Story : Deep-rooted
Author : JaeSun
Paring: YunJae / YooSu
Rate: NC-18
*หมายเหตุ - เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
วันเวลายังคงดำเนินไปเรื่อยๆ จากวันเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์เข้าสู่เดือน จากเดือนก้าวมาเป็นปี... หนึ่งปีเต็ม ที่ชางมินยังคงติดต่อกับแจจุงเรื่อยมา ถึงแม้งานที่ต้องทำร่วมกันจะประสบความสำเร็จและจบลงไปนานกว่าครึ่งปีแล้วก็ตาม แต่ชางมินไม่ยอมปล่อยให้การติดต่อระหว่างเขากับแจจุงนั้นจบลงไปตามชิ้นงาน และยิ่งไปกว่านั้นชางมินยังพยายามแสดงความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อแจจุงให้อีกฝ่ายได้รู้อย่างชัดเจน
“แจจุง... ชางมินมาหา” ยูชอนเดินเข้ามาบอกกับเพื่อนร่างบางที่กำลังเขียนแบบอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว
“เหรอ? มาอีกแล้วเหรอ?” แจจุงว่า หากแต่ใบหน้าหวานยังคงจดจ่ออยู่กับการวาดแบบตรงหน้า
“แล้วจะเอายังไง?” เป็นยูชอนเอ่ยถามสั้นๆ พอดีกับที่แจจุงนั้นเสร็จจากการวาดแบบพอดี ร่างบางเงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อนร่างสูง เอนคอเล็กๆให้กับคำถามเมื่อครู่
“ที่บอกว่าจะเอายังไง นี่หมายความว่าอะไร?”
“ก็วันนี้ยุนโฮจะมารับนายไม่ใช่เหรอ? แล้วชางมินล่ะ?” ยูชอนบอกออกไป ที่เขาถามก็เพราะเป็นห่วง ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์รถไฟชนกันที่บริษัทของเขา
“อืม ยุนโฮมารับ แต่ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับชางมินเลยนี่นา” แจจุงว่าไปตามที่คิด
“นายก็รู้ว่าชางมินคิดยังไงกับนาย” ยูชอนตัดสินใจพูดออกไปตรงๆ ยังไงเสียชางมินก็เป็นเพื่อนของเขาคนหนึ่งเหมือนกัน ถึงจะไม่สนิทมากเท่ากับแจจุง แต่ขึ้นชื่อว่าเพื่อน ก็ไม่อยากให้มีฝ่ายไหนต้องเสียใจทั้งนั้น
“รู้... ชางมินเป็นคนดี แล้วก็ดีมากๆเลยด้วย แต่ว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับชางมิน นายก็รู้” แจจุงว่า
ใช่... ชางมินเป็นคนที่ดีจริงๆ แจจุงเองก็รู้ดีว่าที่ชางมินเที่ยวมาหาเขาบ่อยๆเป็นเพราะชางมินชอบเขา แต่ว่า... เขาไม่ได้ชอบชางมิน... เขามีคนรักแล้ว และคนๆนั้นก็คือ ยุนโฮ
“นายกังวลอะไรเหรอยูชอน?” เป็นแจจุงบ้างที่เอ่ยถาม เมื่อเห็นสีหน้าของยูชอนเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน
“แจจุง... ชางมินเป็นเพื่อนฉัน แล้วนายเองก็เป็นเพื่อนฉัน...”
“ฉันทำอะไรผิดเหรอยูชอน? ฉันคบกับยุนโฮมานานแล้ว เราคบกันมา 5 ปี... แต่กับชางมินที่เพิ่งมารู้จักกันเพียงแค่ปีกว่าๆ นายคิดว่าฉันควรจะเลือกใครเหรอยูชอน? นายไม่อยากให้ชางมินเสียใจ นั่นหมายถึงว่าฉันต้องทิ้งยุนโฮเพื่อมาคบกับเพื่อนของนายหรือไง?” ร่างบางเริ่มรู้สึกหงุดหงิดเมื่อคำพูดของยูชอนเริ่มไม่เข้าหู
ไม่นะ เขาไม่ได้รังเกียจชางมิน ออกจะชอบด้วยซ้ำ... ถ้าไม่ติดว่าเขาคบกับยุนโฮอยู่ล่ะก็ ชางมินอาจจะเป็นคนต่อไปที่แจจุงจะพิจารณาก็เป็นได้ แต่ว่าตอนนี้... เขาคบกับยุนโฮ และรักยุนโฮ
“ไม่ใช่แบบนั้นแจจุง ฉันไม่ได้บอกให้นายไปคบกับชางมินซะหน่อย... เอาเป็นว่าถ้านายควรจะทำอะไรซักอย่าง อย่างน้อยๆก็น่าจะบอกชางมินว่านายมีคนรักแล้ว” ยูชอนบอกอย่างใจเย็น เมื่อเห็นว่าเพื่อนรักร่างบางกำลังออกอาการหงุดหงิด เขาไม่ได้ตั้งใจจะชวนแจจุงทะเลาะ เพียงแต่คิดว่าแจจุงน่าจะทำอะไรซักอย่าง เพราะไม่อย่างนั้นสิ่งที่แจจุงทำก็ดูเหมือนจะเป็นการให้ความหวังแก่ชางมินที่ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรเลย... ไม่ได้รู้เลยว่าแจจุงนั้นมีคนรักอยู่ก่อนแล้ว
“ฉันไม่เคยปิดนะยูชอน... แล้วชางมินเองก็ไม่เคยถามฉัน จะให้ฉันไปบอกเองมันก็ดูจะสำคัญตัวเองไปหน่อยไม่ใช่เหรอไง?” แจจุงว่า หากแต่น้ำเสียงกลับอ่อนลงจากเมื่อครู่ เมื่อเห็นว่ายูชอนเริ่มหน้าถอดสี
ร่างสูงยืนนิ่งเงียบ... ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ กลัวพูดไปก็จะเป็นการชวนเพื่อนร่างบางทะเลาะเอาเสียเปล่าๆก็เลยเลือกที่จะเงียบเอาดื้อๆ จนร่างบางเป็นฝ่ายถอนหายใจ
“เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันออกไปเคลียร์เรื่องนี้กับชางมินเอง ก็ดีเหมือนกันจะได้เคลียร์ความรู้สึกกันไป” แจจุงว่าพร้อมกับคว้ากระเป๋าทำงานเตรียมเดินออกจากห้อง
“ไปนะ” แตะไหล่หนาของเพื่อนร่างสูงทีหนึ่งเป็นการล่ำลาแล้วเดินออกไปจากห้องทำงานของตัวเอง
ทันทีที่เดินพ้นจากห้องทำงานของตัวเองออกมายังบริเวณที่นั่งรับแขกภายในบริษัท... ชางมินนั่งอยู่ตรงนั้น
รอยยิ้มที่ดูแสนดีถูกยิ้มส่งให้แจจุงเหมือนอย่างเคยทุกครั้งที่ได้พบหน้า แจจุงเองยิ้มตอบกลับเช่นกัน แล้วเดินตรงเข้าไปทักทายอย่างทุกครั้ง
“วันนี้มาหายูชอนเหรอชางมิน?” แจจุงเริ่มทักก่อน
“อะ อื้ม มาหายูชอน” เจ้าของใบหน้าคมเออออตอบกลับ ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าอันที่จริงแล้ว เจ้าของคำถามต่างหากคือคนที่เขาอยากมาหา อยากเห็นหน้าทุกๆวัน
“เหรอ ยูชอนอยู่ในห้องแน่ะ” แจจุงว่า พร้อมกับทำท่าบุ้ยใบ้ไปทางห้องทำงานของยูชอน
“อ่อ แล้วแจจุงจะกลับแล้วเหรอ?” ชางมินมองกระเป๋าในมือของร่างบางแล้วเอ่ยถาม
“อื้ม จะกลับแล้ว” แจจุงตอบ พร้อมกับยิ้มให้
“ให้ผมไปส่งไหม? วันนี้ตอนจอดรถไม่เห็นรถของแจจุงเลย ไม่ได้เอารถมาใช่มั๊ย?” ชางมินเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น หากแต่ได้รับการปฏิเสธโดยการส่ายหน้าไปมาช้าๆจากอีกฝ่าย
“ไม่ต้องๆ ขอบใจมาก เดี๋ยวแฟนฉันมารับน่ะ”
แจจุงพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มเหมือนอย่างเคย... ทั้งๆที่เป็นประโยคที่ฟังดูชัดถ้อยชัดคำ แต่ชางมินที่ได้ยินกลับฟังดูแล้วเหมือนมีอะไรสะกิดให้ต้องเอ่ยถามซ้ำอีกรอบ
“อะไรนะ? เมื่อกี้แจจุงบอกว่าใครมารับนะ”
ร่างบางยิ้มเขินอาย ใบหน้าหวานขึ้นสีเรื่อเล็กๆ ปกติแล้วไม่ค่อยเรียกยุนโฮว่าแฟนเท่าไหร่ พอต้องพูดแบบนี้ออกไปก็ดูขัดเขินยังไงชอบกล
“แฟนน่ะ”

มื้อค่ำของแจจุงวันนี้ ฝากท้องไว้กับร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัทของแจจุงเท่าไหร่ ยุนโฮมารับแจจุงไปทานข้าวในวันที่เขาว่าง... ช่วง 1 ปีหลังมานี้ความสัมพันธ์ของทั้งสองยังคงดูคงเดิม บางครั้งทะเลาะกัน บางครั้งดีกัน... แต่ใครจะรู้ ว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ค่อยๆเปลี่ยนไป
ยุนโฮอดแปลกใจกับตัวเองไม่ได้ว่าทำไมตัวเองไม่รู้สึกดีใจเท่าไหร่ ที่ได้เจอกับคนรักตรงหน้า เช่นเดียวกับแจจุงที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกมีความสุขมากเหมือนกับเมื่อก่อนที่ได้ออกเดทกับยุนโฮ
ทำไม...?
เพราะอะไรกัน...?
หรือมันอาจจะเป็นแค่เรื่องของความรู้สึก ที่สามารถขึ้นลงได้ตลอดเวลา ?
“ยุนโฮ... พรุ่งนี้ไปรับเจบีด้วยกันไหม?”
“ไม่ล่ะ พรุ่งนี้ไม่ว่างเลย” แจจุงเอ่ยชวนคนรักไปรับหลานสาวกลับจากโรงเรียนด้วยกัน แต่กลับถูกปฏิเสธ
“เหรอ? อืม ไม่เป็นไร” ใบหน้าสวยก้มลงสนใจกับชามอาหารตรงหน้าต่อ ถึงน้ำเสียงที่พูดจะฟังดูผิดหวัง แต่มันก็ไม่ได้มากมายเหมือนเมื่อก่อน... ไม่ไปก็ไม่ไป... ยุนโฮไม่ไป เขาไปรับเจบีเองก็ได้
“เออ แจจุง... แล้วจะไปดูคอนเสริตของเซเว่นรึป่าว?” ยุนโฮเอ่ยถามขึ้น เมื่อนึกขึ้นได้ว่า 2 – 3 วันก่อน แจจุงกำลังสาละวนกับการจองบัตรคอนเสริตของศิลปินคนโปรดอย่าง เซเว่น หรือ ชเว ดองอุก ที่แจจุงนั้นคลั่งไคล้นักหนา
“คงไม่ได้ดูแล้วแหละ จองไม่ทันแน่ๆเลย” น้ำเสียงหวานชัดเจนไปด้วยความผิดหวัง
“ไม่เป็นไรน่ะ ไว้มาเล่นอีกเมื่อไหร่ค่อยไปดูอีกก็ได้นี่... อย่าคิดมากน่า” ยุนโฮว่า พลางยื่นมือไปยีหัว หยอกเย้าคนรักร่างบางที่กำลังนั่งหน้ามุ่ยอย่างเอ็นดู
“อื้อ” แจจุงพยักหน้ารับ ก่อนส่งยิ้มให้ยุนโฮบางๆ
สิ่งเดียวที่แจจุงคิดว่ามันคือข้อดีอย่างร้ายกาจของยุนโฮ หนึ่งในหลายๆข้อนั้นก็คือ ยุนโฮเป็นคนที่เข้าใจเขา และยอมรับในตัวเขาได้ในเรื่องหนึ่ง...
...เรื่องที่คนอย่าง คิม แจจุง อันที่จริงแล้ว เป็นคนบ้าดาราขั้นรุนแรง...
และคนที่แจจุงชอบ และแทบจะเทิดทูนนั้นก็คือ เซเว่น หรือ ชเว ดองอุก นักร้องชื่อดังที่กำลังมาแรงในขณะนี้
หลังจากมื้อค่ำจบลง... แจจุงมาค้างที่ห้องของยุนโฮ... หนึ่งปีให้หลัง แจจุงแทบไม่ได้มาค้างที่ห้องของยุนโฮเลย อย่างมากก็คงไม่เกินสิบครั้ง ไม่ใช่เพียงแค่การนอนค้างเท่านั้นที่ห่างหาย หากแต่การเจอหน้ากัน ก็แทบจะไม่ได้เจอ เพราะต่างฝ่ายต่างงานยุ่งรัดตัว ที่ทำได้ก็คงเป็นเพียงพูดคุยกันผ่านทางโทรศัพท์เพียง 3 – 4 ประโยคหลักๆเท่านั้น ส่วนเซ็กซ์... ยิ่งไม่ต้องพูดถึง...
“อืม... อา...” เสียงครางต่ำของยุนโฮดังขึ้น ในขณะที่ร่างบางกำลังครอบครองความแข็งแกร่งของเขาไว้ พร้อมกับดูดดึงเข้าออกเพื่อให้ร่างสูงเกิดความเสียวซ่าน
แต่ทว่า... เหมือนอะไรๆกำลังเปลี่ยนไป
ความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ และน่ากลัว... ค่อยๆคลืบคลานเข้ามา โดยที่ไม่ทันได้ให้ใครตั้งตัว
ยุนโฮดันหัวของแจจุงออกเพื่อให้ร่างบางนั้นหยุดการกระทำ ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมองคนรักอย่างไม่เข้าใจ
“มีอะไรเหรอยุนโฮ?” แจจุงเอ่ยถามเสียงใส มือเล็กปาดคราบน้ำกามของคนรักที่เลอะตรงมุมปาก
เสียงลมหายใจหนักๆถูกทอดถอนออกมา ก่อนที่ร่างสูงจะยกมือทั้งสองขึ้นปิดหน้าอย่างคนเป็นทุกข์... หัวใจของร่างบางรู้สึกกระตุกวูบกับท่าทีที่ได้เห็น
“ยุนโฮ เป็นอะไร?” ขยับกายเข้าใกล้ เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ดวงตากลมสวยมองคนรักที่เอามือปิดหน้า ก่อนจะไล่เรื่อยมาจนถึงแกนกลางที่เพิ่งละริมฝีปากออกมาเมื่อครู่... ความตื่นตัวของยุนโฮลดลงไปแล้ว
มันน่าแปลกอยู่เหมือนกันที่วันนี้แจจุงต้องทำรักทางปากให้ยุนโฮอยู่นาน... และถึงจะใช้เวลานาน... แต่ความเป็นชายของยุนโฮก็ไม่มีทีท่าตื่นตัวเต็มที่เสียที จนกระทั่งยุนโฮผละเขาออกจากแกนกลางนั้น
“แจจุง... ขอโทษ...” ยุนโฮเอ่ยขอโทษคนรักร่างบาง ทั้งๆที่ยังเอามือปิดหน้า
“อะไรยุนโฮ? ขอโทษทำไม เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” ร่างบางเริ่มทำตัวไม่ถูก ใบหน้าสวยเด่นชัดไปด้วยความกังวล
“ยุนโฮ... หรือว่า... นายเสื่อม...”
“ไม่ใช่... แจจุง... มันไม่ใช่แบบนั้น!” ไม่ทันที่แจจุงจะพูดในสิ่งที่ตนคิด ร่างสูงกลับท้วงขึ้นเสียงดัง
ยุนโฮเด้งตัวเองลุกขึ้นนั่งเผชิญหน้ากับคนรักร่างบาง ดวงตาเรียวจ้องไปยังใบหน้าสวย ก่อนจะใช้สองมือหนากุมใบหน้านั้นเข้าหา แล้วกดจูบลงไปที่ริมฝีปากบางอย่างแรง
“อ๊ะ! อึ๊! ปล่อยนะยุนโฮ!” แจจุงผลักร่างสูงออกอย่างแรง
“เกิดอะไรขึ้น? บอกฉันสิยุนโฮ...” แจจุงเอ่ยถามคนรักที่เอาแต่ก้มหน้า มือใหญ่นั้นกำแน่นจนดูน่าเกรงกลัว
“ยุนโฮ... ตอบฉันมา... เกิดอะไรขึ้น? เป็นอะไรไป?” แจจุงพยายามควบคุมตัวเองให้มีสติที่สุด เอ่ยพูดกับคนรักอย่างใจเย็น ถึงแม้ว่าในใจจะคิดไปไหนต่อไหนแล้วก็ตาม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาก็จะรักยุนโฮ...
รัก ?
ถึงแม้บางครั้ง... การที่ไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน อาจทำให้แจจุงแอบคิดว่า เขารักยุนโฮน้อยลงจากเมื่อก่อน แต่ยังไง ความรัก ก็คือ ความรัก ถึงวันนี้ความรักของเขาจะน้อยลงจากเมื่อก่อน แต่พรุ่งนี้เขาจะทำให้มันเพิ่มขึ้น
“แจจุง... ฉันขอโทษ”
ยุนโฮเอ่ยคำเดิมซ้ำๆโดยไม่พูดอะไรอื่น การกระทำของยุนโฮมันทำให้แจจุงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา... จะเป็นห่วงก็เป็น แต่จะหงุดหงิดก็ใช่ เพราะถามอะไรไป ยุนโฮกลับพูดแค่ ‘ขอโทษ’
“แล้วมันเกิดอะไรขึ้นล่ะคนบ้า! นายเอาแต่พูดว่าขอโทษแล้วฉันจะรู้มั๊ย?! หรือว่านายเสื่อมในเรื่องอย่างว่า นายก็บอกฉันตรงๆเซ่! อย่าทำให้ฉันต้องมานั่งกังวลเอาแบบนี้ บอกฉันสิยุนโฮ บอกฉัน!” แจจุงขึ้นเสียง ร่างบางตรงเข้ายึดสาบเสื้อของยุนโฮ เขย่าตัวคนรักร่างสูงไปมาตามแรงอารมณ์ที่กำลังจะทำให้เขาสติแตก
ยุนโฮจับมือแจจุงให้หยุดลง มองคนรักตรงหน้านิ่ง... ดวงตาเรียวที่มองลึกเข้าไปแล้วยากจะคาดเดาถึงความรู้สึกกำลังจ้องมองมาที่แจจุงตรงๆ ก่อนที่ริมฝีปากจะขยับเพื่อเอ่ยเอื้อนอะไรออกมา
“แจจุง... ฉันทำไม่ได้เสื่อมสมรรถภาพอย่างที่นายกำลังคิดไป แต่ว่า... มันเป็นเรื่องของความรู้สึก... มันเป็นเรื่องของหัวใจแจจุง...” ยุนโฮว่า
“นายกำลังหมายถึงอะไรยุนโฮ...?” แจจุงจ้องมองคนรักอย่างรอคอยคำตอบ
สีหน้าของยุนโฮในตอนนี้ฉายเด่นชัดเจนว่ากำลังรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย ยากเหลือเกินที่จะพูดอะไรออกไปในตอนนี้ ทั้งๆที่พยายามฝืนทุกอย่าง แต่ความรู้สึกทั้งหมดกลับสรุปออกมาในรูปแบบที่แม้แต่ตัวยุนโฮเองก็ยังรู้สึกใจหาย
“ฉัน... ฉันกอดนายไม่ได้แจจุง... ฉันรู้สึกว่าความรู้สึกของฉัน... มันไม่เหมือนเดิม...”
น้ำตาใสไหลร่วงจากดวงตากลมตาโดยไร้การอดกลั้น... ยุนโฮกำลังจะพูดอะไรกันแน่ ? ในใจของแจจุงตอนนี้... ทรมานเหลือเกิน...
“ฉันลองแล้วแจจุง... แต่ความรักของฉัน มันกลับเปลี่ยนรูปร่างไป...” ยุนโฮว่า
“นายกำลังจะบอกว่า นายไม่รักฉันแล้วใช่ไหมยุนโฮ?” ร่างบางเงยหน้าขึ้นเผชิญหน้ากับคนรักร่างสูง
“ไม่... ไม่ใช่อย่างนั้น... ฉันรักนายแจจุง แต่ความรักของฉัน มันเปลี่ยนไป...” เป็นอีกครั้งที่มือหนาๆถูกยกขึ้นมาลูบใบหน้าหล่อของตัวเอง เสียงสูดลมหายใจลึกๆดังขึ้นก่อนที่ยุนโฮจะคลายมือตัวเองออก แล้วเผชิญหน้ากับคนรักร่างบางที่จ้องมองเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตามากมาย ดวงตากลมใสที่เคยระริกไปด้วยความสุข กลับดูเลื่อนลอยไร้จุดหมาย หากแต่ภาพที่ฉายในแววตากลมคู่นั้น ยังเป็นภาพของยุนโฮ
“ฉันรักนาย... แต่ความรักของฉันมันกลับกลายเป็นความรักที่มีให้กับเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น... ความรักของฉันมันเปลี่ยนรูปไปแล้วแจจุง... ฉันพยายามแล้ว... ฉันพยายามกอดนาย แต่เมื่อฉันคิดถึงความรู้สึกของตัวเองแล้ว ฉัน... ฉันไม่สามารถกอดนายได้... ความรักที่อยู่ในรูปของความรักของความรู้สึกแบบเพื่อน... ฉันกอดนายไม่ได้จริงๆ...” ยุนโฮกุมมือแจจุงแน่น ในขณะที่อีกฝ่ายได้หลับตาลงช้าๆ ปล่อยน้ำตามากมายยังคงหลั่งไหลต่อไป
บางครั้งที่แอบคิดไปเอง ว่าการที่ทะเลาะกันบ่อยอาจทำให้รักกันมากขึ้น... อันที่จริงแล้วทฤษฎีนี้กลับใช้ไม่ได้เลยกับชีวิตรักของแจจุงและยุนโฮ ในขณะที่การไม่ทะเลาะกันเลย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ความรักราบรื่นได้เสมอไป ทุกๆอย่างเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะ หัวใจและความรู้สึกของคนเรามั่นคงไม่เท่ากัน
“แล้วฉันควรจะทำยังไง? ฉันควรจะทำยังไงดียุนโฮ?” แจจุงพูดขึ้น ขณะที่ดวงตายังปิด และน้ำตาก็ยังคงไหลออกมาอยู่เรื่อยๆ
“แจจุง... ฉันขอโทษ...” คำเดิม คำเดียว เหมือนเดิม
เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ความรู้สึกที่มีให้กับแจจุงเปลี่ยนแปลงไป แต่ทั้งหมดกลับแสดงขึ้นอย่างเด่นชัดเมื่อเวลาที่เขากับแจจุงกำลังมีความสัมพันธ์... ความรู้สึกต่อต้านที่ผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน ทำให้แม้กระทั่งตัวยุนโฮเองยังใจหาย
รัก ?
ใช่... เขารักแจจุง
ในฐานะคนรัก... เขาเคยรัก
...แต่ในวันนี้... ความรักของเขาได้เปลี่ยนไป...
ความรักที่เคยมีให้แจจุงเพียงคนเดียว กลับละลายหายไป เหลือเพียงแค่ความรักของคำว่า ‘เพื่อน’ เท่านั้น
“แจจุง... ฉันว่าเราควรจะเลิกกัน... ดีมั๊ย?”
ในที่สุด ยุนโฮก็พูดประโยคร้ายๆออกมาอีกครั้ง... ความร้ายกาจของประโยคเหล่านี้ยังคงเหมือนเดิม
ร่างบางที่ได้ยินยังคงหลับตานิ่ง มีเพียงน้ำตามากมายที่ดูจะไหลออกมามากกว่าเดิม รวมถึงริมฝีปากที่ถูกกัดเพื่อสะกดอารมณ์จนดูบอบช้ำ
“แจจุง... ฉันขอโทษ... ฉันเคยรักนาย แต่ว่าตอนนี้...”
“อย่าพูดอีกเลยยุนโฮ”
เสียงของร่างบางที่นิ่งเงียบไปนานหลายนาทีพูดขึ้นในที่สุด...
...อย่าพูดเลยว่าเคยรักฉัน เพราะคำพูดของนายมันทำให้ฉันเจ็บ…
...ฉันรู้... ว่าคนอย่างยุนโฮไม่เคยโกหกต่อความรู้สึกของตัวเอง…
...ฉัน... ที่ฝืนใจนายมาตลอด...
...ในวันนี้... มันจะแปรเปลี่ยนไป…
“ยุนโฮ... งั้นเรา... ก็เลิกกันเถอะ”
...ฉัน... เจ็บมามากพอแล้ว…
...และฉันก็เหนื่อยเกินไปที่จะวิ่งตามความรักของเรา…
...ขาของฉัน... ไม่มีแรงพอที่จะวิ่งตามนายอีกต่อไปแล้ว...
“ขอโทษ... ฉันขอโทษนะแจจุง...” ไม่รุ้จะพูดอะไรนอกจากคำว่าขอโทษ... บางครั้งความรู้สึกที่บอกว่าอยากอยู่คนเดียว มันก็มีมากกว่าการที่มีแจจุงยืนอยู่เคียงข้างด้วยซ้ำ แต่พอได้ยินคำลาจากร่างบางเข้าจริงๆ หัวใจที่ว่าแกร่งก็ปวดตุบๆอย่างบอกไม่ถูก
...แต่จะให้ฝืนอีกครั้ง... ก็คงทำไม่ได้อีกต่อไป...
“ต่อจากนี้เรายังเป็นเพื่อนกันได้ใช่มั๊ย แจจุง?” ยุนโฮเอ่ยถาม แจจุงยังคงหลับตาแน่น ฟันเล็กขบกัดริมฝีปากบางอย่างต้องการอดทนอดกลั้น ทั้งความรู้สึก และน้ำตา
“อย่าดีกว่า... ตอนนี้... อย่าเลยยุนโฮ... ใจของฉัน มันเจ็บปวดเกินไป” ร่างสูงหน้าเสียไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำดังกล่าว... แจจุงกำลังตัดพ้อเขา เขารู้ดี
“แจจุง... เรายังเป็นเพื่อนกันได้นี่...” ยุนโฮพูดกับร่างบางตรงหน้าที่กำลังจะกลายเป็นอดีตคนรักอีกครั้ง หากแต่คำตอบจากร่างบางยังคงชัดเจน และเหมือนเดิม
“ไม่... แม้แต่เพื่อนก็เป็นไม่ได้... ฉันยังไม่พร้อมยุนโฮ... ความรักของเรากินเวลามา 5 ปี ความทรงจำต่างๆมันยังยึดติดอยู่ในหัวของฉัน ถ้านายจากไป ฉันก็อยากให้ความทรงจำของฉันที่เคยมีนายตายจากไปด้วย” ร่างบางสั่นไหวไปกับแรงสะอื้น เส้นเสียงที่พูดสั่นไหวไปตามๆกัน... 5 ปี สำหรับแจจุงแล้วมันมากมายเหลือเกิน
ร่างสูงนิ่งเงียบเมื่อแจจุงยืนยันคำเดิม... เมื่อเป็นอย่างนั้น เมื่อแจจุงไม่ต้องการแม้แต่ความเป็นเพื่อนจากเขา แล้วจะให้เขาทำอะไรได้ ?
“แจจุง... ฉันเคยรักนาย...”
“ก็แค่เคยรัก...”
“ฉันยังมีความรู้สึกดีๆให้กับนายเสมอ... สำหรับฉันเรายังเป็นเพื่อนกันได้...”
“แต่ฉันเป็นไม่ได้... พอได้แล้วยุนโฮ อย่าทำร้ายฉันมากไปกว่านี้เลย”
“แต่ฉันก็ไม่อยากให้นายลืมความทรงจำดีๆระหว่างเราไป... แค่ความเป็นเพื่อน”
“ถ้าฉันแข็งแรงดีเมื่อไหร่... ซักวันฉันอาจจะเป็นเพื่อนกับนาย... หรือมันอาจจะไม่มีวันนั้นเลยก็ได้...”
“นายต้องเจอคนที่ดีกว่าฉันแน่นอนแจจุง... และถ้านายเจอคนๆนั้นแล้ว นายต้องรักษาเค้าไว้ให้ดีๆนะ คนที่ดีกว่าฉัน คนที่จะดีกับนาย รักนายมากกว่าที่ฉันรัก...”
“ฉันไม่รู้ว่าฉันจะเจอคนๆนั้นได้ยังไง? ฉันไม่รู้ว่าฉันจะเจอคนๆนั้นเมื่อไหร่? ก็ในเมื่อหัวใจของฉันไม่ได้อยู่ที่ตัวฉันแล้ว... ฉันยกให้ใครคนนึงไปนานแล้ว...”
“ลาก่อนแจจุง...”
“ลาก่อน ชอง ยุนโฮ... ผู้ชายที่ฉันรักที่สุด”
.
.
To be Con.