Story : Deep-rooted
Author : JaeSun
Paring: YunJae / YooSu
Rate: NC-18
*หมายเหตุ - เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
.
.
.
...ทำไมต้องร้องไห้ ?...
...ทำไมต้องเสียใจ ?...
...และทำไม... ฉันต้องรักคนอย่างนาย ?...
เสียงฝีเท้าหยุดลงบริเวณสวนสาธารณะที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโดที่เจ้าของฝีเท้าเพิ่งจากมา... อีกแล้ว... ทะเลาะกับยุนโฮอีกแล้ว... ทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่สุดท้ายมันก็จบลงที่การทะเลาะกันเหมือนอย่างเคย ไม่อยากเห็นหน้าคนเย็นชาจึงวิ่งหนีออกมาหยุดอยู่ที่นี่... สวนสาธารณะแห่งนี้
แจจุงทิ้งตัวลงนั่งบนผืนหญ้ามองทอดออกไปยังท้องน้ำนิ่งในสวนสาธารณะ ดวงตากลมสวยเหม่อลอยไร้จุดหมาย ความโกรธเคืองระคนน้อยใจยังคงคุกรุ่นในจิตใจ... ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองต้องการอะไรจากยุนโฮกันแน่ ?
แค่ยุนโฮไม่หึง... ก็รู้สึกน้อยใจจนกลายเป็นโกรธแล้วพาลให้ทะเลาะกันไป ทั้งๆที่รู้ว่ายุนโฮเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก แต่ไม่ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ ก็ยังไม่ชินเสียที
...ทำไมนะ แค่แสดงความรู้สึกน่ะ มันยากนักเหรอไง?...
...แค่หึงกันบ้าง...
...แค่นั้นเอง...
“เฮ้อ~~!” เสียงถอนหายใจถูกระบายออกมา เสียงโครกครากจากกระเพาะเริ่มส่งเสียงเอะอะเพราะต้องการอะไรเข้าไปย่อย
แจจุงไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่ตื่นนอน... เวลาทั้งหมดผ่านไปกับการปัดกวาดเช็ดถูและทำอาหารมื้อเย็นเพื่อรอคอยการกลับมาของคนรัก แต่สุดท้ายแล้วอาหารที่ตั้งใจเสกสรรขึ้นมาเพื่อรอมื้อเย็นแห่งความสุขนั้น กลับถูกปล่อยทิ้งไว้ให้จืดชืดโดยไร้ผู้แตะต้อง
“เราควรจะกลับไปรึป่าวนะ ?”

เสียงนาฬิการ้องดังเมื่อเวลาเดินครบทุกๆหนึ่งชั่วโมง... ร่างสูงที่กำลังอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาในส่วนของห้องรับแขกเหลือบมองนาฬิกาที่ส่งเสียงบนผนัง...
...4 ทุ่มแล้ว... แต่แจจุงยังไม่กลับมา...
“ไปไหนของเค้านะ?” เสียงทุ้มพูดกับตัวเองเบาๆ เมื่อมองเวลาแล้วพบว่าคนรักร่างบางยังไม่กลับเข้ามา
หนังสือเล่มเล็กถูกปิดลง ในขณะที่ยุนโฮได้พาตัวเองเดินเข้าไปยังส่วนของห้องครัว... อาหารบนโต๊ะยังคงถูกตั้งไว้อย่างนั้น ไม่มีผู้ใดแตะต้องเคลื่อนย้ายหรือคิดที่จะทานมัน
ร่างสูงหยุดมองที่โต๊ะกินข้าวตัวเดิมอีกครั้ง... ในตอนแรกที่ก้าวเข้ามาแล้วเห็นอาหารที่แจจุงเตรียมไว้ ความรู้สึกผิดเริ่มตีตื้นเข้าสู่หัวใจ แจจุงอุตส่าห์ทำกับข้าวเพื่อรอเขา ทำไมเขาจะไม่รู้... หากแต่ความรู้สึกหงุดหงิดในการกระทำของคนรักก็กลับมีมากพอกัน แทนที่จะเดินตามไปง้อแจจุง สุดท้ายแล้วยุนโฮก็กลับเลือกที่จะปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างไร้การเหนี่ยวรั้ง... ปล่อยให้แจจุงเดินออกไปจากคอนโดของเขา
อาหารบนโต๊ะยังคงสภาพเดิม... ยุนโฮไม่คิดจะแตะต้องมัน และไม่คิดที่จะกำจัดมัน ลึกๆในใจแอบหวังว่าเมื่อแจจุงกลับมาจะได้มาทานพร้อมกัน... ร่างสูงเดินเข้ามานั่งลงยังโต๊ะกินข้าว ปล่อยให้เวลาเดินต่อไปเรื่อยๆ
ถ้าแจจุงกลับมา... เขาควรจะพูดอะไรดี ?
...ขอโทษนะแจจุง ที่ฉันหงุดหงิดใส่นาย...
...ขอโทษนะ ที่ฉันทำให้นายไม่พอใจ...
...ขอโทษนะที่ทำให้นายเจ็บ...
...ขอโทษนะ ที่ฉันเป็นแฟนที่ดีสำหรับนายไม่ได้เสียที...
...ขอโทษนะ ยกโทษให้ฉันนะแจจุง...
คิดอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้เข็นนาฬิกาเดินหน้าไปเรื่อยๆ ร่างสูงพยายามสรรหาคำพูดมากมายเพื่อเริ่มต้นกับคนรักที่งอนออกไป รอให้ร่างบางนั้นกลับมาทานข้าวพร้อมกัน จนสุดท้ายแล้วการรอคอยได้สิ้นสุดลงด้วยการผล็อยหลับไปของยุนโฮ
...แจจุงไม่กลับมา...
แสงจันทร์ถูกแทนที่ด้วยแสงแดด... แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ทะลุผ่านกระจกฝ้าไล้เลียใบหน้าหล่อของร่างสูงที่ฟุบหลับคาโต๊ะกินข้าว... ร่างสูงเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ทว่าสภาพโต๊ะกินข้าวตัวนั้นยังคงเป็นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ภายในห้องยังคงเหมือนเดิม
...มีแค่ยุนโฮคนเดียว...
คิ้วหนาเริ่มขมวดเข้าหากัน เพราะอาการปวดเมื่อยกับการหลับคาโต๊ะ ทั้งยังหงุดหงิดที่ตัวเองเผลอหลับไปเสียอย่างนั้นทั้งๆที่ตั้งใจจะรอแจจุง รวมถึงความรู้สึกอึดอัดใจที่เมื่อตื่นมาแล้วไม่พบร่างบางของคนรักอย่างที่หวัง
ยุนโฮลุกออกจากโต๊ะกินข้าว ไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน... ยังไงเขาก็ต้องทำงาน เรื่องแจจุงคงต้องเก็บไว้ทีหลัง รอให้ความหงุดหงิดจางหายไป อะไรๆมันน่าจะดีขึ้นกว่าที่เป็น

“โอ้ พนักงานดีเด่น วันนี้มาเสียเช้าเชียว” ยูชอนที่เพิ่งก้าวเข้ามาในตัวบริษัทเอ่ยทักทายเพื่อนสนิทร่างบางที่เดินจิบกาแฟบริเวณแถวๆหน้าห้องทำงานของเขา
“ใครจะเหมือนนาย” แจจุงสวนกลับเพียงประโยคสั้นๆ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาที่ตั้งอยู่แถวนั้น น้ำเสียงของร่างบางที่แสดงถึงอาการไม่สบอารมณ์ขั้นรุนแรงนั้นทำยูชอนต้องเบ้หน้าเมื่อได้ยิน เพื่อนตัวดีของเขาคงกำลังหัวเสียกับอะไรมาอย่างแน่นอน และถ้าเดาไม่ผิด... ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องรักๆของคนร่างบาง
“เป็นอะไร? อารมณ์ไม่ดี?” ยูชอนทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ลมหายใจอ่อนๆถูกผ่อนออกจากจมูกสวยของของร่างบาง ความเงียบเขจ้าปกคลุมบรรยากาศโดยรอบ... เลขาสาวที่นั่งอยู่ตรงนั้น พาตัวเองออกจากโต๊ะประจำตำแหน่งอย่างรู้งาน วันนี้เจ้านายและสถาปนิกคนเก่งเกิดอยากปรับทุกข์กันนอกห้อง ก็เป็นหน้าที่ของเลขาที่ต้องหลบให้
“นี่ยูชอน...” แจจุงเอ่ยเรียกเพื่อนรักร่างสูงแผ่วเบา
“หืม?” รับคำสั้นๆเพื่อรอคอยข้อความต่อไปจากเพื่อนร่างบาง
“นี่ยูชอน... ถ้านายรักใครซักคน แล้วคนๆนั้นชอบทำให้นายเสียใจเสมอๆ นายจะยังรักเขาต่อไปมั๊ย?” คำถามของแจจุงทำเอายูชอนนิ่งเงียบไปชั่วขณะ
เขาควรจะตอบคำถามนี้อย่างไรให้ทุกอย่างออกมาดูดี จะตอบอย่างไรเพื่อให้แจจุงไม่รู้สึกแย่ และจะตอบยังไงให้ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด
“คำว่ารักของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันหรอกแจจุง” ยูชอนพยายามเลี่ยงคำตอบตรงๆออกไป แจจุงกำลังอ่อนไหวกับเรื่องของความรักอีกแล้ว
ใช่... ความรักของคนแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ความรักของยูชอนเองก็ย่อมต่างจากแจจุง
“ฉันรู้...” ร่างบางตอบรับ น้ำเสียงขาดช่วงไปพักหนึ่ง แล้วค่อยพูดต่อ
“ฉันรู้ยูชอน... จริงๆแล้ว ความรักของฉัน ฉันรู้จักมันดีเลยแหละ แต่ว่าฉันแค่ไม่เข้าใจ... ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมฉันต้องรักยุนโฮมากมายขนาดนี้ ทั้งๆที่ฉันเจ็บ ทั้งๆที่ยุนโฮทำให้ฉันต้องร้องไห้หลายครั้ง แต่ฉันก็เลิกรักยุนโฮไม่ได้เสียที...”
ความบอบช้ำภายในหัวใจของร่างบางผลักดันให้หยดน้ำตาใสไหลรินอย่างไม่สามารถต้านทาน หัวกลมๆเอนลงซบบนไหล่กว้างของคนที่ได้ชื่อว่าเพื่อนรัก ไหล่ของยูชอนพร้อมที่จะรองรับความอ่อนแอของแจจุงเสมอ ยูชอนทำได้เพียงแต่นั่งเงียบๆ ปล่อยให้เพื่อนร่างบางใช้ไหล่ของตัวเองเป็นที่พักพิง ทิ้งให้เวลาผ่านไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความเจ็บช้ำของแจจุง
ทุกครั้งที่แจจุงต้องเจ็บปวดและต้องการที่ปรึกษา ยูชอนคือคนเดียวที่แจจุงคิดถึง และยูชอนเองก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะเป็นที่พักพิงให้แก่เพื่อนร่างบาง... แจจุงเสียใจ ใช่ว่าเขาจะรู้สึกดี... แต่ทุกครั้งที่แจจุงรู้สึกแย่ ยูชอนทำได้เพียงให้คำปลอบโยนแค่ 2-3 ประโยค คำปลอบโยนที่ไม่ใช่คำปรึกษาหรือการชี้นำใดใด
ยูชอนคิดเสมอ ในเรื่องของความรักแล้ว หัวใจใคร หัวใจมัน คำปรึกษามากมายหลายร้อยประโยค ก็มีความหมายไม่เท่ากับเสียงเรียกร้องของหัวใจ...
...นี่แหละนะความรัก...
...ทั้งละเอียดอ่อน เข้าใจยาก และ ยากที่จะเข้าใจ...
...เพราะนายปักใจในความรักที่มีแค่ชื่อของ ชอง ยุนโฮ ยังไงล่ะแจจุง...
...เพราะหัวใจของนายยกให้ยุนโฮไปหมดแล้ว...
...ถ้ามันจะเจ็บปวด ก็คงเป็นเพราะนายเลือกที่จะมอบหัวใจให้แก่ผู้ชายคนนั้นเอง...
...แต่หากวันใดที่หัวใจของนายกลับมาเป็นของนายเหมือนเดิม...
...ความเจ็บปวดที่ได้รับ... มันต้องน้อยลงอย่างแน่นอน... ฉันเชื่ออย่างนั้น...

หนึ่งวันในการทำงานจบลงด้วยความเหนื่อยอ่อน... แจจุงปลดกระดุมเสื้อออก 2 – 3 เม็ด หลังจากหอบกระเป๋าและกองงานลงมาเก็บที่รถพร้อมเตรียมตัวกลับบ้าน ขอบคุณยูชอนที่คอยรับฟังเรื่องราวงี่เง่าของความรักที่อ่อนแอของเขา พอได้ร้องไห้ ได้ระบายให้ใครซักคนฟังแล้วก็รู้สึกดีขึ้นเยอะ
เสียงเคาะกระจกรถดังขึ้นเรียกให้ร่างบางที่กำลังจะออกรถให้หันไปมอง คิ้วเรียวเลิ่กขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เมื่อพบใครบางคนที่เคาะกระจกรถของเขา
“ชางมิน มาได้ยังไงเนี่ย” แจจุงเลื่อนกระจกรถลง เอ่ยถามร่างสูงที่ยืนท้าวขอบหน้าต่างรถของเขาอยู่
“ก็มาหาแจจุงไงล่ะ” ชางมินว่า คนร่างบางเอียงหัวเล็กน้อย ใบหน้าหวานแสดงอาการงงเล็กๆ
“มาหาฉัน? มีอะไรเหรอ?” แจจุงพูดขึ้นซื่อๆ ใบหน้าหวานกับท่าทางงุนงงที่ดูแล้วน่ารักน่าชัง เรียกเสียงหัวเราะจากชางมินได้เป็นอย่างดี
“หัวเราะอะไรชางมิน มาหาฉันมีอะไรรึป่าว?” แจจุงว่า คนสวยทำหน้าทำตาจะเอาเรื่องคนร่างสูงที่อยู่ดีๆก็มาหัวเราะเขา มีอะไรน่าขำกันนะ
“ไม่มีอะไร แล้วมาหาเฉยๆไม่ได้เหรอไงครับ?” ชางมินยิ้มทะเล้น
“ไม่หรอก จริงๆผมเอาแบบคร่าวๆจะมาให้แจจุงดูน่ะ พอดีเพิ่งเสร็จธุระที่บริษัทก็เลยแวะมา ตอนนี้แจจุงว่างรึป่าว ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะครับ” ชางมินว่าพร้อมกับยิ้มให้
แบบอะไรกัน ใจจริงแล้วเขาตั้งใจจะมาหาแจจุงต่างหาก! แต่ถ้ามาเฉยๆโดยไม่มีอะไรติดตัวมาเป็นข้ออ้าง ก็ดูไม่เข้าที
“อ่า... ได้สิ นายขับตามฉันมาก็แล้วกัน” ทันทีที่ร่างบางตอบตกลง ในใจของหนุ่มหน้าคมนั้นลิงโลดในทันที
นึกว่าจะมาเก้อเสียแล้ว... ถึงมันจะเป็นแค่การพบเจอเพียงเพราะข้ออ้างส่งๆ แต่แค่ได้อยู่กับแจจุง ได้เจอกับแจจุงทุกวัน... เพียงแค่นั้น คนอย่าง ชิม ชางมิน ที่ไม่เคยคิดจะเข้าหาใครก่อน ก็พร้อมที่จะคิดอุบายนับล้านๆข้อ เพื่อหาเหตุผลมาพบกับคนหน้าสวยที่ชื่อ คิม แจจุง
ร้านกาแฟเล็กๆ ที่หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟมากมายหลายชนิด เสียงหัวเราะคิดคักดังมาจากโต๊ะที่ชางมินและแจจุงนั่งอยู่มุมหนึ่งของร้าน
แบบตัวตึกถูกกางออก แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ... ชางมินและแจจุงดูจะคุยได้เข้าขากันดี แต่เนื้อหาที่ทั้งสองได้พูดคุยกันนั้น กลับไม่ได้เกี่ยวกับแผนงานเลยสักนิด บทสนทนากลับมุ่งไปอยู่ในประเด็นที่เรื่องส่วนตัวเสียมากกว่า
แจจุงที่ดูน่ารัก... พอได้พูดคุยอย่างสนิทสนมด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ชางมินรู้สึกว่า คนร่างบางตรงหน้า มีสิ่งที่ชวนให้หลงใหลมากขึ้นเป็นสิบเท่า ยี่สิบเท่า... ไม่ว่าแจจุงจะทำอะไร ก็ดูดีไปเสียหมด จนทำให้ชางมินตั้งใจแน่วแน่ว่าต่อจากนี้ไป ทุกๆวัน เขาจะมาหาแจจุง... มาหาด้วยข้ออ้างที่หลากหลาย ข้ออ้างอะไรก็ได้ แค่มันสามารถทำให้ได้พบกับแจจุง แค่นั้นก็พอ...
กลับกัน
ชางมินที่อายุน้อยกว่า... กลับทำให้แจจุงสัมผัสได้ถึงความเป็นผู้ใหญ่ที่ซ่อนไว้อยู่ในตัว ถือได้ว่าชางมินเองก็เป็นผู้ชายที่น่าคบหาคนหนึ่ง อะไรหลายๆอย่างของชางมินที่แสดงออกมันทำให้ร่างบางนึกถึงใครบางคน... ใครบางคนที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน และกำลังทำอะไรอยู่
...ยุนโฮ... คิดถึงฉันบ้างรึป่าว?...
//ครืดดดด//
เสียงมือถือของแจจุงที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นครืดครืด...
“ขอตัวก่อนนะชางมิน” แจจุงพูดกับชางมินอย่างมีมารยาท ก่อนจะลุกเดินออกมาให้ห่างจากโต๊ะ มือเรียวกดรับสาย พร้อมๆกับที่สายตามองไปยังหน้าจอมือถือเพื่อดูเบอร์โทรเข้า
‘ยุนโฮ...หมีนอ้วนที่รัก’
“ยุนโฮ” หรอกเสียงเรียกชื่อคนรักทันทีที่กดรับสาย
“แจ~ จูงงงงงงง~” เสียงปลายสายซึ่งเป็นเสียงของยุนโฮ ฟังดูเหมือนคนไม่ได้สติ
“ยุนโฮ อะไรนะ ไม่ได้ยิน” แจจุงหรอกเสียงลงไป มือข้างหนึ่งยกขึ้นอุดหู พยายามฟังเสียงจากอีกฝั่งที่ดังกระหึ่มเหลือเกิน
“ยุนโฮอยู่ไหนน่ะ” แจจุงกรอกเสียบงเอ่ยถาม พร้อมทั้งพยายามจับใจความ เสียงจากฝั่งสัญญาณของยุนโฮดังมาก ฟังดูคล้ายๆกับเสียงเพลงกระหึ่มที่เปิดอยู่ตามผับหรือในคอนเสริต
“แจจุง... ฉันอยู่ไหนวะ? เอิ้กส์! อ้อ! อยู่ร้านเหล้า... ใช่ๆ อยู่ร้านเหล้า”
“ร้านเหล้า? ที่ไหนน่ะ? ยุนโฮ ได้ยินที่ฉันพูดรึป่าว?” แจจุงพยายามเรียกคนรักที่อยู่ปลายสาย เมื่อรู้สึกว่าอีกฝั่งนั้นเงียบไปซักพัก
“แจจุงๆ” เสียงอีกฝ่ายตอบกลับมา หลังจากหายไปชั่วครู่ แต่เสียงนั้นกลับไม่ใช่เสียงของยุนโฮเหมือนเดิม
“นั่นใครน่ะ?” ร่างบางเอ่ยถามเมื่อรู้สึกถึงน้ำเสียบงที่เปลี่ยนไป
“ฉันเอง ซองอู” ปลายสายบอกชื่อของตน... แจจุงนิ่งคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า ซองอู คือเพื่อนคนหนึ่งในบริษัทของยุนโฮ
“อ๊ะ! ซองอู พวกนายอยู่ที่ไหนน่ะ”
“ยุนโฮเมาเละเลยแจจุง นายช่วยมารับหมอนี่กลับทีได้ไหม” ซองอูคนนั้นว่า
“ได้ๆ พวกนายอยู่ที่ไหน เดี๋ยวฉันไปรับยุนโฮเอง” แจจุงว่า พร้อมกับตั้งใจฟังชื่อสถานที่ที่ซองอูบอก
หลังจากการสนทนาทางโทรศัพท์เป็นอันสิ้นสุด แจจุงกลับมาที่โต๊ะตัวเดิมที่ปล่อยให้ชางมินนั่งรอ
“ชางมิน ฉันคงต้องกลับแล้ว” แจจุงบอกกับชางมินทันทีที่นั่งลง
“หืม? มีอะไรงั้นเหรอ?” หนุ่มหน้าคมปรับตัวตามไม่ทัน
“ฉันมีธุระด่วน พวกแบบเอาไว้คุยกันต่อพรุ่งนี้ได้ไหม?” แจจุงเอ่ยถาม ดวงตากลมมองกระดาษที่วาดแบบบนโต๊ะด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่ได้ให้ความสนใจกับมัน
“ได้สิ ไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยก็ได้ แจจุงไปทำธุระต่อเถอะ” ชางมินว่า พร้อมกับส่งยิ้มใจดีใฟ้กับคนร่างบาง
“อ่า ขอบคุณนะ ไว้พรุ่งนี้เราค้อยเจอกัน ฉันไปก่อนล่ะ โชคดี” แจจุงพูดขึ้นอย่างรีบเร่ง ร่างบางก้มหัวให้กับคนอายุน้อยทีหนึ่งเป็นการขอโทษ แล้วรีบคว้ากระเป๋าและกุญแจรถเดินออกจากร้านไป
...ไม่เป็นไรน่ะ พรุ่งนี้ก็พรุ่งนี้...
ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง แจจุงก็ขับรถมายังสถานที่ที่ซองอูบอกกับเขา... ผับที่เขากำลังยืนอยู่นี้เป็นผับประจำที่พนักงานในบริษัทของยุนโฮชอบมาสังสรรค์ ในวันนี้ก็คงจะเป็นแบบนั้น จะผิดแปลกจากเดิมก็ตรงที่ยุนโฮเมา...
ผู้บริหารระดับสูงอย่างยุนโฮไม่เคยปล่อยให้ตัวเองเมาเละแบบนี้มาก่อน แจจุงอดห่วงไม่ได้ที่ซองอูบอกว่ายุนโฮเมาเละ ไม่รู้ว่าคนรักร่างสูงมีเรื่องอะไรนักหนาถึงต้องซัดเหล้าเข้าไปจนเมาเสียขนาดนี้
“แจจุงทางนี้” เสียงของใครบางคนเอ่ยเรียกแจจุงที่เพิ่งเดินออกจากรถ
ซองอูและเพื่อนอีกสองคนกำลังช่วยกันแบกร่างที่เดินไม่ตรงของยุนโฮเอาไว้ แล้วเดินตรงมายังรถของเขา แจจุงเปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับ ปล่อยให้ซองอูและเพื่อนอีกสองคนพยุงยุนโฮให้เข้าไปนั่งในตัวรถ ร่างบางก้มหัวให้กับเพื่อนของยุนโฮ 2 – 3 ทีเพื่อเป็นการขอโทษและขอบคุณในเรื่องของยุนโฮ แล้วร่างบางก็ขับรถออกจากสถานบันเทิงแห่งนั้นไป จนกระทั่งมาหยุดลงที่คอนโดของยุนโฮ
แจจุงขอความช่วยเหลือจากยามที่ประจำอยู่ตรงนั้น ให้ช่วยกันแบกร่างหนักๆของยุนโฮขึ้นไปบนห้อง ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก ยามคนนั้นได้จากไปแล้ว เหลือเพียงแจจุงที่ต้องพยุงร่างของยุนโฮให้ล้มตัวลงบนเตียงอย่างยากลำบาก ร่างบางหอบฮั่กด้วยความเหนื่อย ตัวยุนโฮไม่ใช่เบาๆ จากประตูห้องจนถึงเตียงนี้ต้องใช้แรงมากอยู่เหมือนกัน
“อืมมมม” ยุนโฮร้องครางไม่ได้สติตามภาษาคนเมา ใบหน้าหล่อแดงปื้นด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์
แจจุงมองสภาพคนรักด้วยแววตาเป็นห่วง มือเล็กๆเลื่อนไปกอบกุมแก้มขาวที่ตอนนี้กลายเป็นสีแดงของคนรักไว้ ก่อนจะละจากเตียงนอน ตรงไปยังห้องน้ำ แล้วกลับมาอีกครั้งพร้อมกับผ้าผืนเล็ก และถังน้ำเย็นๆ เพื่อเอามาเช็ดตัวคนรัก
“อืมมมม แจจุง” ยุนโฮครางเรียกชื่อแจจุง ในขณะที่เจ้าของชื่อกำลังเช็ดตัวให้
“ยุนโฮ อย่าดิ้นสิ” แจจุงว่า เมื่อยุนโฮนั้นพลิกตัวไปมา
ความเย็นของน้ำเรียกสติของยุนโฮขึ้นมาได้หน่อย ดวงตาเรียวค่อยๆลืมตาขึ้นเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้น คำว่า สติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์แบบ ยังคงห่างหายไปจาก ชอง ยุนโฮ ณ เวลานี้
“แจจุง” ยุนโฮเรียกชื่อแจจุงอีกครั้ง คราวนี้ชายหนุ่มลืมตาเรียวนั้นขึ้น มือหนาเลื่อนมากอบกุมมือบางที่กำลังทำการเช็ดตัวให้
ไม่ทันให้แจจุงได้ตั้งตัว... เอวบางก็ถูกคนที่นอนอยู่บนเตียงคว้าไว้ให้ลงไปทาบทับอยู่บนตัวของยุนโฮเสียแล้ว
“ยุนโฮ ทำอะไร” แจจุงตีเบาๆที่แผ่นอกหนา เมื่อถูกยุนโฮรวบรัด
ไม่มีเสียงตอบใดใดจากร่างใหญ่... แต่ยุนโฮนั้นกลับยื่นหน้าเข้าไปจูบริมฝีปากบางของแจจุงอย่างกระหาย ลิ้นร้อนแทรกผ่านเข้าไปในริมฝีปากบางอย่างชำนาญ ราวกับมีสติ สองลิ้นเกี่ยวกระหวัดกันอย่างร้อนแรง มือหนาที่โอบเอวบางไว้ เลื่อนขึ้นลงลูบไล้ร่างบาง ล้วงเข้าไปในเสื้อยืด ก่อนจะใช้ความรวดเร็วถอดมันออกมา
แรงอารมณ์ที่มีมากกว่าสติ ทำให้ยุนโฮตื่นมีกำลังพลิกร่างแจจุงให้อยู่ภายใต้ตัวเขา... กางเกงยีนส์ขายาวที่แจจุงสวมใส่รวมถึงชั้นในตัวน้อยถูกยุนโฮถอดออกไปให้พ้นทาง ร่างสูงละฝีปากออกจากริมฝีปากบาง ลากไล้ลงมาที่ยอดอกสีชมพู หยอกล้อไปมาจนทำให้ร่างบางต้องแอ่นอกรับด้วยความเสียวซ่าน มือที่ว่างอยู่ของยุนโฮพยายามปลดกางเกงของตัวเองออก เมื่อกางเกงแสล๊คตัวเก่งหลุดพ้นทาง แกนกายของยุนโฮที่กำลังเต็มไปด้วยแรงอารมณ์นั้นถูกนำมาสีกับเรียวขาอ่อนของแจจุง
“อืมม ยุนโฮ” แจจุงคราง เมื่อรู้สึกถึงความแข็งแรงที่กำลังถูไถกับเรียวขา
แจจุงแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของยุนโฮทีละเม็ดจนหมด ร่างสูงที่กำลังอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าเช่นกันหยุดมองคนรักหน้าสวยที่ถูกตัวเองคร่อมไว้
ยุนโฮจ้องหน้าแจจุงนิ่ง... ไร้ซึ่งคำพูดใดใดมากกว่านาที จนกระทั่งจูบเบาๆถูกฝังลงที่จมูกโด่งของแจจุง ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านซึมเข้าสู่หัวใจที่บอบช้ำเมื่อกลางวัน...
ยุนโฮจูบหนักๆอีกครั้งที่ริมฝีปากบาง ดูดดึงริมฝีปากบางเพื่อเร้าอารมณ์จนกระทั่งรู้สึกว่าแกนกายของแจจุงเองก็พร้อมเต็มที่ มือหนาบีบแก้มก้นขาวไว้ พร้อมกับใช้นิ้วส่งเข้าไปยังช่องทางของร่างบางเป็นการนำทาง
“อ๊า~~~” แจจุงร้องครางเมื่อยุนโฮส่งนิ้วเข้ามาสองนิ้วแล้วขยับเข้าออก
“ไม่เอายุนโฮ ไม่เอา... อ๊ะ อา~~~” แจจุงครางไม่หยุด พยายามเอาเรียวนิ้วของยุนโฮออกไปจากช่องทางของเขา
ยุนโฮดึงนิ้วของตัวเองออก มองแจจุงนิ่ง... ร่างบางที่กำลังเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ จ้องมองคนรักกลับด้วยดวงตาที่หยาดเยิ้ม น้ำลายใสไหลริน ลิ้นเล็กแลบเลียมุมปากอย่างเย้ายวน ชวนให้ยุนโฮที่เอาแต่จ้องมองร่างตรงหน้านิ่ง ต้องผ่อนลมหายใจหนักๆ เมือ่ภาพตรงหน้าช่างเล้าอารมณ์ของเขาเหลือเกิน
“อ่า...” เสียงครางต่ำจากร่างสูงครางออกมาเพียงแค่ได้เห็นใบหน้าสวยของแจจุง
“ยุนโฮ...” แจจุงเรียกชื่อคตนรักเสียงหวาน
“ขอของยุนโฮ... แรงๆ ทำให้ฉันที...” แจจุงอ้อนวอน
ยุนโฮที่ได้ยินดังนั้น ดันตัวเองเข้าหาคนรักอย่างสุดตัว กระหน่ำการกระทำเข้าออกซ้ำๆ ดุเดือดและรุนแรงตามคำเรียกร้องของคนรัก
“อ๊า ยุนโฮ อ๊า สุดยอดเลย อ๊า!!” แจจุงครางไม่หยุด ร่างบางสั่นไหวตามแรงกระแทกของคนรักที่เป็นคนคุมเกมส์
“อ่า แจจุง ซี้ดดดดดด” ยุนโฮครางพร้อมกับหน้าตาแหยเกด้วยความเสียวซ่าน แรงอารมณ์ของร่างสูงกำลังจะพุ่งถึงขีดสุด
“ยุนโฮ อ๊า!!! ฉันรักนาย...” แจจุงบอกรักขึ้นมาท่ามกลางการทำรักที่แสนร้อนแรง
“อ่า แจจุง... ซี้ดดดดด แจจุง...” ยุนโฮ เรียกชื่อแจจุงซ้ำๆ
กระหน่ำกายเข้าออกรวดเร็วและรุนแรง... จนสุดท้ายแล้ว น้ำขุ่นขาวของร่างสูงได้ถูกพ่นออกมาจากแกนกลาง มือหนาเปลี่ยนหน้าที่ไปสาวแกนกายของแจจุงระรัว ไม่นานแจจุงก็ถึงจุดตามเขา
เสียงหายใจหอบแฮ่กดังทั่วบริเวณห้อง...
แจจุงมองหน้ายุนโฮที่ลงไปนอนแผ่หลา หอบฮั่กอยู่ข้างกายเขา
ไม่ว่ายังไง... เขาก็รักยุนโฮ
ไม่ว่ายังไง... ก็เลิกรักยุนโฮไม่ได้เสียที...
...ทำไมกันนะ คิม แจจุง ?...
To B Con.
สงสัยจะเสพย์ติดละ