2008/Jun/06

Story : Deep-rooted
Author : JaeSun
Paring: YunJae / YooSu
Rate: NC-18

*หมายเหตุ - เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

 

ผมรักแจจุงนะ... ผมคิดว่าอย่างนั้น
วันนี้... เรายังคงเป็นเหมือนเดิม... เราเป็นคู่รักกัน...
แจจุง ยังเป็น แจจุง คนเดิม
แล้ว ผม ก็ยังเป็น ยุนโฮ คนเดิม
ความรักของเรายังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ ถึงมันจะช้าบ้าง ถอยหลังบ้าง แต่มันก็ไม่เคยหยุด




“ยุนโฮ เลิกงานมารับหน่อยนะ” แจจุงบอกกับคนรักร่างสูงด้วยน้ำเสียงออกอ้อนเหมือนทุกครั้ง ขณะที่แวะออกมาทานมื้อเที่ยงกับยุนโฮหลังจากออกไปเสนองานให้ลูกค้าเสร็จสิ้นในช่วงเช้า
และเป็นเหมือนเดิม... ยุนโฮทำหน้าตางอง้ำ เหมือนไม่อยากได้ยินเรื่องที่คนรักของตัวเองพูดเสียเท่าไหร่

“แจจุง วันนี้นายมีนัดกับยูชอนไม่ใช่เหรอ มันคงดึกมาก แล้วฉันก็มีประชุมเช้าในวันต่อไป นายกลับเองเถอะนะ” ยุนโฮบอกเหตุผลของตัวเองออกไป ร่างบางตรงหน้าเบะปาก ออกอาการดื้อดึง แก้มขาวพองลมด้วยอารมณ์เคืองเล็กๆที่ยุนโฮไม่ยอมมารับอีกแล้ว
ทั้งๆที่ตัวเองก็มีรถขับกลับได้อย่างสบายๆ แต่มันก็ไม่เหมือนกับการที่ได้กลับบ้านกับยุนโฮ... การมีคนรักมารอรับกลับบ้านพร้อมกันทุกวันน่ะ มันเป็นความสุขอย่างหนึ่งของ คิม แจจุง เลยนะ

“อีกแล้ว...” แจจุงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความน้อยใจ รอยยิ้มสดใสเมื่อก่อนหน้านี้จางหายไป ยุนโฮเองแค่ฟังปุ๊บก็เข้าใจได้ในทันที คนรักหน้าสวยของเขากำลังออกอาการน้อยอกน้อยใจอีกแล้ว

ยุนโฮได้แต่มองร่างบางตรงหน้านิ่งๆ ร่างสูงไม่ได้ถอนหายใจหรือบ่นพึมพำใดใดเหมือนที่ผ่านมา แต่ยุนโฮกลับเอื้อมมือยาวขึ้นมาไล้แก้มคนรักเบาๆอย่างทะนุถนอม ก่อนรอยยิ้มจางๆจะถูกส่งให้แจจุงด้วยใบหน้าและแววตาที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นและความรู้สึกที่ต้องการจะขอโทษ

“ขอโทษนะครับ ไว้คราวหน้าผมจะแก้ตัวนะแจจุง” เสียงทุ้มบอกกับแจจุง คำพูดนุ่มหูทำเอาคนที่กำลังนึกน้อยใจ รู้สึกดีขึ้นมาได้ทันตาเห็น แก้มขาวขึ้นสีระเรื่อ ได้แต่พยักหน้าหงึกหงักให้กับยุนโฮเป็นการให้อภัย และไม่ลืมที่จะกำชับคนรักช่างลืม
“แต่นายห้ามลืมนะยุนโฮ” ดวงตากลมสวยจ้องมองคนรักนิ่งราวกับขอดุเตือนล่วงหน้า หากว่าครั้งหน้ายุนโฮเบี้ยวขึ้นมาล่ะก็ โดนเล่นงานแน่ๆ
“ฮะฮะ ครับๆๆ รีบทานเถอะ แจจุงต้องเข้าบริษัทต่อไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวจะไม่ทันเอานะ” ยุนโฮหัวเราะเบาๆอย่างชอบอกชอบใจกับท่าทีของร่างบางที่ดูเหมือนจะดุ... แต่กลับดูน่ารักในสายตาเขาเสียมากกว่า

รอยยิ้มและเสียงหัวเราะสดใส ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูมีชีวิตชีวา ผิดกับเมื่อเดือนก่อนราวฟ้ากับดิน
หากเป็นก่อนหน้านี้สักเดือนนึง ยุนโฮตรงหน้าคงจะมีแต่เสียงถอนหายใจและใบหน้าที่เหมือนกำลังถูกทรมาน แต่ในวันนี้ ยุนโฮกลับมีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ มีท่าทีอันอบอุ่น และคำพูดอ่อนหวานที่พอฟังแล้วก็ต้องหายโกรธ

...ขอให้ความรักอยู่กับเราไปนานๆ...

...ความรักของเรา กำลังเดินหน้าไปอีกก้าวแล้วใช่ไหม ชอง ยุนโฮ ?...




ภายในห้องประชุมเล็ก ที่มียูชอนและแจจุงนั่งกันอยู่สองคน... แจจุงกำลังจัดเตรียมเอกสารต่างๆเป็นการฆ่าเวลา ส่วนยูชอนนั้นนั่งไขว่ห้าง ผิวปากอย่างสบายอารมณ์... เขาทั้งคู่กำลังรอพบลูกค้าคนสำคัญ ลูกค้าที่ยูชอนฝากฝังแจจุงให้รับหน้าที่ดูแลเป็นอย่างดี

*ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งเป็นเชิงขออนุญาต
เลขาสาวของยูชอนโผล่หน้าเข้ามาก่อน รายงานว่าลูกค้าที่ทั้งสองรอนั้นได้เดินทางมาถึงแล้ว ยูชอนพยักหน้าให้สัญญาณเป็นเชิงอนุญาต ก่อนที่เลขาสาวจะหายไปแล้วกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับใครบางคนที่เดินตามมา... ยูชอนและแจจุงต่างลุกขึ้นยืนพร้อมกันเพื่อให้ต้อนรับลูกค้าคนสำคัญ

แจจุงมองไปยังร่างที่เดินตามเลขาสาวข้ามา ใครคนนั้น... เป็นเจ้าของใบหน้าที่ดูคมเข้ม เรียกได้ว่าหล่อเหลาไม่แพ้ดารา มีรูปร่างสูงสมส่วน บวกกับบุคลิกที่ดูสง่าน่านับถือ... ไม่แปลกใจเลยที่ยูชอนจะให้ความสำคัญมากนัก คนๆนี้คงมีอะไรที่น่าสนใจอยู่ในตัวไม่ใช่น้อยๆ เพราะแค่สัมผัสด้วยสายตา ยังรู้สึกได้ถึงเสน่ห์ที่น่าดึงดูด

...แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังสู้ยุนโฮไม่ได้หรอก...

แจจุงแอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ เมื่อนึกถึงหน้าคนรักเมื่อกลางวันนี้... ยุนโฮ ของเขาน่ะ หล่อที่สุดในโลกแล้ว ถึงจะมีได้ดีเด่นเหนือกว่าใคร แต่สำหรับแจจุงแล้ว ชอง ยุนโฮ คือ ที่สุดของทุกๆอย่าง

“แจจุง นี่คือลูกค้าคนสำคัญที่ฉันจะให้นายดูแลนะ” ยูชอนหันมาบอกกับร่างบางที่ยืนเหม่อ หากแต่ใบหน้าขาวดูเคลิบเคลิ้มเสียเหลือเกิน
“อ๊ะ ครับ” แจจุงที่กำลังคิดถึงคนรักร่างสูง ต้องดึงสติกลับมา เมื่อยูชอนเอ่ยแนะนำลูกค้าคนสำคัญให้กับเขา

“ผม คิม แจจุง ยินดีที่ได้รู้จัก” แนะนำตัวเสร็จก็ยื่นมือออกไปอย่างมีมารยาท พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรอย่างที่สุด... จุดเริ่มต้นของชิ้นงาน มักมาจากการทักทายที่น่าประทับใจ
อีกฝ่ายเอื้อมมือออกไปจับต้องมือบางของแจจุงไว้หลวมๆอย่างสุภาพ รอยยิ้มอ่อนโยนถูกเผยให้เห็นจากใบหน้าคมได้รูปนั้น ผลักดันผู้ชายตรงหน้าให้ดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลเพิ่มขึ้นไปอีก

“ยินดีที่ได้รู้จัก ผม ชิม ชางมิน... ฝากตัวด้วยครับ” เจ้าของใบหน้าคมสันแนะนำตัว พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเป็นประกายสดใสไปจนถึงดวงตา

ความประทับใจแรก... ชางมินแอบให้คะแนนในใจไว้เต็ม 10
คนหน้าหวานตรงหน้า ทำเอาเจ้าของใบหน้าคมหล่อแอบคิดไปว่าเป็นผู้หญิงเสียด้วยซ้ำ หากแต่พอมองใกล้ๆถึงจะรู้ว่าไม่ใช่... คิม แจจุง เป็นผู้ชาย แต่หน้าตากลับหวานหยดย้อยเกินกว่าผู้หญิงบางคนด้วยซ้ำ

“แจจุง ฝากชางมินอีกครั้งก็แล้วกันนะ หมอนี่อายุน้อยกว่าเราสองปี ไม่ต้องพิธีรีตองมากก็ได้” ยูชอนว่า หากแต่ดวงตานั้นกำชับอย่างรู้กันกับเพื่อนรักว่าถึงยังไง ชางมิน ที่ได้ชื่อว่าลูกค้าคนสำคัญนั้น ย่อมมีอะไรที่สำคัญต่อบริษัทและมีความพิเศษเหนือกว่าลูกค้าคนอื่นเสมอ... ไม่ต้องเดาให้ยาก ยังไงเสียก็คงไม่พ้นเรื่องธุรกิจ

ในขณะที่ร่างบางนั้น ดูเหมือนจะวางตัวไม่ค่อยถูกสักเท่าไหร่ แจจุงไม่รู้จะทำตัวยังไง เมื่อรู้สึกว่าสายตาของชางมินนั้นจดจ่ออยู่ที่ตนตลอดเวลา... ชางมินกำลังมองเขา และไม่ยอมละสายตาจากเขาเลยตั้งแต่เมื่อครู่
ยูชอนจัดการเชื้อเชิญให้อีกสองคนนั่งลง ก่อนที่บทสนทนาสบายๆจะเริ่มต้นขึ้น โดยแจจุงเองเป็นฝ่ายเอ่ยถามบุคคลที่ตนต้องให้ความเทคแคร์ จะเรียกว่าสืบประวัติย่อยๆก็น่าจะใช่
“ชางมินรู้จักกับยูชอนมาก่อนเหรอ?” แจจุงเอ่ยถาม สิ่งแรกที่ได้รับก่อนคำตอบนั้นคือรอยยิ้มที่ชวนให้เคลิ้มตามของชางมิน

“ใช่ ผมกับพี่ยูชอนเจอกันที่ฝรั่งเศส เราเข้าร่วมสัมมนาทางธุรกิจด้วยกันเมื่อสองปีก่อน” ชางมินว่า
“เห็นหมอนี่อายุยังน้อยก็เถอะ แต่ขึ้นแท่นผู้บริหารแล้วนะแจจุง” ยูชอนเสริม โดยมีแจจุงพยักหน้าเออออตามเป็นหารรับรู้

“นายทำงานด้านไหนเหรอชางมิน?” แจจุงเอ่ยถามออกไป จากที่เขารู้มาจากยูชอนนั้น ร่างบางรู้แค่ว่าชางมินเป็นตัวแทนจากบริษัทคู่ค้า ที่จ้างวานให้บริษัทอย่างยูชอนสร้างตึกใหญ่แบบครบวงจรให้ และถ้างานลุล่วงผ่านไปด้วยดี กำไรที่ได้มานั้นสามารถทำให้ยูชอนเดินทางเที่ยวรอบโลกได้อย่างสบายๆ หากแต่ไม่รู้ว่าตึกนั้นเป็นตึกของบริษัทไหน และทำเกี่ยวกับอะไร

“ผมเหรอ? บริษัทหลักทรัพย์น่ะ” ร่างบางแอบสะดุ้งเล็กๆกับสิ่งที่ชางมินบอก

...บริษัทหลักทรัพย์... ก็งานเหมือนกับยุนโฮน่ะสิ...?

ร่างบางเพิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงทำให้เขารู้สึกดึงดูดนัก คิดเองเออออเองก็ได้ความว่า อาจเป็นเพราะชางมินทำงานเกี่ยวกับบริษัทหลักทรัพย์เหมือนกับยุนโฮ รูปร่าง และบุคลิกหากมองผ่านก็ดูใกล้เคียงกันมาก คงไม่แปลกกระมังหากชางมินจะมีหลายๆส่วนที่ดูคล้ายยุนโฮของเขา...

...ผู้ชายที่มีเสน่ห์เหลือร้ายแบบ ชอง ยุนโฮ...

“ผมต้องเรียกแจจุงว่า ‘พี่’ รึป่าว?” ชางมินเอ่ยถามร่างบางที่มัวแต่จมกับความคิดของตัวเอง แจจุงส่ายหน้าช้าๆ ก่อนปฏิเสธด้วยรอยยิ้มที่ดูอ่อนหวาน ใจดี ให้ความรู้สึกเหมือนพี่สาว
“ไม่ต้องหรอก เราห่างกันแค่ 2 ปี แล้วฉันก็ไม่ถือเรื่องพวกนี้ด้วย” ร่างบางว่าอย่างสบายๆ เขาไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องระบบรุ่นพี่รุ่นน้องมากนัก ไม่เหมือนกับยูชอน เพราะรายนั้นเป็นถึงผู้บริหาร การวางตัวต้องอยู่เหนือผู้ใต้บัญชาเสมอเพื่อให้เกิดความเคารพ

การสนทนาทางธุรกิจเริ่มขึ้นอย่างสบายๆ และดำเนินไปรวดเร็วจนจบลงในตอนเย็นๆ
แจจุงได้คะแนนความประทับใจในการพูดคุยจากชางมินเพิ่มขึ้นอีก 10 คะแนนเต็ม... ดูเหมือนว่าร่างสูงเจ้าของใบหน้าคมหล่อจะถูกอกถูกใจแจจุงตั้งแต่แรกพบ ไม่เสียทีจริงๆที่ใช้บริการบริษัทของยูชอน


...จากนี้ไปขอฝากตัวด้วย... แล้วพบกันใหม่นะ คิม แจจุง...




ภายในร้านอาหารกึ่งผับหรู... ยูชอนและแจจุงอยู่ที่นั่นเพื่อรอการมาของใครบางคน คนที่ยูชอนย้ำนักย้ำหนาว่าอยากให้แจจุงได้พบ ยูชอนในวันนี้ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ยิ่งตอนนี้ยิ่งดูมีความสุขมาก มากเสียจนเพื่อนสนิทอย่างแจจุงรู้สึกถึงความผิดปกติ

“ยิ้มบ้าอะไรของนายวะยูชอน ฉันขนลุก” แจจุงตัดสินใจพูดขึ้น เมื่อรู้สึกทนรับอาการของเพื่อนรักไม่ได้
ยูชอนเอาแต่นั่งยิ้ม... ยิ้มกับตัวเอง... บางทีก็หัวเราะคิกคัก ทั้งๆที่เขากับยูชอนไม่ได้พูดคุยถึงเรื่องตลกเลยสักนิด แต่ยูชอนก็กลับหัวเราะออกมาราวกับเรื่องที่พวกเขาพูดถึงมันเป็นเรื่องชวนให้หัวเราะ

...ยูชอนบ้าไปแล้ว...

“ป่าวนี่ ฉันก็แค่อารมณ์ดี... คนมีความรักก็เป็นแบบนี้แหละ” ยูชอนพูดขึ้นตามสไตล์หนุ่มมาดกวนอย่างเขา... แค่นึกถึงหน้าคนตัวเล็กที่ตอนนี้อยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน แค่นั้นก็ทำให้เขาอิ่มไปด้วยความสุขไปทั้งวันแล้ว

...ตอนนี้จุนซูกำลังทำอะไรอยู่นะ ?...
...อยู่ไหนไหนแล้วนะ?...
...จะคิดถึงเขาบ้างรึป่าว ?...

“แหวะ พอเหอะ ฉันเพิ่งเคยเห็นนายเป็นแบบนี้นะยูชอน แต่บอกตรงๆว่ะ รับไม่ค่อยได้” แจจุงพูดกับเพื่อนสนิทพร้อมกับส่ายหน้าไปมา...
เขาไม่เคยเห็นยูชอนเป็นแบบนี้... ที่ผ่านมามีแต่คนล้วนแล้วแต่อยากจะวิ่งเข้าหาคนอย่าง ปาร์ค ยูชอน หรือไม่... กับคนที่ยูชอนเคยคบด้วย หมอนี่ก็จะทำตัวมีมาดอยู่เสมอ ไม่เคยแสดงอากับกิริยาที่ทำให้ดูเสียลุคได้ขนาดนี้... สำรับแจจุงแล้ว มันชวนให้เขาขนลุกใช่เล่น หรือถ้าจะให้มองในแง่ดี... อาจจะดูน่ารักไปอีกแบบก็ได้ล่ะมั้ง

“อ๊ะ มาแล้ว...” ยูชอนยืนขึ้นทันทีที่เห็นคนที่ตัวเองรอคอยก้าวเข้ามาภายในร้านอาหาร ตั้งแต่มาที่นี่ยูชอนเอาแต่มองไปที่ประตูทางเข้าอย่างเอาเป็นเอาตาย และในที่สุดคนที่ยูชอนรอก็มาถึง
ผู้ชายร่างเล็ก หน้าตาดูจิ้มลิ้มเหมือนเด็กๆ ผมสั้นสีน้ำตาลอ่อนขับใบหน้ากลมให้ดูไร้เดียงสา... สายตาของยูชอนจับจ้องร่างเล็กนั้นตั้งแต่เดินเข้าประตูมา จนหยุดลงที่โต๊ะของแจจุงและยูชอน...

วันนี้ร่างเล็กดูแปลกตาไปไม่น้อย กับแว่นตากรอบดำอันใหม่... แต่ไม่ว่าเมื่อไหร่ คิม จุนซู ก็ดูดีเสมอในสายตาของ ปาร์ค ยูชอน
“สวัสดียูชอน” จุนซูหยุดทักพร้อมกับหันไปหาใครอีกคนที่ยืนอยู่ถัดจากยูชอน
“สวัสดีแจจุง ฉัน คิม จุนซู... ยูชอนเล่าเรื่องคุณให้ฟังอยู่บ่อยๆ ยินดีที่ได้รู้จัก” จุนซูแนะนำตัวเองอย่างน่ารัก พร้อมกับยิ้มกว้างให้กับคนหน้าสวยตรงหน้าจนตาแทบปิด

“อ๊ะ ฉัน คิม แจจุง ยินดีที่ได้รู้จัก” การทักทายที่ดูเป็นกันเองจนไม่ทันตั้งตัว บวกกับใบหน้ากลมบ้องแบ๊วทำให้แจจุงรู้สึกถึงความน่ารักน่าชังของคนตรงหน้า มิน่าล่ะ ยูชอนถึงได้เพ้อเอาขนาดนี้... คิม จุนซู น่ารักจริงๆ

“จุนซูของฉันน่ารักใช่ไหมล่ะ” ยูชอนบอกกับแจจุงยิ้มๆ มือยาวโอบไหล่บางของจุนซูไว้อย่างหลวม ก่อนจะถูกตีดังเพียะด้วยฝีมือของคนร่างเล็กที่ถูกฉวยโอกาส
“มีมารยาทหน่อยยูชอน” จุนซูกดเสียงต่ำเป็นเชิงดุคนทะเล้นที่ยืนอยู่ข้างๆ

แจจุงหัวเราะให้กับภาพตรงหน้าเล็กน้อย... ไม่ต้องให้ยูชอนอธิบายก็พอจะเข้าใจ คิม จุนซู คนนี้คงเป็นคนที่ยูชอนกำลังยกหัวใจให้ และอาจจะเป็นคนเดียวที่ปราบม้าพยศอย่าง ปาร์ค ยูชอน ให้กลายเป็นลูกแมวเชื่องๆ ก็เป็นได้

ทั้งสามนั่งลงบนโต๊ะอาหาร รายการอาหารมากมายถูกสั่งและนำมาเสริฟที่โต๊ะในเวลาไม่นาน บทสนทนาที่จุนซูเป็นคนเริ่ม เล่าถึงเรื่องราวของตัวเองเมื่อตอนที่อยู่ปารีสให้เพื่อนใหม่อย่างแจจุงฟังนั้นดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เพลิดเพลิน สนุกสนาน ทั้งคนเล่าและคนฟัง... ยูชอนเองแม้จะฟังเรื่องราวเหล่านี้เป็นรอบที่สิบแล้ว ก็ยังรู้สึกเหมือนว่าสิ่งที่ได้ยินจากจุนซูเป็นเรื่องราวใหม่ๆอยู่เสมอ

...ไม่ว่าจะเคยฟังมากี่ครั้งก็ตาม...
...แต่ถ้าคนเล่าคือ คิม จุนซู แล้วล่ะก็ ต่อให้ต้องฟังอีกร้อยครั้ง ยูชอนก็พร้อมที่จะฟัง...

“นี่แจจุงรู้มั๊ย ว่ายูชอนน่ะหัวเถิกมากๆ แล้วยังชอบแสกกลางอีก ฉันล่ะอายแทนจริงๆ” บทสนทนาเริ่มเปลี่ยนหัวข้อกลายมาเป็นนินทาคนข้างเคียงแทน โดยที่คนถูกนินทาได้แต่นั่งทำตาโตแล้วส่ายคอไปมาราวกับไม่รู้สึกรู้สาในสิ่งที่คนตัวเล็กกำลังพาดพิงถึง
“พูดไปเรื่อยน่ะจุนซู น่าเกลียดที่ไหน นายน่ะไม่อินเทรนด์เอาซะเลย ชอบใส่แต่เสื้อแขนกุดเอวลอยอะไรก็ไม่รู้... รู้รึป่าวฉันหึงนะ” ประโยคสุดท้ายแผ่วเบาลง โดยไม่หวังให้ใครได้ยิน

จุนซูไม่ได้ยิน... แต่แจจุงได้ยิน... อดขำไม่ได้ที่เห็นยูชอนมีมุมน่ารักๆแบบนี้เหมือนกับคนอื่นเขาเหมือนกัน ม้าพยศจะกลายเป็นลูกแมวขี้อ้อนก็งานนี้
แค่ดูจากท่าทีก็รู้... ยูชอนยังอยู่ในระดับความสัมพันธ์ที่เรียกว่า “จีบไม่ติด” จะไม่ช่วยเพื่อนเลยมันก็ดูจะใจดำเกินไปหน่อย ถ้าคนที่จะอยู่เคียงข้างยูชอนเป็นจุนซูล่ะก็ แจจุงเองก็เห็นด้วย แค่พบกันครั้งแรกก็รู้สึกถูกชะตาแล้ว หวังว่ายูชอนคงไม่เลิกล้มความพยายามง่ายไปเสียก่อนนะ แล้วแจจุงเองก็จะเป็นกองหนุนให้สุดตัว

“ฉันไม่เห็นยูชอนมีความสุขแบบนี้มานานแล้วนะจุนซู เวลาอยู่ชอนพูดถึงนายหมอนี่ดูมีความสุขอย่างกับคนบ้าแน่ะ ฉันฝากเพื่อนบ้าๆของฉันคนนี้ด้วยนะจุนซู” แจจุงบอกกับคนร่างเล็ก ในใจแฝงความหมายลึกๆเอาไว้ หวังให้จุนซูเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ ยูชอนเองก็พอรู้ว่าแจจุงนั้นแฝงความนัยบางอย่างเอาไว้

...ฝากจุนซู ให้ดูแลยูชอน... ในฐานะคนรัก...

แจจุงต้องการจะบอกจุนซูอย่างนั้น... ต้องการให้จุนซูเปิดใจรับยูชอนให้เข้าไปอยู่ในหัวใจ ยูชอนไม่ใช่คนเลวร้าย และจะไม่มีทางทำให้จุนซูเสียใจเป็นอย่างแน่
หากแต่... ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน บวกกับส่วนประกอบอื่นๆอีกมากมาย ถึงจะสร้างสิ่งที่เรียกว่าความรักขึ้นมาได้
การแฝงความนัยดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ถูกมองข้าม หากใครอีกคนกลับไม่ได้คำนึงถึงความหมายที่ซ่อนเร้นอยู่

“แน่นอนอยู่แล้วแจจุง... ในเมื่อยูชอนเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันคนนึงนี่นา”
เป็นแค่ประโยคธรรมดาๆที่จุนซูตอบกลับพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร ไม่ได้คิดถึงว่าคนพูดต้องการจะสื่อความหมายอะไร หรือแอบบอกอะไรกับตน แจจุงถามมา... ตัวเองรู้สึกอย่างไรก็ตอบไปอย่างนั้น... แล้วที่พูดไปไม่ถูกหรือไง ก็ในเมื่อตอนนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างจุนซูกับยูชอนยังแขวนอยู่บนเส้นแบ่งที่เรียกว่า มิตรภาพ และ ความรักของ “เพื่อน”

เจ้าของคำถามดูจะหน้าเจื่อนไปนิด... จุนซูตอบได้ตรงคำถาม หากแต่ไม่ตรงใจเสียเท่าไหร่ พอหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างๆจุนซูด้วยแล้ว ยิ่งทำให้หน้าขาวของแจจุงถอดสียิ่งขึ้นไปอีก... สีหน้าของยูชอนตอนนี้ไม่สู้ดีเอาเสียเลย ถึงรอยยิ้มจะยังเคลือบอยู่บนใบหน้าของยูชอนก็จริง แต่รอยยิ้มนั้นกลับกลายเป็นสิ่งที่ดูเหมือนฝืนทำออกมา ฝืนให้เป็นรอยยิ้มที่ดูเป็นรูปเป็นร่าง... ดวงตาต่างหากที่แสดงความรู้สึกอย่างแท้จริงออกมา

...ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด...

...แค่คำว่า "เพื่อน"... ทำไมถึงทรมานแบบนี้นะ ?...



แจจุง ยูชอน และจุนซูออกจากร้านอาหารกึ่งผับหรูในเวลาเกือบเที่ยงคืน... ด้วยความที่จุนซูเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย จึงพาให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเป็นไปอย่างเพลิดเพลินจนพากันลืมเวลาไปเสียสนิท ถึงจะสะดุดไปบ้างกับประโยคที่ย้ำหนักแน่นถึงความเป็นเพื่อนของยูชอนและจุนซู แต่จุนซูก็ยังสามารถดึงบรรยากาศให้กลับมามีเสียงหัวเราะได้อีกครั้ง...
แจจุงเองดูเหมือนจะเมานิดๆ ดื่มเพลินไปหน่อย รู้ตัวเข้าอีกทีก็รู้สึกกรึ่มๆเหมือนจะเดินไม่ตรงเข้าแล้ว ยูชอนที่เอ่ยปากจะไปส่งรวมถึงจุนซูที่มองอาการอย่างเป็นห่วง กลับถูกแจจุงปฏิเสธอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่ว่ายังไงก็จะกลับเอง แม้จะดูเหมอืนคนเมาแต่ก็ยังมีสติมากำชับให้ยูชอนไปส่งจุนซูให้ถึงที่อีกต่างหาก

แจจุงยืนมองส่งยูชอนและจุนซู จนรถของยูชอนขับเคลื่อนออกไปจากบริเวณร้านอาหารแห่งนั้น... พอจะกลับมาที่รถของตัวเอง ร่างบางก็เริ่มออกอาการเซถลา เดินคดเคี้ยวไม่เป็นที่เป็นทาง

“อุ๊บ!”
สองมือยกขึ้นปิดปาก เมื่อรู้สึกถึงแรงผลักดันบริเวณช่องท้องไล่ขึ้นมาที่ลำคอและจวนจะออกทางปาก

“โอ๊กกกกกกก”
ยั้งไว้ไม่ทัน ร่างบางได้แต่ก้มโค้งโก่งตัวระบายของเสียออกจากช่องปาก โดยที่มือหนึ่งเกาะยึดรถคันหรูของตัวเองเอาไว้ เพื่อไม่ให้ล้มลงจมกองปฏิกูลที่ตัวเองอาเจียนออกมา

“แฮ่ก แฮ่ก... แค่ก แค่ก...”
เสียงไอค่อกแค่กจากร่างบางฟังดูทรมาน ฤทธิ์น้ำเมาออกฤทธิ์ตั้งแต่ยังไม่ถึงบ้าน ทั้งๆที่คิดว่าคงไม่หนักหนา แต่อาจเป็นเพราะไม่ได้ดื่มนานหรือป่าว คอที่เคยแข็งกลับกลายเป็นอ่อนเปรี้ยไปเสียดื้อๆ

“แค่ก แค่ก”
แจจุงไอออกมาอีกครั้ง หากแต่คราวนี้กลับมีมือของใครบางคนคอยลูบหลัง ไล่ให้หายใจสะดวกมากขึ้น
ร่างบางหันกลับไปมองด้วยดวงตาปรือเต็มที่เนื่องจากฤทธิ์น้ำเมา พยายามเพ่งเล็งคนที่ยืนลูบหลังให้เมื่อครู่ ก่อนจะพบว่าคนๆนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นคนที่เพิ่งพบกันเมื่อตอนบ่ายไม่ผิดแน่

“ชางมิน”
แจจุงเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่าย ใช่... ชิม ชางมิน กำลังยืนอยู่ตรงนั้น

“แจจุงเป็นอะไรรึป่าว ทำไมคุณเมาแบบนี้ล่ะ” ชางมินว่า พลางถลาตัวเข้าไปพยุงร่างบางเอาไว้ด้วยความเป็นห่วง แต่แจจุงกลับหัวเราะคิกคัก ราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องไม่หนักหนา
“คิกคิก ฉันเมาแน่ๆเลยล่ะชางมิน ฉันไม่ได้เมามานานแล้วนะ ตลกชะมัด” แจจุงพูดพล่ามทั้งๆที่ยืนตัวไม่ตรง
ชางมินต้องเข้ามาพยุงไว้เมื่อเห็นว่าอาการไม่น่าไว้ใจ

“แจจุงผมไปส่งไหม คุณขับกลับไม่ไหวแน่ๆ” ชางมินบอกกับร่างบาง ที่ตอนนี้ดูเหมือนสติจะเหลือน้อยเต็มที่
“ฮ่าๆ เอาสิ ขับเลยๆ กุญแจ... กุญแจล่ะ... อยู่ไหนนะ” ร่างบางพูดขึ้นสลับกับหัวเราะ ก่อนจะใช้มือตะปบตัวคลำหากุญแจไปมา ทั้งๆที่เจ้ากุญแจนั่นมันอยู่ในมือแท้ๆ

“โอเคครับๆ ผมเจอกุญแจแล้ว ว่าแต่บ้านคุณอยู่ไหน?” ชางมินคว้ากุญแจมาจากมือเล็ก ก่อนจะพยุงร่างบางให้เข้าไปนั่งในรถ แล้วพาตัวเองอ้อมมาประจำที่ยังตำแหน่งคนขับ
“ที่... /#$^$T^^$##%#...” แม้จะเมาไม่มีสติ แต่ที่อยู่ที่แจจุงพูดออกไปกลับตรงเป๊ะ... จะคลาดเคลื่อนก็ตรงที่ว่า ที่อยู่ที่แจจุงบอกกับชางมินไปนั้น ไม่ใช่บ้านของเขาที่อยู่กับพี่สาว แต่เป็นคอนโดของยุนโฮต่างหาก




แจจุงหลับไปแล้ว... ปล่อยให้ชางมินขับรถตามหาคอนโดที่ร่างบางว่าก่อนผล็อยหลับไปด้วยตัวเอง... ยังโชคดีที่คอนโดที่แจจุงบอกมานั้นเป็นคอนโดขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง จึงทำให้หาได้ไม่ยากเสียเท่าไหร่
รถยนต์คันหรูของแจจุงที่ขับโดยชางมินเคลื่อนตัวสู่ลานจอดรถภายในคอนโด แล้วจอดลงตรงนั้น หนุ่มหน้าคมหันมามองหน้าคนที่หลับใหลด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม...
แจจุงสวยมาก... สวยกว่าผู้หญิงหลายๆคนด้วยซ้ำ...
ไม่เคยเข้าใจเลยว่าผู้ชายหน้าสวยมีลักษณะเป็นยังไง จนกระทั่งวันนี้... วันที่ได้พบกับ คิม แจจุง
ดูเหมือนว่าหัวใจที่ไม่เคยสั่นคลอน กลับรู้สึกมีปฏิกิริยาตอบสนองเพียงแค่พบเจอร่างบางตรงหน้า... สองครั้งในหนึ่งวัน เป็นจำนวนเวลาที่น้อยนัก แต่หัวใจกลับเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ยิ่งได้เจอก็ยิ่งอยากเข้าใกล้ เรียกร้องจนทำให้รู้สึกสับสนเพราะไม่เคยพบพานกับความรู้สึกแบบนี้

เกิดอะไรขึ้น ?

เกิดอะไรขึ้นกับ ชิม ชางมิน ผู้ไม่เคยหวั่นไหวกับสิ่งใด ?

อาการแบบนี้... ความรู้สึกแบบนี้... มันคืออะไรกันแน่...?



To be con.

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
คำด่าพี่จุนซูคุ้นๆ 555555 ไก่ป่าน่ารักได้อีก ตรงข้ามกับชีวิตจริง - -*

หุ้นจะขึ้นแล้วสินะ ฮาๆ

ปล.กูโดนอาถรรพ์แน่ๆ บลอคกูยังไม่ขยับเลยมึง หน้าอื่นไม่มีปัญหา มีแต่หน้านั้น กูกลัว กูจะไม่ทำอีกแล้ว ..
#1  by  เป้ไก่ป่า (125.24.207.17) At 2008-06-06 02:25, 
นึกว่าต้องรอถึงวันที่10แน่ะ
ดีจังที่อัพนะคะconfused smile
กำลังยิ้มอยู่ดีๆ พอน้องมินมา
...เลยมาคุเลย...555
แต่ก็น่าติดตามๆ
#2  by  DoT (210.213.1.250) At 2008-06-06 09:14, 
มาแปะไวจังเลย พี่นึกว่าจะมาเจอกันหลังวันที่ 10 ซะอีกนะ ขอบคุณนะ ยังไม่ได้อ่านเลยมาแม้นท์ก่อน
คิดถึงนะคะ
#3  by  จุนจัง (125.25.205.105) At 2008-06-06 12:26, 
ตายแน่ๆเลย มินๆ รักแจเข้าไปแล้ว แบบนี้อิหมีจะเป็นไงเนีย ต้องเข้าใจ รู้แล้วสินะ ว่าไอ้อารการหึงอะเป็นไง รออ่านนะ อยากเห็นอาการหึงของยุน ดูสิว่าถ้าเสียไปจริงๆจะเกิดำไรขึ้นมาก
#4  by   (124.157.184.110) At 2008-06-09 19:14, 
จุนซู แขนกุด เอวลอย??!! เป้นลมดีก่า 55
#5  by  howdy (58.9.45.122) At 2008-06-12 21:35, 

<< Home