Story : Deep-rooted
Author : JaeSun
Paring: YunJae / YooSu
Rate: NC-18
.
.
.
...ฝนที่ตกทุกวัน...
...ฝนเหรอ?... ผมเกลียดฝน...
...ทุกครั้งที่ฝนตก... ผมจะรู้สึกเหงา...
...ความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจของผม มันทำให้ผมนึกถึงใครบางคน...
...ใครบางคนที่ผมทิ้งเขาไป...
...แจจุง...

ไฟทางในคอนโดสูงราวยี่สิบชั้นของยุนโฮนั้นถูกเปิดขึ้นเมื่อสภาพท้องฟ้าในวันนี้มืดครึ้มเร็วกว่าปกติอันเนื่องจากสายฝนที่กระหน่ำตกลงมา... ภายในห้องชุดหรูของยุนโฮ เจ้าของห้องกำลังนั่งจิบเบียร์เย็นๆอยู่บริเวณโซฟาตัวเขื่องภายใต้ความมืดไร้แสงสว่างใดใดนอกเสียจากแสงไฟจากโทรทัศน์... ช่องรายการโทรทัศน์ถูกเปิดสับไปสับมาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงที่ช่องรายการใดเป็นที่แน่นอน... เสียงถอนหายใจจากร่างสูงดังเล็ดลอดออกจากริมฝีปากหนาเมื่อร่างสูงไม่พบรายการที่ถูกใจ ความรู้สึกเบื่อสุมเข้าในความรู้สึกของยุนโฮอย่างเหลือล้น ยิ่งนานวันก็ดูเหมือนว่าจะยิ่งมากขึ้น... และมากขึ้น
“ถ้าตอนนี้มีแจจุงอยู่ด้วย ฉันจะรู้สึกเบื่อแบบนี้มั๊ยนะ?” เสียงทุ้มต่ำพูดกับตัวเองอย่างเลื่อนลอย ในวันที่อากาศอึมครึมโดยเฉพาะในวันที่ฝนตกแบบนี้ หัวใจของยุนโฮกลับรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาอย่างไม่อาจทนได้ ทั้งหงุดหงิด... ทั้งเหงา... หลายครั้งที่ใบหน้าหวานของอดีตคนรักฉายชัดขึ้นในระบบความทรงจำ ยิ่งนานวัน... ทั้งๆที่ควรจะเลือนหาย แต่กลับเด่นชัด
“ฉันเกลียดหน้าฝน...” ยุนโฮสบถขึ้นเบาๆพร้อมๆกับกระป๋องเบียร์ที่ถูกยกขึ้นกระดก ดวงตาเรียวเสมองออกไปยังนอกหน้าต่างที่มีไอฝนเกาะพราวเต็มทั่วบานกระจก
...ฉันเกลียดหน้าฝน... โดยเฉพาะในปีนี้...
...ฤดูฝนที่ฉันต้องอยู่คนเดียว...

เสียงสายฝนที่กระหน่ำลงมาพร้อมกับแรงลมที่พัดปะทะหน้าต่างจนเกิดเสียงดังก่อกแก่กนั้นปลุกให้ใครบางคนลุกขึ้นจากการงีบหลับในเวลากลางวัน ดวงตากลมโตที่ยังปรือเพราะความง่วง พยายามเพ่งมองออกไปนอกหน้าต่าง... สภาพท้องฟ้าที่อึมครึมทำให้สภาพบรรยากาศโดยรอบดูหดหู่ตามไป
ร่างบางสาวเท้าลงจากชั้นสอง หวังจะพบหลานสาวตัวน้อยกะจะเข้าไปเล่นด้วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาหน่อย แต่กลับไม่พบใครเลยแม้แต่เงา มีเพียงกระดาษโน้ตใบเล็กๆที่ถูกแปะไว้บนตู้เย็น
* พี่พาเจบีไปหาหมอ แจจุงอยู่บ้านคนเดียวนะ เดี๋ยวค่ำๆพี่คงกลับ *
ข้อความจาก คิม จังมี ผู้เป็นพี่สาวทำให้แจจุงต้องขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจ... ไปหาหมอในวันที่ฝนตกหนักแบบนี้เนี่ยนะ ? กลัวหลานสาวเขาจะหายหวัดเร็วหรือยังไงถึงได้พาออกไปในเวลาที่ฝนตกหนัก...
ร่างบางได้แต่บ่นกระปอดกระแปดในใจ ก่อนจะเดินคว้าน้ำผลไม้สดในตู้เย็นแล้วลงมานั่งดูทีวีที่โซฟานุ่ม... ช่องรายการโทรทัศน์ซ้ำๆทำให้ร่างบางรู้สึกเบื่อหน่าย ถ้าเกิดฝนไม่ตก ป่านนี้เขาอาจจะชวนชางมินไปหาอะไรกิน ไม่ก็ออกไปขับรถเล่นแล้วก็เป็นได้... แต่เมื่อมานึกอีกที... ก็กลับไม่อยากที่จะออกไปไหนเลยด้วยซ้ำ
...ชางมินเหรอ?... สามเดือนแล้วสินะ...
สามเดือนแล้วที่แจจุงตัดสินใจคบกับชางมิน... มันเป็นเวลาสามเดือนแล้ว... แต่ความรู้สึกของแจจุงกลับไม่ต่างจากตอนที่เป็นเพื่อนกันเลยสักนิด ถึงจะบอกว่าคบกัน และถึงการกระทำบางอย่างจะมีการเปลี่ยนแปลงไป แต่ความรู้สึกและหัวใจของแจจุงกลับไม่ค่อยได้คิดถึงชางมินสักเท่าไหร่
“วันฝนตกเหรอ?” อยู่ดีๆก็ดูเหมือนว่าแจจุงจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ภาพในวันวานฉายซ้ำขึ้นในมโนภาพของร่างบางเป็นเรื่องราวของฝน ใครคนนึงที่เคยบอกว่าเกลียดฝน... เขายังจำมันได้ดี
*
*
“แจจุง... วิ่งเร็ว ฝนตกหนักแล้ว” เสียงของยุนโฮกำลังบอกกับเขา
“เปียกแน่ๆยุนโฮ เปียกแน่ๆ ฮ่าๆๆๆ” ตัวของเขาที่กำลังวิ่งตามยุนโฮหัวเราะอย่างชอบใจ ในขณะที่ยุนโฮมีสีหน้าหงุดหงิด
ท้องฟ้าที่เคยใส อยู่ๆกลับมืดลงอย่างรวดเร็ว ลมพัดแรงตั้งเค้าฝนที่ทำท่าจะตกลงมาอย่างแน่นอน... ยุนโฮถือแผ่นงานอยู่ในมือหลายใบ พยายามเก็บมันลงกระเป๋าแล้วจูงเขาให้วิ่งไปหาที่ร่มเพื่อกำบังฝน หากแต่ว่าดูจะช้าเกินไป เมื่อฝนห่าใหญ่กลับเทลงมาจนทำให้ทั้งเขาและยุนโฮพากันเปียกปอน
“ฮ่าๆๆๆๆ ฉันบอกแล้วว่าไม่ทัน” แจจุงหัวเราะ ทั้งๆที่เนื้อตัวเปียกปอน มองดูยุนโฮที่บัดนี้เสื้อผ้าหน้าผมถูกฝนชะล้างจนไม่เหลือมาดหล่อๆ
“โถ่เอ๊ย~ ดีนะที่เตรียมซองกันน้ำมา ไม่งั้นงานฉันเละแน่ๆ” ยุนโฮบ่นเหมือนคนแก่พลางมองดูงานในมือด้วยความเหนื่อยใจ
“ขี้บ่นไปได้น่า” ทั้งสองคนพูดไปพลางวิ่งไปยังที่หลบฝนซึ่งเป็นอาคารเล็กๆที่มีหลังคายื่นออกมาพอที่จะให้แจจุงและยุนโฮได้อาศัยหลบฝนในขณะนั้น... ยุนโฮได้แต่ยืนบ่นเรื่องลมฟ้าอากาศตลอดเวลาที่รอฝนหยุด เขาไม่ชอบวันที่ฝนตกเลยสักนิด เพราะมันทำให้รู้สึกอึดอัด เปียกปอน รวมไปถึงทำอะไรๆก็ลำบาก จะไปไหนมาไหนก็ไม่สะดวก ในขณะที่แจจุงกลับคิดต่างออกไปจากยุนโฮ
“ฉันเกลียดหน้าฝน”
“เกลียดเหรอ? ทำไมยุนโฮถึงกลียดหน้าฝนล่ะ?”
“ก็ฉันไม่ชอบ เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกอึดอัด”
“เหรอ? แต่ฉันชอบหน้าฝนมากเลยนะยุนโฮ...”
“ทำไมล่ะ?”
“ทำไม่น่ะเหรอ?...”
“ก็เพราะในวันฝนตก... มันเป็นวันที่ฉันได้พบกับยุนโฮเป็นครั้งแรกยังไงล่ะ”
*
*
ในวันที่ฝนตก... คนสองคนที่ตัวอยู่ห่างไกล แต่ใจกลับคิดถึงกัน... จะติดก็ตรงที่ว่า ต่อให้จะคิดถึงกันมากแค่ไหน ความรู้สึกเหล่านั้นกลับไม่มีทางได้ส่งให้อีกฝ่ายได้รับรู้
...เมื่อปล่อยให้ความคิดถึงเป็นเพียงแค่ความรู้สึกที่วูบผ่าน...
...ก็คงจะไม่ต่างจากสายฝนที่ตกลงมาแล้วอีกไม่นานก็คงหยุด...
...ไม่มีค่าอะไร... นอกจากทำให้ใจของเราเปียกปอน...

นิ้วเล็กของใครบางคนพยายามทำท่าเกลี่ยเม็ดฝนที่เกาะพราวอยู่นอกกระจกรถเล่น เมื่อการจราจรบนท้องถนนยังคงไม่ขยับไปไหน... ฝนตกรถติด เป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายสำหรับทุกๆคน... ยกเว้นจุนซู...
“ดูจุนซูจะชอบจังเลยนะ เวลาฝนตกเนี่ย” ยูชอนกระเซ้าร่างเล็กที่นั่งอยู่เบาะข้างๆเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูจะชอบอกชอบใจเหลือเกินกับบรรยากาศฝนตกแบบนี้
“แน่นอน เย็นสบายจะตายไป” จุนซูละจากกระจกรถที่เคยให้ความสนใจ หันมาตอบยูชอนด้วยท่าทางน่ารักจนทำให้อีกฝ่ายต้องยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
เสียงเพลงคลอเบาๆที่เปิดในรถทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายจากความตรึงเครียดของจราจรบนท้องถนนที่เปียกแฉะได้เป็นอย่างดี... เสียงฮัมเพลงเบาๆดังออกจากร่างเล็กที่นั่งอยู่ยังเบาะข้างคนขับอย่างเพลินอารมณ์ ใบหน้ายามร้องเพลงของจุนซูดูน่ารักจนยูชอนอยากจะรวบร่างเล็กๆนั้นเข้ามากอดไว้แนบอกให้รู้สึกอุ่นใจ... หากแต่ดวงตาที่จ้องมองจุนซูด้วยความอ่อนโยนนั้นพลันเปลี่ยนไปเป็นความโศกทีละนิดเมื่อเรื่องบางเรื่องที่ติดอยู่ในใจของยูชอน ทำให้ตัวยูชอนเองรู้สึกอัดอัด หัวใจเหมือนถูกบีบรัดเอาไว้
...จะถามดีมั๊ย?...
คำถามที่ยูชอนได้แต่ถามตัวเองอยู่ในใจ... เขาควรจะเอ่ยถามเรื่องระหว่างเขากับจุนซูอีกครั้งดีไหม? คำถามที่เคยถามมาหลายต่อหลายครั้ง และทุกๆคำตอบจุนซูมักลงท้ายด้วยคำว่า “เพื่อน”
...ถ้าฉันไม่ถาม และถ้าฉันไม่บอก...
...ทุกๆอย่างคงมีแต่แย่ลง...
...หัวใจฉัน... อาจจะเจ็บปวดมากกว่าเดิม...
“จุนซู... ฉันมีอะไรจะถาม” ยูชอนตัดสินใจที่จะพูดเรื่องที่ติดค้างในใจของตัวเองออกไป อย่างน้อยๆในเวลาที่ฝนตก... ในเวลาที่จุนซูอารมณ์ดีแบบนี้... คำถามของเขาก็คงจะได้รับความสนใจจากจุนซูมากขึ้น
“ถามอะไร? ว่ามาสิ...” จุนซูส่งยิ้มให้กับยูชอน
“ฉันจริงจังนะจุนซู... คือ... เรื่องของเราน่ะ...” ถึงจะตัดสินใจพูดออกไป แต่ลิ้นก็ดันเกิดแข็งขึ้นมาจนทำให้พูดจาตะกุกตะกัก... ใบหน้าของร่างเล็กในยามนี้ดูเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า “เรื่องของเรา” ที่กำลังจะเป็นคำถามของยูชอน
“ฉันจะไม่ถามว่านายรู้สึกยังไงกับฉัน... เพราะฉันรู้ว่ามันคงหนีไม่พ้นที่นายจะบอกว่าฉันเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของนาย... แต่จุนซู... ฉันไม่อยากเป็นแค่เพื่อน... นายก็รู้ว่าฉันคิดกับนายยังไง... นายพอที่จะให้คำตอบกับฉันได้ไหมจุนซู... แค่ตอบรับหรือปฏิเสธ... แค่สองทางเลือกนี้เท่านั้น... อย่าโยนคำตอบทิ้งลงไปกับคำว่าเพื่อนอีกเลย เพราะคำๆนี้มันทำให้ฉันเจ็บมามากพอแล้ว...” เสียงใหญ่เริ่มเครือในตอนท้าย... ยูชอนพูดความในใจของตัวเองทั้งหมดให้กับร่างเล็กที่นั่งฟังนิ่ง
จุนซูรู้สึกผิดคาดกับท่าทีของยูชอนที่แปลกไป... ทั้งๆที่คิดว่ายูชอนคงถามคำถามเดิมๆแล้วจบๆไป แต่ในวันนี้ ประโยคคำพูดของยูชอนกลับยาวเหยียดและระบายความรู้สึกในใจของตัวเองออกมาจนหมดเปลือก มันผิดคาดไปจากที่จุนซูคิดไว้มาก
...คำพูดของฉันมันทำร้ายนายอย่างนั้นเหรอยูชอน?...
“ยูชอน...” ร่างเล็กเรียกชื่อคนคุ้นเคยอย่างแผ่วเบา พอดีกับเสียงแตรรถคันหลังที่บีบเร่งเมื่อการจราจรเริ่มเคลื่อนตัวได้นิดหน่อย ยูชอนกระตุกเบรกมือก่อนจะเหยียบคันเร่งเพื่อให้รถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าในระยะทางเล็กน้อยแล้วจอดลงอีกครั้ง
“ยูชอน...” จุนซูเรียกยูชอนอีกครั้ง โดยคราวนี้ยูชอนได้หันมาส่งยิ้มบางๆให้แก่เขา
“หืม?” รับคำสั้นๆพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยน
“คำตอบล่ะ?” ยูชอนถามย้ำ ทั้งๆที่ในใจเขากลับกลัวเหลือเกินที่จะได้ฟัง... จุนซูมองหน้ายูชอนด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความรู้สึกลำบากใจอย่างชัดเจน
...อย่าทำหน้าอย่างนั้นเลยจุนซู... เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันกำลังบีบบังคับนาย...
...แต่ถ้าฉันไม่ทำอย่างนั้น... ทุกๆอย่างมันจะยืดเยื้อจนเกินไป...
...หัวใจของฉัน... มันทรมาน...
“คำตอบของฉัน...” จุนซูเกริ่นนำ หากแต่เสียงแหบเล็กกลับหยุดวาจาลงดื้อๆ
“นี่ยูชอนเล่นบ้าอะไรเนี่ย บรรยากาศแบบนี้มันไม่โอเคเลยนะ” จุนซูยังคงพูดติดตลก ใบหน้าของร่างเล็กยังคงมีรอยยิ้มทะเล้นฉายอยู่บนใบหน้า แต่ในขณะที่สีหน้าของยูชอนไม่ได้แสดงความรู้สึกเล่นๆออกมาเลยสักนิด
“ตอบรับหรือปฏิเสธ...?” ยูชอนพูดขึ้นเสียงนิ่ง ทำเอาจุนซูอึ้งไปนิด
เสียงระบายลมหายใจอ่อนๆดังออกจากจมูกเล็กของจุนซูเพื่อคลายความอึดอัด... แต่ถึงอย่างไรความรู้สึกกดดันในตอนนี้มันมีมากเหลือเกิน... ทำไมอยู่ๆถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ
“ถ้าทางเลือกของยูชอนมีให้ฉันแค่สองทาง... งั้นฉัน...”
“ถ้าฉันปฏิเสธล่ะ...?”
แทนที่จะตอบคำถาม จุนซูกลับเปลี่ยนเป็นฝ่ายถามเสียเอง น้ำเสียงของคนขี้เล่นและรอยยิ้มร้ายๆของจุนซูยังคงปรากฏขึ้นบนใบหน้า ซึ่งมันช่างต่างกับความรู้สึกของยูชอนในตอนนี้เหลือเกิน
“ถ้านายปฏิเสธ...”
“ฉันก็คงทำตามคำเรียกร้องของผู้ใหญ่... ฉันจะแต่งงานจุนซู...”
คำบอกเล่าสั้นๆของ ปาร์ค ยูชอน ทำเอาร่างเล็กที่เป็นเจ้าของคำถามถึงกับชะงักไป... ใบหน้าที่ยังดูทะเล้นเมื่อครู่กลับถอดสีและแปรเปลี่ยนไปเป็นคนละอารมณ์ไปในพริบตา เมื่อคิ้วเรียวขมวดติดกันจนดูยุ่งเหยิง หัวใจดวงน้อยรู้สึกกระตุกวูบเมื่อได้ยินสิ่งที่ร่างสูงได้บอกเมื่อครู่
บนถนนที่เคยติดขัด... รถเริ่มขยับตัวได้ตลอดทาง... ยูชอนไม่หันมามองหน้าจุนซูแม้แต่น้อย ดวงตาของเขาเอาแต่เพ่งมองไปตามทางข้างหน้า สองมือบังคับพวงมาลัยให้รถแล่นไปตามทาง โดยไม่มีคำพูดใดใดขยายความต่อ ปล่อยให้เวลาผ่านไปภายใต้ความเงียบอยู่นาน จนจุนซูต้องเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้น
“ตะ... แต่งงาน?... กับใคร?” เสียงใสเริ่มออกอาการสั่น
“ผู้หญิงที่แม่ฉันอยากให้แต่งงานด้วย” ยูชอนตอบสั้นๆ
“ยูชอน... นะ... นายรักเธอ?” ดวงตากลมเริ่มรู้สึกถึงความร้อนผ่าว รอบดวงตาเริ่มออกอาการกร่ำไปด้วยสีแดงที่ค่อยๆฉายสีขึ้นบนใบหน้าขาว
“ป่าว... ฉันยังไม่เคยเจอเธอด้วยซ้ำ...” ยูชอนพูดเสียงเรียบ สีหน้าของเขาไม่แสดงอาการยินดียินร้ายใดใดทั้งสิ้น
“แล้วทำไมถึง...”
“มันเป็นความต้องการของแม่ฉัน...” ยูชอนเว้นช่วงหยุดไป รถยนต์คันหรูเริ่มชะลอตัวเมื่อใกล้ถึงบ้านจุนซู และหยุดลงตรงหน้าประตูรั้วสีขาวของคฤหาสน์สไตล์ยุโรปที่แสนคุ้นเคย
ภายใต้ความสงบ ยูชอนหันหน้าเผชิญเข้ากับร่างเล็กที่รู้สึกสะดุ้งน้อยๆ ใบหน้าของจุนซูดูขาวซีดแต่ดวงตากลับแดงกร่ำ... ภาพตรงหน้ามันทำให้หัวใจของยูชอนรู้สึกใจหาย ไม่ทันที่สมองจะได้สั่งการใดใด ยูชอนเอื้อมมือไปคว้าร่างเล็กเข้ามากอดแนบกับอก... น้ำตาเม็ดใสของจุนซูร่วงผลอยลงบนเสื้อเชิ้ตสีฟ้าของยูชอนอย่างห้ามไม่อยู่
“จุนซู... คนที่ฉันรัก... คือจุนซู...”
ยูชอนพูดขึ้นด้วยเสียงเบาๆ แต่ความนุ่มนวลและความหมายในคำพูดนั้นกลับทำให้จุนซูนั้นร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ร่างเล็กๆภายใต้อ้อมกอดของยูชอนเริ่มสั่นไหวเพราะสะอื้นหนัก
“ฉันรักจุนซู... รักมาก... และรอจุนซูได้เสมอ... แต่... บางทีเวลามันก็ไม่รอใครนะจุนซู... ฉันคิดมาตลอดว่า ถ้าเพื่อคนที่ฉันรักแล้ว ต่อให้ที่บ้านฉัน หรือใครต่อใครพากันคัดค้าน ฉันก็จะเผชิญกับปัญหาพวกนั้นโดยไม่เกรงกลัวเลยซักนิด... ฉันจะไม่สนคำพูดของแม่เลย ถ้าหัวใจของจุนซูคิดเหมือนกับฉัน...” เป็นยูชอนบ้างที่น้ำตาไหล... ทั้งๆที่พยายามกลั้นไว้... ทั้งน้ำตา ทั้งความอึดอัด... แต่ร่างสูงกลับไม่สามารถต้านทานมันเอาไว้ได้เลย
จุนซูยังคงร้องไห้โดยมียูชอนกอดปลอบ... เสียงทำนองเพลงในรถยังคงเล่นไปเรื่อยๆ ร่างทั้งสองยังคงกอดกันอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งจุนซูเป็นฝ่ายผละออกจากอกแกร่งของยูชอน
มือเล็กยกขึ้นเช็ดน้ำตาลวกๆ แต่ยังออกอาการสะอึดสะอื้นอยู่นิดๆ ใบหน้าขาวที่ดวงตาบวมเป่งนั้นกำลังจ้องมาที่ยูชอนด้วยความเศร้า
“ยูชอน... ฮึก...” จุนซูเรียกชื่อของเขา ยูชอนจ้องมองจุนซู ตั้งใจฟังในสิ่งที่คนร่างเล็กกำลังจะพูด น้ำตาลูกผู้ชายของยูชอนหยุดไหลไปแล้ว แต่จมูกยังขึ้นสีแดงให้เห็น
“ยูชอน... ฉันผิดเองที่เป็นคนขี้ขลาด... ฮึก... แล้ว... ฮึก... แล้วฉันก็เป็นคนเห็นแก่ตัวด้วยยูชอน.... ฉันไม่อยากให้ชีวิตที่อิสระของตัวเองถูกจำกัด ฉันกลัวความเจ็บปวด ฉันกลัวทุกสิ่งทุกอย่างที่จะทำให้ฉันเสียใจ... ฮึก... แต่ฉัน... ฉันเห็นแก่ตัวมากกว่าที่คิดไว้อีกยูชอน... ฮึก... ทั้งๆที่ฉันคอยบ่ายเบี่ยงยูชอนทุกอย่าง แต่ฉันก็อยากให้ยูชอนยืนเคียงข้างฉันตลอดไป... ฉันไม่อยากให้ยูชอนทิ้งฉันหรือเป็นของคนอื่น... ฉันเห็นแก่ตัวใช่ไหมยูชอน ฮืออออออ~ ฉัน... ฮืออออออ...” จุนซูปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง และเป็นยูชอนอีกที่รวบร่างเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอด หากแต่คราวนี้ริมฝีปากหนากลับแตะลงบนกลีบปากเล็กของจุนซู ก่อนที่ลิ้นร้อนจะถูกส่งผ่านเข้าไปในช่องปากเล็กของจุนซูเพื่อกลืนเสียงสะอื้น จุนซูที่สะดุ้งเล็กน้อยนั้นดูจะตกใจกับการกระทำของร่างสูง แต่ความรู้สึกกลับปล่อยให้ตัวเองโอนอ่อนรับสัมผัสนั้นอย่างโหยหา
“ฉันรักจุนซู...” ยูชอนพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง หลังผละริมฝีปากออกจากร่างเล็ก
ใบหน้าขาวของจุนซูขึ้นสีแดงจัด เมื่อคำบอกรักของยูชอนที่เคยได้ยินหลายต่อหลายครั้ง กลับไม่ทำให้เขารู้สึกใจเต้นเท่ากับครั้งนี้... ดวงตากลมหลุบมองลงต่ำด้วยความเขินอาย ยูชอนได้แต่มองร่างเล็กที่ก้มหน้างุดด้วยสายตาเอ็นดู ไม่อยากคาดคั้นอะไรจากคนตัวเล็กนี่อีกแล้ว เพราะไม่อยากให้จุนซูต้องรู้สึกลำบากใจ และต่อให้เขาต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก... แต่ยูชอนรู้ตัวเองดีว่า หัวใจของเขามีที่ว่างเหลือไว้ให้แค่ คิม จุนซู คนเดียว เท่านั้น...
“จุนซู... เข้าบ้านเถอะ” ยูชอนออกปาก เมื่อมองนาฬิกาแล้วเห็นสมควรว่าร่างเล็กน่าจะได้รับการพักผ่อน... จุนซูพยักหน้ารับคำด้วยท่าทีเงอะๆเงิ่นๆ เพราะความเขินจากรสจูบของยูชอนยังคงส่งผลให้ร่างเล็กสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่
ร่างสูงลุกออกจากที่นั่งคนขับ เดินอ้อมมาเปิดประตูให้จุนซู และเดินไปส่งร่างเล็กเข้าบ้าน ประตูอัตโนมัติถูกเปิดออกเมื่อจุนซูกดรีโมร์ทประตูสีดำอันเล็ก... แต่ก่อนที่จุนซูจะเดินเข้าไปในบริเวณตัวบ้าน จุนซูหมุนตัวกลับมาหายูชอนอีกครั้ง แล้วเดินย้อนกลับไปหายูชอน และหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าร่างสูง เงยหน้าขึ้นสบตา...
“ยูชอน...” เจ้าของชื่อเอียงหัวน้อยๆเมื่อถูกคนร่างเล็กตรงหน้าเรียก
“ฉันรักยูชอน..."
"เพราะฉะนั้น... ยูชอนห้ามเป็นของคนอื่นนะ นายต้องอยู่กับฉัน เข้าใจมั๊ย?” พูดจบ ร่างเล็กเขย่งปลายเท้าขึ้นใช้ริมฝีปากตัวเองแตะลงเข้าที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายด้วยความรวดเร็วแล้วรีบเอากระเป๋าปิดหน้า วิ่งเข้าบ้านไปด้วยความอาย ทิ้งให้ยูชอนได้แต่ยืนนิ่งกับการกระทำน่ารักๆของคนตัวเล็กที่แสนจะขี้อาย
...ลาก่อน... ชีวิตโสดของ ปาร์ค ยูชอน...
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!” ยูชอนหัวเราะราวกับคนเสียสติ... ดีใจเหลือเกินกับเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ความทุกข์ใจทั้งหมดที่คอยสุมในใจเขากลับถูกปัดตกไปเพราะคำๆเดียวที่หลุดจากปากของจุนซู... “ฉันรักยูชอน”
ไม่ว่าในวันข้างหน้าจะต้องเจออุปสรรคมากมายสักเท่าไหร่ ขอแค่มีจุนซูยืนเคียงข้าง ยูชอนก็พร้อมที่จะเผชิญมันทุกอย่างโดยไม่เกรงกลัว
...ปาร์ค ยูชอน รัก คิม จุนซู...

“อืมมมม... อา...” เสียงครางเล็ดลอดออกจากห้องน้ำหรูภายในคอนโดของยุนโฮ... ร่างสูงที่กำลังเอนตัวอยู่ในอ่างอาบน้ำดีไซน์เก๋กำลังส่งเสียงครางต่ำเมื่อแก่นกายกลางลำตัวของเขาถูกสัมผัสเสียจนรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัว... ความเป็นชายของยุนโฮถูกกอบกำไว้ แล้วรูดขึ้นลงจากเนิบนาบ ค่อยๆเร็วขึ้น... และเร็วขึ้น...
“อ่า.....ซี๊ดดดดด...” เสียงครางของยุนโฮบ่งบอกได้ดีกว่าตอนนี้อารมณ์ของเขาพุ่งสูงแค่ไหน
“อะ... อ๊ะ!” ร่างสูงกระตุกเบาๆทีหนึ่ง ก่อนที่สายน้ำอุ่นๆจะถูกฉีดพ่นออกมาจากแกนกาย... ยุนโฮมองผลงานของตัวเอง... ในมือของตัวเอง... ด้วยแววตาหม่น
“ฟู่~” เสียงถอนลมหายใจเบาๆดังเมื่อร่างสูงเป่าปาก รอยยิ้มเหยียดถูกยกขึ้นที่มุมปากเมื่อนึกถึงการกระทำของตัวเองเมื่อครู่... เรื่องช่วยตัวเองมันเป็นเรื่องปกติของผู้ชายทั่วๆไป แต่ทว่ายุนโฮกลับรู้สึกดูถูกตัวเองกับการปลดปล่อยเมื่อครู่... ใบหน้าที่คิดถึง... ทุกๆจินตนาการที่ใช้เป็นแนวร่วมเพื่อไปถึงฝั่งฝัน... ภาพที่เขานึก... เขาคิดถึงแต่ แจจุง...
“ชอง ยุนโฮ... นายมันเลวจริงๆ...” ร่างสูงสบถด่าตัวเองด้วยอารมณ์หงุดหงิด
เขารู้สึกเหลือเกินกับการจินตนาการถึงคนรักเก่าเพื่อช่วยตัวเองในการปลดปล่อยแรงอารมณ์... ยุนโฮในวันนี้มีแต่ แจจุง... แจจุง... และแจจุง... อดีตคนรักของเขาแฝงตัวอยู่ในทุกๆจินตนาการและจิตใต้สำนึกจนหัวใจที่เคยด้านชารู้สึกสั่นไหว
…รัก...
อยู่ดีๆก็นึกถึงคำๆนี้ขึ้นมา
...คิดถึง...
ทุกที่ ทุกเวลา ยิ่งเวลาผ่านไป ก็ยิ่งทรมานหัวใจ
“ฉันทนไม่ไหวแล้วแจจุง... ฉันจะไปหานาย...”
.
.
to be continue~*