2008/Jun/15

 

Story : Deep-rooted
Author : JaeSun
Paring: YunJae / YooSu
Rate: NC-18
*หมายเหตุ - เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

 

 

ร่างบางที่เคลิ้มหลับเพราะฤทธิ์น้ำเมาออกอาการกระสับกระส่ายเล็กน้อย พลิกตัวไปมาหาท่านอนหวังให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างสบาย หากแต่รู้สึกว่าสถานที่นั้นช่างคับแคบเหลือเกิน ดวงตาเรียวขยับเล็กน้อย แล้วค่อยๆกระพริบถี่ลืมขึ้นช้าๆเหมือนต้องการปรับสภาพ

...ที่นี่ที่ไหน ?...

เป็นคำถามแรกที่ก้องอยู่ในหัวที่ยังคงอาการปวดตุบๆ แต่ก่อนที่จะได้คำตอบ เมื่อหันไปมองข้างกายก็ต้องพบว่ามีใครอีกคนกำลังนั่งยิ้มมองมาที่ตน

“ชางมิน!” ดูแจจุงตกใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นชางมินนั่งอยู่ตรงนั้น รถนี้เป็นรถของแจจุงไม่ผิดแน่ หากแต่คนขับทำไมถึงได้กลับกลายเป็นชางมิน ?
“จำไม่ได้เลยใช่มั๊ยแจจุง?” เสียงทุ้มพูดออกมาอย่างใจดี ก่อนที่รอยยิ้มหวานๆจะถูกส่งผ่านมาจากหนุ่มหน้าคมที่ชื่อชางมิน

“ฮื่อ” ร่างบางได้แต่ส่ายหัวไปมา เป็นเชิงบอกว่าจำไม่ได้... แต่ที่แน่ๆ ก่อนหน้านั้นเขานั่งดื่มกับยูชอนและจุนซู คงเป็นเพราะเมากระมัง ส่วนเหตุการณ์หลังจากที่ยืนมองส่งยูชอนและจุนซูกลับไป ก็จำอะไรไม่ได้แล้ว ชางมินมาเมื่อไหร่ แล้วขับรถมาที่นี่ได้ยังไง แจจุงกลับจำอะไรไม่ได้เลย

“นี่ใช่ที่พักที่คุณบอกรึป่าวแจจุง?” ชางมินเอ่ยถาม พลางมองลอดผ่านกระจกรถละสายตาขึ้นตามระดับความสูงของตัวตึกที่น่าจะสูงราวยี่สิบชั้นเห็นจะได้
“อื้อ... แต่ไม่ได้อยู่ที่นี่ตลอดหรอก ว่าแต่ว่า... ฉันหลับไปนานมั๊ย ทำไมนายไม่ปลุกล่ะ?” แจจุงบอกกับร่างสูง มือบางข้างหนึ่งถูกยกขึ้นมาบีบขมับแรงๆหวังจะคลายความปวดหนึบๆบริเวณศีรษะ แต่ดูเหมือนจะเปล่าประโยชน์ น้ำเสียงของร่างบางดูงัวเงียเหมือนคนพูดจาไม่รู้เรื่อง

“ก็... ถึงคอนโดนี้มาประมาณชั่วโมงกว่าแล้ว แต่เห็นแจจุงหลับสบายอยู่ผมเลยไม่อยากปลุก” นั่นหมายความว่าชางมินนั่งอยู่ในรถนิ่งๆ ปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนครบชั่วโมงโดยที่ไม่ปลุกเขาให้ตื่น ทั้งๆที่ธุระก็ไม่ใช่ แต่ชางมินก็ยังนั่งเฝ้าแจจุงไว้ไม่ไปไหน

“อ่า... น่าอายจังเลยที่ต้องให้นายมาดูแลฉันแบบนี้” ร่างบางยกมือเกาหัวอย่างเก้อเขิน แค่เจอกันวันแรกก็ให้เห็นมุมที่ไม่น่าประทับใจเข้าเสียแล้ว แย่ชะมัด
ร่างสูงได้แต่มองเจ้าของใบหน้าหวานโดยไม่พูดอะไร มีเพียงแค่รอยยิ้มที่ฉาดฉายออกมาอย่างไม่รู้จักจบสิ้น รอยยิ้ม... ที่ทำให้ร่างบางรู้สึกประหม่าทุกครั้งที่ได้เห็น

“อะ เอ่อ ฉันขึ้นไปข้างบนก่อนแล้วกัน แล้ว... เอ๊ะ? นายจะกลับยังไงล่ะ?” แจจุงนึกขึ้นได้ ชางมินขับรถของเขามา แล้วจะกลับยังไงกัน เนื่องจากถนนสายหลักจนถึงคอนโดนี้ระยะทางไกลนัก ยิ่งในเวลาแบบนี้ก็ยิ่งค่อนข้างหารถยากพอสมควร
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะไปต่อน่ะ นัดเพื่อนไว้ไม่ได้เสียเวลาหรอก เดี๋ยวนั่งแท็กซี่ไปก็ได้แจจุงไม่ต้องห่วงนะ ขึ้นไปพักผ่อนเถอะ” ชางมินโกหก... อันที่จริงเขาไม่ได้จะไปต่อที่ไหนทั้งสิ้น รถก็จอดอยู่ที่ร้านอาหารร้านนั้น แค่รู้สึกไม่อยากให้แจจุงเป็นห่วง เลยเลือกที่จะโกหกออกไป... ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ทั้งๆที่แจจุงเองก็อาจจะไม่ได้รู้สึกเป็นห่วงเป็นใยเลยซักนิด... แต่ก็ยังอดคิดเองเออเองไม่ได้

“ขึ้นไปพักผ่อนเถอะ” ชางมินตัดบท สายตาที่แจจุงกำลังมองมา ไม่รู้ว่าตีความว่าเป็นห่วงได้หรือไม่ แต่ทุกครั้งที่จ้องลึกลงไป หัวใจกลับสั่นไหวอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

“อื้อ นายก็กลับบ้านดีๆนะชางมิน” แจจุงโบกมือล่ำลาช้าๆ ก่อนจะหันหลังเดินเข้าตัวตึกไป ทิ้งให้คนร่างสูงมองตามด้วยแววตาอาวรณ์...
สาบานได้ว่าเจอแจจุงแค่วันเดียว... แต่ความรู้สึกของชางมินกลับตีตื้นขึ้นมาเหมือนมีอะไรบางอย่างผูกมัดใจของเขาเข้ากับร่างบางที่เพิ่งลับตาไปเมื่อครู่

...ตกหลุมรัก ?... ฉันคงตกหลุมรักเข้าแล้วแน่ๆ...

ส่ายหัวให้กับความคิดตัวเองสองสามที หากแต่ใบหน้าหล่อคมกลับดูมีความสุขเสียเหลือเกิน.... ชางมินพาตัวเองเดินเลาะตามเส้นทางมาเรื่อยๆ ระยะทางจากคอนโดไปหน้าปากซอยซึ่งเป็นทางหลักนั้นไม่ใช่ระยะทางใกล้ๆ หากแต่ร่างสูงกลับไม่รู้สึกถึงความเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย กลับกันเสียอีก... ในคืนนี้ คงเป็นคืนที่เขาสุขใจเสียมากกว่าด้วยซ้ำ




*ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ปลุกให้ใครที่หลับใหลตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์หงุดหงิด ใบหน้าหล่อหันขวับไปมองนาฬิกาบนผนัง...

...ตี 2 แล้ว ใครกันนะที่มาเอาป่านนี้...

คิดพลาง บ่นพลาง แล้วเดินตรงไปยังประตูต้นเสียง มองลอดตาแมวออกไปกลับพบว่าใครสักคนที่อยู่หน้าห้องกำลังเอามือปิดบังไว้

“ใครกันวะ?” ยุนโฮอุทานกับตัวเองอย่างหงุดหงิด ในขณะที่ลังเลว่าจะเปิดดีหรือไม่ เสียงเคาะประตูห้องก็ย้ำดังขึ้นอีกสองครั้ง จนร่างสูงตัดสินใจเปิดมันออก

“แจจุง” ยุนโฮอุทานเรียกชื่อร่างบางที่ยืนอยู่หน้าห้อง กลิ่นคาวเหล้าคละคลุ้งทั้งๆที่แจจุงไม่ได้ดื่มหนัก
“ยุนโฮ...” ร่างบางเรียกชื่อคนรักด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลีย ก่อนจะตั้งท่าล้มฟุบ แต่ยังดีที่ยุนโฮนั้นคว้าไว้ได้

ใบหน้าหล่อเริ่มยับยู่เมื่อเห็นสภาพคนรักร่างบางที่ดูโงนเงนไร้สติ คิ้วเรียวค่อยๆร่นเข้าหากันจนแทบจะขมวดเป็นปม... ทำไมแจจุงถึงอยู่ในสภาพแบบที่ดูแย่ได้ขนาดนี้... คิดพลางพยุงร่างบางไว้ในอ้อมแขน ก่อนวางร่างที่ดูเหมือนจะไม่ได้สติล้มลงบนเตียงนุ่ม

“นายเมา? นายดื่มทำไมในเมื่อรู้อยู่ว่าพรุ่งนี้ต้องไปทำงาน” ยุนโฮยืนท้าวเอวบอกกับคนรักร่างบางที่นอนหงายสะลึมสะลือ น้ำเสียงที่เคยสุขุมกลายเป็นกระชากห้วนไปโดยปริยาย
“ม่ายยยย... ดื่มไปนิดเดียวเอง ไม่เมาหรอก แต่ปวดหัว... อ๊า~ ปวดหัวจัง” น้ำเสียงของร่างบางดูยานคาง สติที่พอมีอยู่บ้าง ก็ดูจะน้อยเต็มที

ร่างสูงได้แต่ส่ายหัวไปมา เสียงถอนลมหายใจหนักๆดังถี่จากร่างสูงที่ถูกปลุกขึ้นมากลางดึกทั้งๆที่หลับไปแล้ว
‘ภาระ’ คือคำๆเดียวที่ยุนโฮคิดออกในตอนนี้เมื่อมองไปยังร่างที่สลบเหมือดอยู่บนเตียงของเขา ทั้งๆที่แจจุงเป็นคนรัก ทั้งๆที่แจจุงกำลังไม่ได้สติ... แต่ว่า แจจุงกำลังทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดกับภาพตรงหน้า... ช่างเบื่อหน่ายเหลือเกิน

ในใจของยุนโฮเกิดการแบ่งแยกระหว่างการการกระทำสองอย่าง... จะเช็ดตัวให้กับคนรัก หรือจะปล่อยร่างบางให้หลับทั้งๆสภาพคละคลุ้งแบบนี้ ?
ดวงตาเรียวเหลือบมองไวท์บอร์ดอันย่อยที่ขีดเขียนตารางงานพรุ่งนี้เอาไว้ สุดท้ายแล้วร่างสูงก็เลือกที่จะทำตามความคิดหลัง... ยุนโฮเดินออกจากส่วนที่เป็นห้องนอน ออกมายังโซฟายาวที่ตั้งอยู่ในห้องนั่งเล่นแล้วทิ้งตัวนอนพร้อมทั้งใบหน้าที่ยังเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงอันเกิดจากอารมณ์หงุดหงิด

ใช่... เขาโมโห...

โมโหที่แจจุงอยู่ในสภาพเมามายแบบนี้ โมโหที่แจจุงมาปลุกเขาดึกๆดื่นๆ โมโหที่แจจุงไม่ได้สติ โมโหที่ทำให้เขาต้องเสียเวลานอนอันมีค่า ความผิดทุกอย่าง คือ แจจุง...




“อืมมม” เสียงงัวเงียของร่างบางดังจากเตียงหลังใหญ่ ดวงตากลมหลิ่วตาเพื่อปรับรับแสงสว่างจากท้องฟ้ายามเช้า

...ห้องยุนโฮ ?...
คิดในใจเมื่อเห็นสภาพห้องที่แสนจะคุ้นเคย
ร่างบางยันกายให้ลุกขึ้นจากเตียงหลังใหญ่แล้วเดินออกจากส่วนที่เป็นห้องนอน ออกมายังห้องนั่งเล่นมองหาเจ้าของพื้นที่ที่ตนกำลังอาศัย

“ยุนโฮ” แจจุงส่งเสียงเรียก... หากแต่ไม่มีเสียงใดตอบกลับ

“ยุนโฮ... ไม่อยู่เหรอ?” คนเพิ่งตื่นเอ่ยเรียกอีกครั้ง พร้อมเดินหาคนรักไปตามส่วนต่างๆภายในห้องชุดหรู... ห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำ... แต่กลับไร้วี่แววของยุนโฮ

แจจุงถอนหายใจน้อยๆ ก่อนจะเหลือบมองไปที่นาฬิกาบนผนัง... 11 โมง 20 นาที... ยุนโฮคงไปทำงานแล้ว
ไม่คิดเลยว่าแค่เหล้าดีกรีอ่อนๆจะสามารถทำให้สลบเหมือดได้เป็นวันๆ จนสุดท้ายแล้วต้องทำให้เขาเผลอโดดงานจนได้... พยายามคิดทบทวนถึงเหตุการณ์เมื่อคืนอีกครั้ง ภาพที่จำได้คือชางมิน...
แต่ก็เหมือนจะเลือนรางไปทุกชั่วขณะ แค่คิดว่าตัวเองเดินมาถึงหน้าห้องยุนโฮได้ก็นับว่าเก่งแล้ว แต่หลังจากนั้นความทรงจำทุกอย่างกลับกลายเป็นภาพสีเทา... แจจุงจำอะไรไม่ได้เลย





*แกร๊ก*

เสียงกุญแจห้องถูกสะเดาะด้วยฝีมือของร่างสูงเจ้าของห้อง... มือข้างหนึ่งของยุนโฮกำสูทเงาไว้ ในขณะที่อีกข้างกำลังใช้ความพยายามในการคลายกระดุมและเนคไทด์บนเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน แล้วเดินมาทิ้งร่างลงบนโซฟานุ่มอย่างหมดแรง

“ยุนโฮ กลับมาแล้วเหรอ!” แจจุงส่งเสียงมาก่อนตัวหลังจากที่ได้ยินเสียงการกลับมาของคนรัก ในขณะที่ยุนโฮเองดูแปลกใจไม่น้อยที่เห็นแจจุงยืนอยู่ตรงนั้น... แจจุงยังอยู่ที่นี่... ที่ห้องของเขา

“ยังไม่กลับอีกเหรอ?” ร่างสูงเหลือบตามองไม่ที่คนรักร่างบางแว๊บหนึ่งแล้วพูดขึ้นเสียงเรียบ
“ยัง... ไปทำงานไม่ทัน ก็เลย...”

“เมื่อคืนไปไหนมา?”

ไม่ทันที่ประโยคของแจจุงจะสิ้นสุด ยุนโฮกลับพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน... ประโยคคำถามที่แสดงน้ำเสียงตำหนิอยู่เต็มๆนั้นทำให้แจจุงต้องชะงักงัน แต่กระนั้นก็ได้แต่ยืนนิ่ง ไม่ตอบอะไร จนยุนโฮต้องเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง

“ฉันถามว่าเมื่อคืนหลังจากดื่มกับยูชอนแล้วไปไหนมา”
ความกระด้างเจือปนในเสียงทุ้มต่ำชวนให้คนฟังรู้สึกหวาดหวั่น... ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ปากกลับไม่ขยับเสียดื้อๆ อยากจะพูดอะไรอย่างที่ใจคิด แต่ก็พูดไม่ออก

แจจุงยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ไร้คำตอบใดใดออกจากริมฝีปากบาง ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเสียงใสยังเอ่ยทักทายคนรักเจื้อยแจ้วอยู่แท้ๆ ยิ่งเห็นท่าทางแบบนี้ยิ่งทำให้ยุนโฮทวีความหงุดหงิด... แค่อยากรู้เหตุผล ทำไมแจจุงถึงตอบไม่ได้ ?

“ฉันถามว่าเมื่อคืนนายไปไหนมากันแน่!” ไม่ถามเปล่า... ยุนโฮลุกขึ้นกระชากแขนเรียวติดมือมาด้วย
ร่างของแจจุงปลิวตามแรงดึงของคนรักร่างสูง ตากลมเบิกกว้างตกใจกับการกระทำอันรุนแรง... แขนของเขากำลังถูกบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บ... ยุนโฮมองมาที่แจจุงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“โอ๊ย! ยุนโฮ ปล่อยนะ!” แจจุงตวาดแว๊ดเมื่อได้สติ ก่อนจะพยายามบิดตัวให้หลุดจากการจับกุมของยุนโฮ
“ก็ตอบสิ! ถามแค่นี้ทำไมไม่ตอบล่ะ?!” ยุนโฮตวาดกลับ ร่างสูงจ้องมองคนตัวเล็กกว่าด้วยสายตาดุดัน

...แค่คำถามธรรมดาๆ ทำไมแจจุงถึงไม่ตอบเขา... หรือว่าอันที่จริงแล้วแจจุงกำลังปกปิดอะไรอยู่...

“เงียบทำไมล่ะ?” ยุนโฮดึงแจจุงที่กำลังดิ้นหนีให้กลับมาเผชิญหน้า
“นายเป็นอะไรของนายห๊ะยุนโฮ! มาหงุดหงิดใส่ฉันทำไมเล่า!” ร่างบางตะคอกกลับ

...แค่คำถามธรรมดาๆ... แต่ทำไมถึงต้องแสดงอารมณ์หงุดหงิดใส่กันด้วย?...
...ทั้งๆที่ก็ไม่ได้มีความลับอะไร ไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วทำไมยุนโฮต้องแสดงท่าทีหงุดหงิดขนาดนี้...

“ตอบสิ” ร่างสูงยังคงย้ำคำถามเดิม
ร่างบางได้แต่จิ๊ปากด้วยความรู้สึกรำคาญใจ ยุนโฮถามคำถามซ้ำๆซากๆ คำถามที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไร

หรือว่า... ยุนโฮจะเห็นชางมิน ?
หรือว่า... ยุนโฮจะหึง ?

“ก็ไปกับยูชอน ไปกับเด็กของยูชอน แล้วก็ดื่มไปนิดหน่อย... นายมีปัญหาอะไรยุนโฮ?” เรื่องชางมินถูกทดไว้ ร่างบางเอ่ยถามยุนโฮอย่างไว้เชิง... สิ่งที่ทำให้ยุนโฮหงุดหงิดได้ขนาดนี้ จะเป็นเพราะชางมินรึป่าว ?

ดวงตากลมโตจับตามองพฤติกรรมของคนรักเงียบๆ ยุนโฮถอนหายใจเบาๆ... เขาถอนหายใจอีกแล้ว
“นายอย่าดื่มหนักแบบนี้อีกนะ” เสียงที่เคยกระชากห้วนดูจะเบาลง ตามหลังเสียงลมหายใจที่ถูกทอดถอน
“อืม แต่ฉันไม่ได้ดื่มหนักเลยนะ” ร่างบางบ่นกระปอดกระแปดไล่หลัง ยุนโฮที่พูดเสร็จทำท่าจะลุกเดินเข้าห้องนอนไป หากแต่ร่างบางกลับเรียกรั้งไว้
“ยุนโฮ... เดี๋ยว!”

“อะไร?” ร่างสูงหยุดชะงัก หันหน้ากลับมาตอบรับด้วยประโยคคำถาม
“แล้วเรื่องชางมินล่ะ? นายไม่ได้โมโหฉันเรื่องชางมินหรอกเหรอ?” แจจุงทำใจดีสู้เสือถามออกไป
ก็แค่อยากรู้ว่าสาเหตุที่ทำให้ยุนโฮหงุดหงิดใส่เขาคืออะไรกันแน่ หากเป็นเพราะหึงเขากับชางมินล่ะก็ มันก็เป็นเหตุผลที่พออภัยให้ได้ล่ะนะ นานๆทีจะได้เห็นยุนโฮหึงกับเขาบ้าง มันก็คงรู้สึกดีไม่น้อย... ถ้ายุนโฮหึง มันก็หมายความว่า ยุนโฮรักเขา... ถูกไหมล่ะ ?

“ชางมินอะไร? ใครคือชางมิน? ฉันไม่รู้จัก... ที่ฉันโมโหนาย คือนายทำให้ฉันเสียเวลานอนต่างหากแจจุง”

ร่างบางแทบจะล้มทั้งยืนเมื่อได้ฟังคำตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำจากคนรัก... ยุนโฮพูดได้ชัดเจนเลยทีเดียวว่าที่หงุดหงิดใส่เขาเป็นเพราะนอนไม่พอ ไม่เกี่ยวกับชางมินเลยสักนิด แถมยุนโฮยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเมื่อคืนคนที่หิ้วเขามาส่งถึงคอนโดนี่ คือผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาที่ชื่อ ชิม ชางมิน

ความรู้สึกแปรปรวนท้ายสุดเกิดเป็นความโกรธ... โกรธที่ยุนโฮไม่ได้หึงเขาอย่างที่คิดไป

“นี่! ยุนโฮ! รู้รึป่าวว่าคนที่มาส่งฉันเมื่อคืนน่ะชื่อชางมิน” แจจุงตะโกนไล่หลัง
“เหรอ? แล้วไงต่อ?” หวังจะให้ยุนโฮรู้สึกหึงบ้าง แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด คำถามกวนประสาทของยุนโฮไม่ได้มาจากเจตนาร้าย หากแต่มันเป็นนิสัยไม่รู้ร้อนรู้หนาวของยุนโฮ ที่เจ้าตัวเองก็ไม่เคยรับรู้เลยว่ามันทำให้แจจุงสติแตกทุกครั้งที่ได้ยินคำพูดลักษณะแบบนี้

“เขานิสัยดี ใจดี สุภาพ แล้วก็หล่อมากด้วย” แจจุงเริ่มพูดพร่ามหวังให้ยุนโฮออกอาการหึง แต่ถึงกระนั้น ยุนโฮกลับไม่สนใจสิ่งที่แจจุงพูดเลยสักนิด
“ก็ดีแล้วนี่ มีคนมาส่ง” น้ำเสียงเรียบไม่แสดงความรู้สึกยินดียินร้ายตามแบบฉบับของ ชอง ยุนโฮ

“ไม่หึงเหรอ?” เสียใสเริ่มเจือไปด้วยความงอแง
“หึงทำไม?” ในขณะที่เสียงทุ้มก็ยังคงความเรียบเฉยต่อสิ่งที่รับรู้

หึง?
หึงทำไม?
แจจุงต้องการให้เขาหึงอะไร?
ดีเสียอีกที่มีคนมาส่ง... ถ้าปล่อยให้แจจุงขับรถกลับมานี่สิน่าเป็นห่วงมากกว่า

“ไอ่คนบ้า!”

*ตุบ*

เสียงตะโกนไล่หลัง พร้อมกับที่ร่างบางฉวยหมอนทรงสี่เหลี่ยมใบย่อมปาเข้าใส่หน้าคนรักร่างสูงเข้าเต็มเปา แจจุงเดินกระแทกขาปึงปัง ตรงไปใส่รองเท้าแล้วรีบเดินออกจากห้องชุดหรู ทิ้งไว้เพียงเสียงปิดประตูแรงๆใส่เจ้าของห้องที่ได้แต่ยืนส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ

...เบื่อ... เบื่อเหลือเกิน...
ทั้งๆที่คิดว่าอะไรๆน่าจะดีขึ้น... แต่สุดท้ายแล้ว แจจุงก็ยังเอาแต่ใจเหมือนเดิม

“โถ่เว้ย!!” สบถออกมาดังๆพร้อมกับปาหมอนทิ้งลงบนโซฟาเต็มแรง
ยุนโฮที่จะเดินเข้าห้องไป เปลี่ยนทิศทางหันกลับมายังห้องครัว หวังจะหาน้ำเย็นๆดื่มเพื่อดับความร้อนทั้งกายและใจ แต่เมื่อก้าวไปถึงส่วนครัว ก็ต้องชะงักงัน...

บนโต๊ะกระจกสี่เหลี่ยมที่ไว้ทานข้าว... อาหารหน้าตาน่าทาน 3 – 4 อย่างถูกจัดวางเตรียมไว้สำหรับใครบางคน... ด้วยฝีมือของใครบางคน ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกเสียจากร่างบางที่เพิ่งเดินปึงปังออกไปเมื่อครู่... คิม แจจุง




“นี่ยูชอน... แจจุงน่ารักดีนะ มีแฟนรึยัง?” เสียงใสของจุนซูพูดขึ้น ขณะที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนบนโซฟานุ่มภายในห้องทำงานของยูชอน
“อืม น่ารัก” ยูชอนตอบไป โดยไม่ได้มองหน้าร่างเล็กเจ้าของคำถาม ผู้บริหารหนุ่มกำลังเคร่งเครียดอยู่กับกองงานตรงหน้า แจจุงไม่มาทำงานแค่วันเดียวทำให้เขามีงานเพิ่มมากขึ้นเป็นกอง ทั้งๆที่จุนซูอุตส่าห์มาหาถึงบริษัท แต่ก็ปลีกตัวออกไปเที่ยวเล่นไม่ได้จนกว่างานจะเสร็จ

“ยูชอนอ้ะ อยากเจอแจจุงจังเลย” เสียงเล็กพูดขึ้นอย่างออดอ้อน ทำเอาคนฟังต้องละสายตาจากกองงานตรงหน้า เปลี่ยนมาจ้องมองร่างเล็กอย่างเอาเรื่อง
“อ๋อ ที่มานี่จะมาหาแจจุงหรอกเหรอ? ไอ้เราก็นึกว่ามาหากันซะอีก” ยูชอนเบ้ปาก

“อ้าว! นี่ฉันยังไม่ได้บอกยูชอนเหรอว่าฉันมาหาแจจุงน่ะ คิคิ” จุนซูตอบกลับพร้อมกับหัวเราะคิกคักที่ได้แกล้งยูชอน
“อืม งั้นนายไม่ต้องอยู่ต่อก็ได้นะจุนซู วันนี้แจจุงไม่มานี่” ยูชอนพูดขึ้นอย่างงอนๆ ประชดใส่จุนซูเล็กๆตามภาษาคนขี้ใจน้อย

“งอนเหรอ?” จุนซูมองคนร่างสูงที่หันกลับไปตั้งหน้าตั้งตาเซ็นต์เอกสารยุบยิบด้วยใบหน้ายิ้มๆ
“อืม”

“งอนฉันจริงๆอะ?” เอ่ยถามอีกครั้ง พร้อมกับลุกขึ้นเดินไปนั่งลงตรงหน้ายูชอน มือทั้งสองข้างของจุนซูถูกยกขึ้นมาเท้าคาง ใบหน้าน่ารักจ้องมองยูชอนที่ทำเป็นสนใจแต่กองงานตรงหน้าด้วยความทะเล้น
“อืม” ยูชอนเริ่มออกอาการประหม่าเล็กๆ เมื่อจุนซูเอาแต่นั่งจ้องหน้าเขา แต่ถึงกระนั้นก็ยังแสดงเจตนารมณ์ให้ร่างเล็กได้รู้ ว่าเขางินจริงๆ

“นายงอนฉันจริงๆใช่ไหม ปาร์ค ยูชอน?” จุนซูกดเสียงหนัก หากแต่ใบหน้าจิ้มลิ้มยังคงจ้องมองยูชอนด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์
“อื้ม!” ยูชอนตอบรับหนักแน่น ทีนี้แหละ จุนซูต้องง้อเค้าจนเมื่อยแน่ๆ คิดแล้วก็รู้สึกย่ามใจ

...จะได้เอาคืนจุนซูก็งานนี้...

ร่างเล็กมองคนตรงหน้าที่ทำเป็นงอน... ก่อนจะงัดไม้ตายออกมาใช้

“งอนใช่มั๊ย? งั้นก็เชิญนายงอนต่อไปเหอะ! ฉันกลับล่ะ ปาร์ค ยูชอน!”

ร่างเล็กแลบลิ้นใส่หน้ายูชอนให้ทีหนึ่ง แล้วลุกเตรียมจะเดินออกจากห้องไป... ยูชอนที่คิดไปไกลว่าจุนซูจะต้องง่อเขา รีบผละออกจากกองงานตรงหน้า เด้งตัวขึ้นเดินตามจุนซูไป

“จุนซู! จะไปไหน!” ยูชอนตกใจ คว้าลูกบิดประตูไว้ไม่ให้ร่างเล็กได้เปิดประตูออกไป
“อ้าว ก็นายงอนฉันไง... ฉันก็ไม่อยากอยู่ให้นายรู้สึกลำบากใจหรอกนะ” จุนซูบอกกับคนร่างสูง มุมปากยกยิ้มร้ายๆอย่างคนเหนือกว่า

...ยังไงซะ ปาร์ค ยูชอน ก็ไม่มีทางชนะเขาได้หรอก...

“โถ่ จุนซู ใครจะไปงอนนายลงเล่า” ยูชอนกลับคำเอาดื้อๆ เสียงทุ้มดูอ่อนยวบราวกับคนละคน ก่อนหน้านั้นยังย้ำเสียงหนักว่างอนอยู่แหม็บๆ แค่จุนซูไม่ง้อต่อ ยูชอนก็ไปไหนไม่รอด สุดท้ายแล้วกลับต้องเป็นฝ่ายง้อเสียเอง

“งอนเหรอ?” จุนซูกลับมาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา ไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ เอ่ยถามคำถามเดิมอีกครั้ง
“ไม่งอน” ยูชอนตอบทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการความคิดใดใด เป็นคำตอบใหม่ที่ต่างจากเมื่อครั้งก่อนหน้า

“งอนมั๊ย?”
“ไม่งอน”

“จะงอนอีกมั๊ย?”
“ไม่แล้วจ้า~~~”

จุนซูส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างถูกอกถูกใจ... ในที่สุดยูชอนก็ต้องยอมแพ้เขาจนได้ ไม่มีทางที่จะเอาชนะ คิม จุนซู สุดแสบไปได้หรอก
การที่ได้แกล้งยูชอนนั้นกลายเป็นงานอดิเรคอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตของจุนซูไปเสียแล้ว

...ปาร์ค ยูชอน... นายนี่มันน่ารักชะมัด...

“ยูชอน ทำงานเร็วๆ ฉันหิวแล้ว”

“คร๊าบบบบบ~”

เสียงน่ารักตอบ-รับกันเจื้อยแจ้วภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆที่เต็มไปด้วยกองงานมากมาย...
ห้องทำงานที่หลายครั้งเมื่อเดินเข้ามาแล้วรู้สึกถึงความเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า พาลให้ไม่อยากย่างกายเหยียบเข้ามาเลยสักนิด... ห้องทำงานที่เต็มไปด้วยชิ้นงาน และนโยบายชวนปวดหัว... หากแต่เมื่อไหร่ที่ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆนี้ มีร่างเล็กของ คิม จุนซู อยู่ร่วมด้วย จากห้องที่เคยมีแต่ความอึดอัดและบรรยากาศอันตรึงเครียด กลับกลายเป็นห้องเล็กๆที่บรรจุไปด้วยความสดใส

คิม จุนซู... สุขสว่างเหมือนพระอาทิตย์ยามเช้าในหัวใจของ ปาร์ค ยูชอน... ไม่เปลี่ยนแปลง

 

To be con.

 

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
มันต้องทะเลาะกันอีก เอาให้รุนแรงกว่านี้ อันนี้ยังไม่สะใจกูเท่าไหร่ ฮาๆๆ

ชอบพี่จุนซูว่ะ เกลียดปาร์คยูชอนตัวจริงในขณะนี้มากๆ มันทำให้ทุกๆคนหวาดกลัวกับสิ่งที่มันทำ กรี๊ดดด ไปลงนรกซะ ไอ่เวร

#1  by  Paninee (125.24.201.201) At 2008-06-15 15:23, 
อันที่จริงเราว่าหมีนะที่ผิด

เค้าต้องไม่รักแจแล้วแน่เลยอ่ะ ทำไรก็ผิด ดูดิ โมโห ที่ทำให้เสียเวลานอนนี่นะ ดูเหตุผลแล้วกลุ้มใจ
#2  by  ChAo ChAo (125.24.75.20) At 2008-06-15 16:08, 
ยุนโฮ เอาอีกแล้วนะ
ยุนโฮที่อ่อนโยนของกูหายไปหนายยยย
#3  by  +-+manao+-+ At 2008-06-15 23:49, 
หมีเอาอีกแล้วอ่ะ แจจุงจะทนไหวมะเนียะ น้องแจน
อย่าให้ยุนโฮใจร้ายกะแจจุงมากนักนะ แต่แล้วน้องมิน
หล่ะ จะสมหวังมะเนียะ เฮ้อ ขอบคุณนะคะ
#4  by  จุนจัง (125.25.179.151) At 2008-06-16 08:42, 
เหยออออ
บรึ๋ยๆ มาคุๆ
อย่ารุนแรงน๊าาา
ไม่อยากเศร้าอ่ะค่าาา
#5  by  DoT (210.213.1.250) At 2008-06-16 09:27, 
อืม มีเรื่องกันอีกแล้ว ยุนแจ ดูเค้า 2 คน เบื่อๆกันนะ ลองห่างๆกันสักพักดีมั้ย ดูยังไงๆ ก็ยุนละที่ผิด แสดงความรักแบบผิดๆ ทำให้แจเสียใจได้ตลอด แต่ที่อยากจะบอกคือยุนไม่ได้เปลี่ยนไปหลอกนะ แต่ว่าผู้ชายส่วนมาก จะมีสันดานแบบนี้ละ ทำใจๆ (แรงไปมั้ย)
แจลองหาอะไรใหม่ๆดูนะ บ้างที่ยุนเค้าอาจจะเห็นว่าความรักที่จะเสียไปเนียมันยิ่งใหญ่มาก คนเราจะรู้ว่ารักมากแค่ไหนก็ตอนที่จะเสียไปนี้ละ สู้ๆ

เนื้อเรื่องดีนะ เหมือนเห็นตัวเองไงไม่รู้ อิอิ
#6  by  yungyag (124.157.184.46) At 2008-06-17 17:56, 

<< Home