งของยุนโฮ... มืออีกข้างที่กำลังว่างเปล่าของร่างสูงนั้น เลื่อนไปทำหน้าที่ปลดกางเกงของตัวเองออกลวกๆ จนกางเกงยีนส์สีสวยกองทิ้งคาไว้ที่หน้าขาอย่างไร้ความใส่ใจ ยุนโฮใช้สองมือจับมือบางของแจจุงไว้ทั้งสองข้าง บังคับให้มือบางแตะต้องความเป็นชายของตน จนแจจุงต้องหน้าแดงไปด้วยความเขินอาย... ไม่ว่ายังไงก็ยังไม่ชินกับเรื่องแบบนี้เสียที...
ใบหน้าหล่อละริมฝีปากที่กำลังดูดดื่มอยู่กับปากบางๆ ก่อนเปลี่ยนเป็นมากระซิบที่ข้างหู ทำเอาขนฟังถึงกับวาบหวามกับคำขอแสนทะลึ่ง “พรุ่งนี้ทำงานแต่เช้า... งั้นใช้ปากทำให้ฉันแทนละกันนะแจจุง”
ดวงตากลมโตจ้องมองคนรักร่างสูงที่กำลังยืนมองอย่างออดอ้อน... ยุนโฮทำตาละห้อยเหมือนลูกหมาตัวเล็กๆที่ต้องการความรัก... น่ารักที่สุด...
แจจุงขืนสองมือออกจากการคุมบังคับ เปลี่ยนเป็นยกขึ้นคล้องคอร่างสูง เขย่งปลายเท้ายกร่างตัวเองยื่นหน้าเข้าจุ๊บเบาๆบนริมฝีปากหนา แก้มใสขึ้นสีด้วยความเขินอาย ยุนโฮมองปฏิกิริยาน่ารักของคนรักยิ้มๆ ก่อนจะล้มตึงลงบนเตียงใหญ่ด้วยแรงผลักของร่างบาง
แจจุงผลักให้ร่างสูงล้มลงบนเตียงอย่างแรง... ยุนโฮนอนหงายผึ่งด้วยความงุนงงกับการกระทำของคนรัก หากแต่ก็ต้องยิ้มออกเมื่อแจจุงคลานเข่าตามขึ้นมาบนเตียง แล้วขึ้นคร่อมร่างของเขาไว้ ปากบางยิ้มออกมาอย่างยั่วยวน ก่อนปลายฟันจะขบกัดลงบนริมฝีปากของตัวเองเล็กน้อย บวกกับตาปรือๆด้วยแล้วยิ่งทำให้ยุนโฮรู้สึกตื่นตัวแม้ส่วนนั้นยังไม่ถูกสัมผัส
“แจจุง ไม่ไหวแล้ว... ซี๊ดดดดด...” ยุนโฮครางเสียงต่ำ ท่าทางของแจจุงแทบจะทำให้เขาไปถึงฝั่งฝันเพียงแค่ได้เห็นหน้าคนรักและเพียงแค่จินตนาการ...
แจจุงยิ้มร้าย มองดูคนรักร่างสูงที่หน้าตาเหยเกเพราะอารมณ์ที่พุ่งสูงอย่างอารมณ์ดี มือบางจับแกนกายของยุนโฮไว้หลวมๆ โคลงเคลงมันไปมา ใช้สายตาหยอกเย้า จ้องมองอย่างเอ็นดู
“อ่า......... แจจุง.......... อย่าแกล้งกันแบบนี้..............” ร่างสูงเกร็งหนัก เมื่อถูกแกล้ง
“อะไรกันยุนโฮ... นี่มันเพิ่งเริ่มต้นเองนะ” แจจุงว่าพลางช้อนสายตามองคนรักแว๊บหนึ่ง ก่อนที่ปากบางจะครอบครองส่วนนั้นของยุนโฮไว้ช้าๆ...
“อ่า..............................................!!” เพียงแค่รู้สึกถึงปากเล็กและลิ้นร้อนของแจจุง ยุนโฮต้องครางหนักเมื่อรู้สึกเสียวซ่านอย่างบอกไม่ถูก
แจจุงกำลังใช้ลิ้นโลมเลียส่วนนั้น... ร่างบางรูดมันเข้าออกจากช้าๆ เนิบนาบ กลายเป็นเร็วขึ้น... เร็วขึ้น... และ...
“อ่า............................................................. แฮ่กๆ... แฮ่ก...”
“อ่ะ...”
น้ำขุ่นขาวทะลักออกจากแกนกายของยุนโฮที่ยังค้างคาในปากของแจจุง... ร่างบางกลืนมันลงไปในทันที ก่อนจะเช็ดปาก เงยหน้ายิ้มให้คนรักร่างสูงที่นอนหอบแฮ่กแล้วเดินตรงไปที่ห้องน้ำ...
ยุนโฮเดินตามร่างบางไปในห้องน้ำ สวมกอดแจจุงที่กำลังล้างคราบใคร่บริเวณอ่างล้างหน้าจากทางด้านหลัง ฝังสันจมูกโด่งลงบนแก้มนิ่มฟอดใหญ่ด้วยความรู้สึกที่แสนเป็นสุข... แจจุงได้แต่ยิ้มให้กับคนรักด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยสีชมพูเช่นเดียวกัน ก่อนที่ร่างทั้งสองจะพากันล้มตัวนอนบนเตียงหลังใหญ่ ยุนโฮนอนกอดแจจุงไว้หลวมๆ แล้วเอ่ยราตรีสวัสดิ์แก่กันและกัน ก่อนที่จะหลุดเข้าสู่โลกแห่งนิทรา
...ความอบอุ่นอบอวลไปทั่วบริเวณห้อง... หากแต่จะคงไว้แบบนี้ตลอดไปหรือไม่ ?
...เวลา และ คนสองคน เท่านั้น... ที่จะเฉลยเรื่องราวทั้งหมด
To b con.
เราแต่งฉากเรตไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ ยังไงก็อย่าถือสาเลยนะคะ มันไม่ถนัดจริงๆ แหะๆ ^^"
แล้วก็... หลังจากตอน 4 นี้แล้วขอพักไว้จนกว่าจะพ้นวันที่ 10 นะ ^_________^